แนวโน้มตลาดรถยนต์ประเทศไทย: เส้นทางสู่อนาคต ปี 2026
ในเวทีการประชุม Marketeer ฉบับพิเศษประจำปี 2026 ผู้บริหารชั้นนำจากหลายค่ายรถยนต์ชั้นนำของไทย ได้ร่วมกันวิเคราะห์ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยตลอดปี 2025 ที่ผ่านมา และคาดการณ์ทิศทางสำหรับปี 2026 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทายและความไม่แน่นอนที่เข้มข้น บทวิเคราะห์นี้จะพาคุณเจาะลึกถึงกลยุทธ์ที่แบรนด์กำลังใช้เพื่อก้าวข้ามความผันผวนนี้
บทวิเคราะห์ตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะ: พลิกฟื้นความเชื่อมั่น
คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกถึงภาพรวมตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะไทยในปี 2025 ว่า ถึงแม้จะมีตัวเลขยอดขายรวมตลอด 2 เดือนแรกที่ค่อนข้างน่ากังวล ทำให้มีการปรับลดเป้าหมายการขายรวมทั้งปีเหลือเพียงราว 5.3 แสนคัน จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 5.6–5.7 แสนคัน แนวโน้มตลาดรถยนต์ 2026 นี้ สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ยังคงมีอยู่ในภาคยานยนต์
ขณะที่ตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่มีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งถึง 70% ในปี 2024 ที่ผ่านมา คุณวัลลภ ชี้ว่า สาเหตุสำคัญมาจากความต้องการใช้งานในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถพลังงานทางเลือก ควบคู่ไปกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะรถกลุ่มนี้ และยังคงสะท้อนถึงความกังวลของผู้บริโภคต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานและระบบบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า (EV)
แผนงานและเป้าหมายของฮุนได
สำหรับแผนงานของบริษัทฮุนไดในปี 2025 นั้น ได้มีการตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4,100 คัน และมีแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่รวมทั้งปีถึง 6 รุ่น ซึ่งครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV), ไฮบริด (Hybrid), และรถยนต์สันดาป (ICE) โดยบริษัทได้ปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด แต่ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อการวิจัยและพัฒนารวมถึงการผลิตและผู้บริโภค
ยุทธศาสตร์รับมือของเกรท วอลล์ มอเตอร์
คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้ประเมินสัดส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2026 ว่า จะอยู่ที่ประมาณ 15% หรือราว 7–8 หมื่นคัน ของตลาดรถยนต์นั่ง จากปี 2024 ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 13% ส่วนสถานการณ์สงครามราคา บริษัทประเมินว่าจะทุเลาลงในปีนี้ ขณะเดียวกัน ได้วางแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่ในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า EV อย่างน้อย 5 รุ่น โฟกัสไปที่การขยายรุ่นย่อยในกลุ่มเรือธง และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV): เส้นทางการเติบโต
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าช่วง “หวือหวา” แบบปี 2021–2023 จะหมดลงไปแล้ว ตลาดรถยนต์อีวี 2026 คาดว่าจะทรงตัวอยู่ในช่วงราว 7 หมื่นคันต่อปี เนื่องจากตลาดสามารถรองรับกลุ่มผู้บริโภค “กลุ่มบุกเบิก” (Pioneer) ได้เกือบหมดแล้วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นประมาณ 3% หรือราว 2 แสนคน
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนการเติบโตในระยะถัดไป จะพึ่งพา “กลุ่มผู้ยอมรับเทคโนโลยีรุ่นแรก” (Early Adopter) ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10% หรือราว 700,000 คนในตลาด ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจและรอให้ตลาดมีความเสถียรภาพมากขึ้นกว่านี้
คุณวัลลภ ยังให้ข้อคิดเห็นที่สำคัญว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว มีแนวโน้มจะขยายสัดส่วนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของตลาด เนื่องจากปัจจัยจำกัดด้านขนาดพื้นที่ประเทศไทยที่ใหญ่ ส่งผลสำคัญต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐาน
การจัดการสงครามราคาและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์
สำหรับประเด็นเรื่อง “สงครามราคา” นั้น นับเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากได้เริ่มต้นไปแล้วในช่วงปี 2025 แต่คุณวัลลภ เชื่อว่าความรุนแรงจะลดลงในปีนี้ เนื่องจากแบรนด์ต่างๆ ได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการจัดวางตำแหน่งราคา (Price Positioning) ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวออกมา โดยโมเดลที่เคยมีราคาสูงจะถูกปรับลดลงให้เหมาะสมกับตลาดมากขึ้น
ขณะที่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กลุ่มลูกค้าเริ่มไม่ค่อยเห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ (Product Differentiation) ดังนั้น การที่แบรนด์จะสร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ คือการสร้างแบรนด์ (Branding) หรือนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย ราคา รถยนต์ไฟฟ้า อาจไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดอีกต่อไป แต่คือความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทแทน
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่มักจะเปิดตัวรถยนต์ “เรือธง” หรือรถที่ใช้ทำการตลาดหลักในกลุ่มเซกเมนต์ SUV เนื่องจากรถแบรนด์จีนที่จำหน่ายในประเทศไทยมักนำเข้าทั้งคัน และรถ SUV ก็เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีน เนื่องจากเป็นรถอเนกประสงค์ที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้หลากหลาย ทำให้คนนิยมเลือกซื้อใช้งาน
การที่ผู้ผลิตไทยกำลังขยายโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาด ประกอบ รถยนต์ไฟฟ้า ในปี 2026 นี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาและลดความพึ่งพาการนำเข้า
กลุ่มรถกระบะ: ความท้าทายในตลาดหลัก
คุณทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ได้ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ตลาดรถกระบะในปี 2024 ยอดขายอยู่ที่ 1.63 แสนคัน ซึ่งในปีนี้คาดการณ์ยอดขายจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมการประเมินจากนโยบายรัฐบาลในการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะ (มาตรการ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’) เนื่องจากปัจจุบันมาตรการยังอยู่ระหว่างรอสรุปรายละเอียด ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้
สำหรับแบรนด์ Isuzu ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้อยู่ที่ 7.6 หมื่นคัน โดยบริษัทได้ปรับตัวตามสภาวะตลาดเช่นเดียวกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะตลาดรถกระบะที่หดตัวจากปัญหาด้านสินเชื่อ ซึ่งหากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มดีขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม กระบะ เป็นกลุ่มยานยนต์ขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคเกษตรกรรมและการขนส่งในประเทศไทย
การส่งเสริมการขายและเทคโนโลยีในรถยนต์กระบะ
หลายค่ายรถกำลังเร่งออกรุ่นใหม่เพื่อกระตุ้นตลาด รถกระบะแต่งสวย โดยมีทั้งการปรับโฉมและติดตั้งอุปกรณ์แต่งเพิ่มเติมเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการดัดแปลงและการแสดงออกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ก็กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งาน
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ ในไทยปีนี้ยังคงอยู่ในความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถกลับไปอยู่ในช่วงก่อนโควิด-19 ได้ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะตอนนี้ทุกแบรนด์อยู่ในจุดคุ้มทุนแล้ว
บริษัทเชื่อว่าภาครัฐควรพิจารณานโยบายช่วยเหลือตลาดรถยนต์ในเรื่องของสินเชื่อ หรือแนวทางการนำค่าผ่อนต่าง ๆ มาลดหย่อนภาษี อย่างการเอาเงินดาวน์รถไปลดหย่อนภาษี ซึ่งบ่งบอกว่ากลุ่มลูกค้านี้มีกำลังซื้อ โดยจะเป็นหนึ่งในมาตรการที่เป็นไปได้และช่วยเหลือตรงจุด หรือมาตรการช่วยเหลือเซกเมนต์รถกระบะ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ใหญ่
ตลาดรถยนต์อีวีประเมินยอดขายปีนี้ จะอยู่ในช่วงตัวเลข 5 หลักปลาย ๆ จากที่เคยคาดการณ์ว่าจะแต

