
ตลาดรถยนต์ประเทศไทย 2025: ความท้าทาย, การแข่งขันเดือด, และวิกฤตการเงิน
ปี 2024 เป็นปีแห่งการพลิกผันครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หลังผ่านช่วงยุคทองของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีราคาดึงดูดและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ สู่ยุคใหม่ที่ตลาดเริ่มทรงตัวและเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างประเมินทิศทางตลาดปี 2025 ว่ายังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากปัญหาเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามราคาที่ส่งผลกระทบต่อทุกแบรนด์
ภาพรวมตลาดและปัจจัยขับเคลื่อน
ข้อมูลจากงาน Marketeer เผยให้เห็นแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยยอดขายรถยนต์นั่งและรถกระบะในช่วงสองเดือนแรกของปี 2025 ปรับตัวลดลง 10% ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดรวมทั้งปี 2025 ลดลงจากเป้าเดิมที่ประมาณ 5.6–5.7 แสนคัน เหลือเพียง 5.3 แสนคัน คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ชี้ว่า อุตสาหกรรมยังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและต้องรอความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นตลาด
จากข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ยอดขายปี 2026 คาดการณ์ว่าจะยังทรงตัวอยู่ในช่วง 70,000 คันต่อปี เนื่องจากตลาดได้จับกลุ่มผู้บริโภค ‘Pioneer’ (กลุ่มบุกเบิกที่พร้อมรับเทคโนโลยีใหม่) ครบแล้ว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 3% ของตลาด หรือประมาณ 200,000 คนตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มต่อไปคือ ‘Early Adopters’ (กลุ่มปรับตัวเร็ว) ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10% หรือราว 700,000 คน กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาและรอให้ตลาดมีความเสถียรกว่านี้
บริษัทประเมินว่า ตลาดรถยนต์ EV ในระยะยาวจะสามารถเพิ่มสัดส่วนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของตลาดรวม โดยมีข้อจำกัดสำคัญมาจากขนาดพื้นที่ประเทศไทยที่ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบชาร์จ นอกจากนี้ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฮบริด (HEV) กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ไฮบริดมีการเติบโตสูงถึง 70% ในปี 2024 เนื่องจากตอบโจทย์การใช้งานในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปสู่รถพลังงานทางเลือก อีกทั้งยังได้รับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และสะท้อนความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการหลังการขายของรถยนต์ EV
แผนงานของ Hyundai ในประเทศไทย
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงตั้งเป้ายอดขายรวมปี 2025 ไว้ที่ 4,100 คัน และวางแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่รวม 6 รุ่น ซึ่งประกอบด้วยทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV), ไฮบริด (Hybrid), และรถยนต์สันดาป (ICE) อย่างไรก็ตาม บริษัทจะดำเนินกลยุทธ์อย่างระมัดระวังในการนำเข้ารถยนต์ ส่วนแผนการผลิตรถยนต์ในประเทศยังกำหนดเริ่มการผลิตในเดือนมกราคม ปี 2026 แม้จะมีการปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด แต่บริษัทจะไม่กระทบต่อการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงการผลิตและบริการผู้บริโภค
วิกฤตไฟแนนซ์และแนวทางการแก้ปัญหาของอุตสาหกรรม
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) ในประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ไทยปีนี้ยังคงเผชิญความท้าทายต่อเนื่องจากปีก่อน และยังไม่สามารถกลับไปสู่จุดก่อนช่วงการระบาดของโควิด-19 ได้ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะตอนนี้ทุกแบรนด์ต่างอยู่ภายใต้จุดคุ้มทุนแล้ว
บริษัทประเมินว่าภาครัฐควรพิจารณานโยบายช่วยเหลือตลาดรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสินเชื่อ หรือแนวทางการนำค่าผ่อนรถยนต์มาลดหย่อนภาษี เช่น การนำเงินดาวน์รถไปลดหย่อนภาษี ซึ่งจะเป็นการบ่งชี้ว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายเหล่านี้มีกำลังซื้อ นอกจากนี้ มาตรการช่วยเหลือในกลุ่มรถกระบะ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ใหญ่ของตลาด ก็เป็นอีกแนวทางที่ควรพิจารณา
ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 คาดการณ์ยอดขายว่าจะอยู่ในช่วง 5 หลักปลายๆ ซึ่งอาจถึง 6 หลักได้ เนื่องจากปีนี้เป็นปีสุดท้ายของมาตรการ EV 3.5 ทำให้คาดว่าจะมีแรงกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปี จากปัจจัยหนุนหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม คุณณรงค์ชี้ว่า “สงครามราคาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” เนื่องจากเริ่มขึ้นไปแล้ว แต่คาดว่าระดับความรุนแรงจะลดลงในปีนี้ เนื่องจากหลายแบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์การจัดตำแหน่งราคากับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ โมเดลที่เคยเปิดตัวในราคาสูงก็จะมีการปรับราคาลงมาให้ถูกต้องมากขึ้น
สำหรับลูกค้าในตลาดรถยนต์ EV จะเริ่มไม่เห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในตลาดมากนัก ดังนั้น การที่แบรนด์จะสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ คือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง หรือนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย
สำหรับทิศทางรถยนต์ EV ในตลาดที่หลายแบรนด์มักเปิดตัวรถเรือธง หรือรถที่ใช้ทำการตลาดหลักเป็นเซกเมนต์เอสยูวี เนื่องจากรถแบรนด์จีนที่จำหน่ายในประเทศไทยมักเป็นการนำเข้าทั้งคัน และรถเอสยูวีก็เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีน ทั้งรถยนต์อเนกประสงค์สามารถตอบสนองการใช้งานได้หลากหลายทำให้คนนิยมเลือกซื้อใช้งาน
ด้านแผนงานสร้างการรับรู้แบรนด์ Geely ถึงแม้จะเพิ่งเข้ามาทำตลาดรถยนต์ EV ในไทย แต่เชื่อว่าแบรนด์ Geely เป็นที่รู้จักในระดับหนึ่ง ดังนั้น เป้าหมายคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับแบรนด์ของธนบุรี ที่มีประวัติ 84 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย บริษัทกำลังพิจารณาเรื่องแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์ Geely ในประเทศ เนื่องจาก ธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์อยู่แล้ว
แนวโน้มและแผนกลยุทธ์ของ Great Wall Motor
คุณทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า สัดส่วนตลาดรถยนต์ EV ในปี 2025 บริษัทประเมินว่าจะอยู่ที่ประมาณ 15% หรือราว 7–8 หมื่นคันของตลาดรถยนต์นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่ประมาณ 13% ส่วนสถานการณ์สงครามราคา บริษัทประเมินว่าจะทุเลาลงในปีนี้
ด้านแผนงานของ Great Wall Motor ในปี 2025 บริษัทวางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น โดยเน้นการขยายรุ่นย่อยในกลุ่มเรือธง และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน
สถานการณ์ตลาดรถกระบะและแผนงานของ Isuzu
คุณทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดรถกระบะในปี 2024 ยอดขายอยู่ที่ประมาณ 163,000 คัน ซึ่งปีนี้คาดการณ์ยอดขายจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมการประเมินจากนโยบายรัฐบาลในการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะในมาตรการ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’ เนื่องจากปัจจุบันมาตรการยังอยู่ระหว่างรอสรุปเงื่อนไขรายละเอียดซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้
สำหรับแบรนด์ Isuzu ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้อยู่ที่ 76,000 คัน โดยบริษัทได้ปรับตัวตามสภาวะตลาดเช่นเดียวกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะตลาดรถกระบะที่หดตัวจากปัญหาไฟแนนซ์ หากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มดีขึ้นก็จะส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม
การแข่งขันที่เข้มข้น: สภาพตลาดและวิกฤตการณ์ด้านสินเชื่อ
ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยยังคงอยู่ในสภาวะที่ท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปอยู่ในระดับก่อนการระบาดของโควิด-19 ได้หากไม่มีการช่วยเหลือจากภาครัฐ เนื่องจากหลายแบรนด์ต่างก็แข่งขันกันจนถึงจุดคุ้มทุนไปแล้ว
ภาครัฐควรพิจ