
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย 2026: สัญญาณฟื้นตัวจากสงครามราคาและนโยบายสนับสนุน
การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2026 กำลังถูกกำหนดโดยพลวัตที่ซับซ้อนระหว่างความท้าทายทางเศรษฐกิจ นวัตกรรมเทคโนโลยี และการแทรกแซงของภาครัฐ เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น ผู้บริหารจากค่ายรถชั้นนำต่าง ๆ ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางตลาดในระยะสั้นและระยะยาว โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพการเติบโตของกลุ่มพลังงานทางเลือกและการปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่างท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง
ตลาดรวม: เมื่อสงครามราคาเริ่มแปรเปลี่ยน
ตามรายงานตลาดรถยนต์ในไทย 2026 ยอดขายรถใหม่รวมในช่วงสองเดือนแรกของปี (ม.ค.–ก.พ.) แสดงให้เห็นถึงสัญญาณชะลอตัว โดยยอดขายลดลงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้คาดการณ์ยอดขายรถยนต์นั่งและรถกระบะในปีนี้ถูกปรับลดลงจากเดิมที่คาดไว้ที่ 5.6–5.7 แสนคัน เหลือเพียง 5.3 แสนคัน
แม้ว่าตลาดรถยนต์อีวี (EV) ในประเทศไทยจะผ่านช่วง “ความหวือหวา” ที่เคยมีอย่างล้นหลามในช่วงปี 2021–2023 ไปแล้ว แต่จากข้อมูลตลาดรถยนต์อีวี 2026 ประเมินว่ายอดขายหลังจากนี้จะอยู่ในช่วงทรงตัวที่ประมาณ 7 หมื่นคันต่อปี เนื่องจากตลาดได้จับกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มแรก (Pioneer) ที่ตอบสนองต่อกระแสใหม่ ๆ ได้ครบถ้วนแล้ว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3% หรือราว 2 แสนคนของตลาดทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนตลาดจะมาจากกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มที่สอง (Early Adopter) ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10% หรือราว 7 แสนคนในตลาด ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงพิจารณาและรอให้ตลาดมีความมั่นคงและเสถียรภาพมากขึ้นเสียก่อน นอกจากนี้ บริษัทหลายแห่งประเมินว่าตลาดรถยนต์อีวีในระยะยาวจะมีสัดส่วนขยายตัวได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของตลาด เนื่องจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ของไทยที่เป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน กลุ่มพลังงานทางเลือกอย่าง ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฮบริด (HEV) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรถไฮบริดที่มีการเติบโตสูงถึง 70% ในปี 2024 บริษัทประเมินว่าสาเหตุหลักมาจากรถยนต์กลุ่มนี้ตอบโจทย์การใช้งานในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถพลังงานทางเลือก นอกจากนี้ ยังมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐสำหรับรถกลุ่มนี้ รวมถึงความกังวลของผู้บริโภคต่อโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษารถยนต์อีวีด้วย
ยุทธศาสตร์จากค่ายรถยนต์ชั้นนำ
ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย)
คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนเปิดตัวรถใหม่รวม 6 รุ่นตลอดปี 2026 โดยจะมีทั้งรถยนต์อีวี ไฮบริด และสันดาป อย่างไรก็ตาม บริษัทจะดำเนินการนำเข้ารถยนต์อย่างระมัดระวัง และยังกำหนดแผนเริ่มการผลิตรถยนต์ในประเทศในเดือนมกราคม ปี 2026 โดยบริษัทได้ปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด แต่ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการผลิตและผู้บริโภค
ธนบุรีนอยสเติร์น
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า ทิศทางตลาดรถยนต์ในไทยปี 2026 ยังคงเผชิญกับความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถกลับสู่ช่วงก่อนโควิด-19 ได้ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เนื่องจากทุกแบรนด์อยู่ในจุดคุ้มทุนแล้ว
บริษัทเสนอแนะว่าภาครัฐควรพิจารณามาตรการช่วยเหลือตลาดรถยนต์ในเรื่องของสินเชื่อ หรือแนวทางการนำค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระมาลดหย่อนภาษี เช่น การนำเงินดาวน์รถยนต์มาลดหย่อนภาษี ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ อีกทางเลือกหนึ่งคือการออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มรถกระบะ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของไทย
สำหรับตลาดรถยนต์อีวี บริษัทประเมินยอดขายปี 2026 จะอยู่ในช่วงตัวเลข 5 หลักปลาย ๆ แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถแตะระดับ 6 หลักได้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การที่ปี 2026 เป็นปีสุดท้ายของมาตรการ EV 3.5 คาดว่าจะเห็นการเติบโตในช่วงปลายปี ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนหลายอย่างช่วยกระตุ้นยอดขาย
ด้านสงครามราคา บริษัทมองว่าจะลดความรุนแรงลงในปีนี้ เนื่องจากหลายแบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์การจัดตำแหน่งราคากับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ โดยโมเดลที่เคยเปิดตัวในราคาสูงจะถูกปรับราคาลงมาให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ขณะที่ลูกค้าในตลาดรถยนต์อีวีเริ่มไม่เห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ จึงต้องสร้างความแตกต่างผ่านแบรนด์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการบริการหลังการขายด้วย
ด้านการแข่งขันสำหรับรถยนต์อีวีในไทย หลายแบรนด์มักเปิดตัวรถเรือธงหรือรถที่ใช้ทำการตลาดหลักเป็นกลุ่มเอสยูวี (SUV) เนื่องจากรถแบรนด์จีนที่จำหน่ายในไทยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าทั้งคัน และรถเอสยูวีเป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีน ทำให้รถยนต์อเนกประสงค์สามารถตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมในการเลือกซื้อ
ด้านแผนการสร้างการรับรู้แบรนด์จีลี่ คุณณรงค์กล่าวว่า แม้แบรนด์จีลี่จะเพิ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย แต่เชื่อว่าจีลี่เป็นที่รับรู้ของลูกค้าในระดับหนึ่ง ดังนั้น เป้าหมายคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับแบรนด์ของธนบุรีที่มีประวัติ 84 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย นอกจากนี้ บริษัทกำลังพิจารณาเรื่องแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์จีลี่ในประเทศ เนื่องจากธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์อยู่แล้ว
เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย)
คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ประเมินว่า สัดส่วนตลาดรถยนต์อีวีปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 15% หรือราว 7–8 หมื่นคันของตลาดรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ประมาณ 13% ด้านสถานการณ์สงครามราคา บริษัทประเมินว่าจะทุเลาลงในปีนี้ ส่วนแผนงานของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ปี 2025 บริษัทวางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น โดยเน้นการขยายรุ่นย่อยในกลุ่มรถเรือธง และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน
อีซูซุ (ประเทศไทย)
คุณทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวถึงสถานการณ์ตลาดรถกระบะในปี 2024 ว่า มียอดขายอยู่ที่ 1.63 แสนคัน และคาดการณ์ยอดขายปี 2026 ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมการประเมินจากนโยบายรัฐบาลในการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะในมาตรการ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’ ซึ่งปัจจุบันมาตรการยังอยู่ระหว่างรอสรุปเงื่อนไขรายละเอียด และคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้
ส่วนของแบรนด์อีซูซุ ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้อยู่ที่ 7.6 หมื่นคัน โดยบริษัทได้ปรับตัวตามสภาวะตลาดเช่นเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ โดยเฉพาะตลาดรถกระบะที่หดตัวจากปัญหาไฟแนนซ์ หากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มคลี่คลายก็จะส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม
การวิเคราะห์เชิงลึก: ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดในอีก 5 ปีข้างหน้า
เมื่อพิจารณาข้อมูลตลาดรถยนต์ในไทย 2026 และมุมมองจากผู้บริหาร จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีและการรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจเป็นตัวแปรสำคัญที่จะ