อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย 2026: ท่ามกลางความผันผวนกับความคาดหวังต่อเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ปี 2026 ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามในการปรับตัวและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อกระตุ้นตลาด แต่ก็ยังไม่สามารถกลับคืนสู่จุดเดิมก่อนวิกฤตเศรษฐกิจและโรคระบาดได้ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างจริงจัง ทุกค่ายต่างกำลังอยู่ในช่วงของการวัดกำลังและพยายามปรับตัวอย่างหนักเพื่อให้อยู่รอดท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่รุนแรง
ในมุมมองของภาคอุตสาหกรรม การจะขับเคลื่อนให้ตลาดฟื้นตัวได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยแนวทางที่หลากหลายและครอบคลุม ซึ่งในรายงานฉบับนี้ ทีมงาน Marketeer ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารจากหลายค่ายชั้นนำ เพื่อให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2026 ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
สถานการณ์ตลาดรถยนต์โดยรวมและการคาดการณ์ยอดขาย
จากการประเมินยอดขายรถใหม่ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2026 พบว่าสถานการณ์ยังคงชะลอตัว โดยมียอดขายรวมลดลงกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่งผลให้ต้องมีการปรับลดประมาณการณ์ยอดขายทั้งปีลงจากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 5.6 – 5.7 แสนคัน เหลือเพียง 5.3 แสนคันเท่านั้น
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อภาพรวมนี้คือกำลังซื้อที่ชะลอตัวของประชาชน รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้ผู้บริโภคลังเลในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ใหม่ในช่วงเวลานี้
เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV): การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้าสู่ช่วงของการเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง พลังงานแห่งความตื่นเต้นแบบในช่วงปี 2021-2023 เริ่มชะลอตัวลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหมดความนิยมไปเสียทีเดียว
กลุ่มผู้บุกเบิก (Pioneer): กลุ่มนี้ซึ่งประกอบด้วยผู้บริโภคกลุ่มแรกที่กล้าทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ถูกจับตลาดไปค่อนข้างมากตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3% หรือราว 200,000 คนทั่วประเทศ
กลุ่มผู้ปรับตัวเร็ว (Early Adopter): กลุ่มเป้าหมายใหม่ที่กำลังเข้ามามีบทบาทคือกลุ่ม Early Adopter ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% หรือราว 700,000 คนในตลาด ขณะนี้กลุ่มนี้กำลังอยู่ในช่วงของการพิจารณาและรอให้ตลาดมีความเสถียรภาพมากขึ้นก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
ขีดจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าและแนวโน้มในระยะยาว
แม้จะมีความตื่นเต้นในเทคโนโลยี แต่บริษัทผู้ผลิตประเมินว่าสัดส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดประเทศไทยอาจสูงสุดได้ไม่เกิน 30% ของตลาดรวม ทั้งนี้ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดข้อจำกัดนี้คือขนาดของประเทศที่ใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น สถานีชาร์จไฟฟ้า
ผู้บริหารให้ความเห็นว่า: “แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ข้อจำกัดเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะความหนาแน่นของการเข้าถึงสถานีชาร์จไฟฟ้า ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนยังคงลังเลที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ”
นอกจากนี้ บริษัทเองก็กำลังพิจารณาเรื่องแผนการประกอบรถยนต์ในประเทศ เนื่องจากมองเห็นศักยภาพในฐานการผลิตที่มีอยู่ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านการนำเข้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดระยะยาว
พลังงานทางเลือก: ตัวเลือกน่าสนใจในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฮบริด (HEV) เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา
กลุ่มไฮบริด (HEV) มีอัตราการขยายตัวที่โดดเด่นถึง 70% ในปี 2024 บริษัทประเมินว่าสาเหตุสำคัญมาจากความสามารถในการตอบโจทย์การใช้งานในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถพลังงานทางเลือก โดยสามารถลดความกังวลของลูกค้าในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษาได้เป็นอย่างดี ประกอบกับการสนับสนุนจากมาตรการของภาครัฐ
แผนงานบริษัทฮุนได: ปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนดเป้าหมายยอดขายในปี 2026 ไว้ที่ 4,100 คัน โดยมีแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่รวม 6 รุ่น ซึ่งจะครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า ไฮบริด และสันดาป
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความระมัดระวังในการนำเข้ารถยนต์ และวางแผนเริ่มการผลิตในประเทศในเดือนมกราคม ปี 2026 บริษัทได้มีการปรับลดต้นทุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด โดยเน้นย้ำว่าการปรับลดนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการวิจัยและพัฒนา รวมถึงกระบวนการผลิตและผลกระทบต่อผู้บริโภค
บริษัทธนบุรีนอยสเติร์น: มุ่งเน้นสร้างความแตกต่างและวางรากฐาน
คุณณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีลี่ (Geely) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวถึงทิศทางตลาดรถยนต์ปี 2026 ว่ายังคงเป็นปีที่ท้าทายอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถกลับไปสู่จุดเดิมก่อนโควิด-19 ได้ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะตอนนี้ทุกค่ายต่างอยู่ในจุดที่ต้องวัดกำลังกันเพื่อให้อยู่รอด
มาตรการที่เสนอแนะ: บริษัทเชื่อว่าภาครัฐควรพิจารณานโยบายช่วยเหลือตลาดรถยนต์ เช่น มาตรการสนับสนุนด้านสินเชื่อ หรือแนวทางการนำค่าผ่อนรถยนต์มาลดหย่อนภาษี อย่างการนำเงินดาวน์รถยนต์มาลดหย่อนภาษี ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้มีกำลังซื้อ และจะเป็นหนึ่งในมาตรการที่สามารถช่วยเหลือตลาดได้ตรงจุด นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือในเซกเมนต์รถกระบะซึ่งเป็นเซกเมนต์ใหญ่ที่สำคัญของตลาด
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV): บริษัทประเมินยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 ไว้ในช่วงตัวเลขเลข 5 หลักปลาย ๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าจับตามอง แม้ก่อนหน้านี้เคยคาดการณ์ว่าอาจจะแตะระดับ 6 หลักได้ แต่ก็ต้องปรับลดลงตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม การที่ปี 2026 เป็นปีสุดท้ายสำหรับมาตรการ EV 3.5 ก็น่าจะยังได้เห็นการเติบโตในช่วงปลายปี โดยมีปัจจัยหนุนจากหลายด้านช่วยกระตุ้นยอดขาย
สงครามราคา: บริษัทมองว่าสงครามราคาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเริ่มขึ้นไปแล้ว แต่คาดว่าจะลดความรุนแรงลงในปี 2026 นี้ เพราะหลาย ๆ แบรนด์ได้ใช้กลยุทธ์การจัดตำแหน่งราคากับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ โดยโมเดลที่เคยเปิดตัวในราคาสูงก็จะมีการปรับราคาลงมาให้เหมาะสมมากขึ้น
การสร้างความแตกต่าง: ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ลูกค้าเริ่มไม่ค่อยเห็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ การที่แบรนด์จะสร้างความแตกต่างได้นั้น คือการสร้างแบรนด์ (Brand Building) หรือการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่โดดเด่น ประกอบกับการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย บริษัทเองกำลังพิจารณาเรื่องแผนการผลิตรถยนต์แบรนด์จีลี่ในประเทศ เนื่องจากธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) มีความเชี่ยวชาญในการประกอบรถยนต์อยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์จีลี่ในตลาดไทย
บริษัทเกรท วอลล์ มอเตอร์: ขยายความครอบคลุมทุกกลุ่มพลังงาน
คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทประเมินสัดส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 15% หรือราว 70,000-80,000 คันของตลาดรถยนต์นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่อยู่ที่ประมาณ 13% ส่วนสถานการณ์สงครามราคา บริษัทคาดว่าจะทุเลาลงในปี 2026
แผนงาน: บริษัทวางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่นในปี 2026 โดยจะเน้นการขยายรุ่นย่อยในกลุ่มเรือธง และให้ความสำคัญ

![D0704109_ญญาบาป[ตอนจบ] #หน_part2](https://filmth.moicaucachep.com/wp-content/uploads/2026/04/image-46.png)