ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปี 2025: การปรับตัวสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงและทางเลือกใหม่
ในปี 2025 ตลาดรถยนต์ไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2021-2023 มาสู่การเติบโตที่เริ่มทรงตัวและเน้นการสร้างความยั่งยืน ในขณะที่กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่าง ไฮบริด (Hybrid) และ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ
แนวโน้มตลาดรถยนต์โดยรวม: การชะลอตัวและการปรับฐาน
จากข้อมูลล่าสุด ยอดขายรถใหม่ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2025 ในประเทศไทยพบว่ามีการลดลงเล็กน้อย ส่งผลให้ผู้บริหารจากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ คาดการณ์ว่าตัวเลขยอดขายรวมทั้งปีอาจมีการปรับลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้เดิม โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อสถานการณ์นี้คือความท้าทายทางเศรษฐกิจและปัญหาสภาพคล่องของตลาดสินเชื่อ ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการตัดสินใจซื้อรถยนต์มากขึ้น
คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้มุมมองว่า สถานการณ์ตลาดรถยนต์นั่งและรถกระบะในไทย ยังคงอยู่ในสภาวะท้าทาย โดยยอดขายรถใหม่ 2 เดือนแรก (ม.ค. – ก.พ. 2025) ลดลงประมาณ 10% ส่งผลให้คาดการณ์ยอดขายรวมทั้งปี 2025 อาจต้องปรับลดลงเหลือประมาณ 5.3 แสนคัน จากที่เคยประเมินไว้ที่ 5.6 – 5.7 แสนคัน
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV): สู่ความมั่นคงและสมดุล
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็วจากการเข้ามาของผู้เล่นใหม่และมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 เราเห็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากความตื่นเต้นของกลุ่มผู้บริโภคบุกเบิก (Pioneers) สู่กลุ่มผู้ใช้จริง (Early Adopters)
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) ได้กล่าวว่า ทิศทางตลาดรถยนต์ในไทยปีนี้ยังคงมีความท้าทายต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถกลับไปอยู่ในระดับก่อนโควิด-19 ได้ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะตอนนี้ทุกแบรนด์อยู่ในจุดที่ต้องบริหารจัดการต้นทุนให้คุ้มค่า
บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด มองว่า หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ การเติบโตของตลาดอาจไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ โดยบริษัทเชื่อว่าภาครัฐควรพิจารณามาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุด เช่น การปรับปรุงระบบสินเชื่อ หรือมาตรการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนได้จริง
นอกจากนี้ คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช จาก ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2025 น่าจะทรงตัวอยู่ในช่วงประมาณ 7 หมื่นคันต่อปี เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคบุกเบิกที่ตอบสนองกับเทรนด์ใหม่ ๆ ไปได้ค่อนข้างมากแล้ว และกำลังรอให้ตลาดมีความเสถียรมากขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อ
อีกปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาดูคือ ความกังวลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการหลังการขาย ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการชาร์จไฟฟ้าและการบำรุงรักษา ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ ยังประเมินว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวอาจขยายสัดส่วนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของตลาด เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่และการขยายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
ความสำคัญของกลุ่ม Early Adopter และการสร้างแบรนด์
เมื่อตลาดเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ผู้เล่นในตลาดต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มใหม่ คุณณรงค์ สีตลายน จาก จีลี่ ได้เน้นย้ำว่า ลูกค้ากลุ่มใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มไม่ค่อยเห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์มากนัก ดังนั้น แบรนด์จึงต้องสร้างความแตกต่างผ่านการสร้างแบรนด์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ประกอบกับการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย
สำหรับแบรนด์จีลี่ แม้จะเพิ่งเข้ามาทำตลาดในไทย แต่บริษัทเชื่อว่ามีฐานลูกค้าอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว เป้าหมายคือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยจะมุ่งเน้นการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภค และกำลังพิจารณาเรื่องแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์จีลี่ในประเทศไทย เนื่องจากมีโรงงานประกอบรถยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว
ด้านคุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า สัดส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2025 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 15% หรือราว 7-8 หมื่นคันของตลาดรถยนต์นั่ง โดยมีเป้าหมายในการขยายรุ่นย่อยในกลุ่มรถยนต์เรือธง และให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน
กลุ่มพลังงานทางเลือก: ตัวเลือกที่น่าสนใจ
ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังปรับตัว กลุ่มพลังงานทางเลือกอย่าง ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ ไฮบริด (Hybrid) ได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช จาก ฮุนได โมบิลิตี้ กล่าวว่า รถไฮบริดมีการเติบโตสูงถึง 70% ในปี 2024 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกในการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถพลังงานทางเลือก ควบคู่ไปกับมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาล และความกังวลเกี่ยวกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า
แผนงานของผู้ผลิต: ความสมดุลระหว่างความระมัดระวังและการเติบโต
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ กำลังปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด คุณวัลลภ เฉลิมวงศาเวช จาก ฮุนได โมบิลิตี้ เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายยอดขายในปี 2025 ไว้ที่ 4,100 คัน และมีแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 6 รุ่น ทั้งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า รถไฮบริด และรถยนต์สันดาป อย่างไรก็ตาม บริษัทจะมีความระมัดระวังในการนำเข้าและเปิดตัวรถใหม่ และมีแผนเริ่มการผลิตรถยนต์ในโรงงานประกอบที่ประเทศไทยในเดือนมกราคม ปี 2026
ตลาดรถกระบะ: การพึ่งพานโยบายภาครัฐ
ตลาดรถกระบะ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ใหญ่ของตลาดรถยนต์ไทย ยังคงมีความท้าทาย คุณทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ยอดขายรถกระบะในปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 1.63 แสนคัน และคาดการณ์ว่ายอดขายในปี 2025 จะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ได้รวมผลกระทบจากมาตรการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’ ซึ่งยังอยู่ระหว่างรอสรุปรายละเอียดเงื่อนไข
คุณทาคาชิ ฮาตะ ยังเปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของ Isuzu ว่า ตั้งเป้ายอดขายรวมในปี 2025 ไว้ที่ 7.6 หมื่นคัน และบริษัทได้ปรับตัวตามสภาวะตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถกระบะที่มีการหดตัวจากปัญหาไฟแนนซ์ หากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มคลี่คลายก็จะส่งผลดีต่อภาพรวมของตลาด
อนาคตของอุตสาหกรรม: การปรับตัวและความท้าทายใหม่
โดยสรุป ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงเป็นปัจจัยสำคัญ กลุ่มผู้บริโภคกำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และผู้ผลิตต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับทิศทางของตลาด
สงครามราคาที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คาดว่าสถานการณ์จะลดความรุนแรงลงในปีนี้ เนื่องจากหลายแบรนด์เริ่มมีการวางตำแหน่งราคาของรถรุ่นใหม่ให้มีความเหมาะสม

