• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0210064_องเม ยสายแซ_part2

admin79 by admin79
September 27, 2025
in Uncategorized
0
N0210064_องเม ยสายแซ_part2

  • Chevrolet Captiva (โชว์เฉยๆจ้า ยังไม่ขาย)

น้ำตาอาบแก้มด้วยความปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่ง เพราะหลังจากที่ไม่มีรถแบบ All-new ใหม่ถอดด้ามมาขายในไทยเลย 5 ปี ในวันนี้ Chevrolet find new road ของพวกเขาเจอแล้ว และถนนที่ว่านี้ก็คือการมุ่งสู่ความเป็นผู้นำในการขายรถแบบปิคอัพ, รถอเนกประสงค์ทั้งแบบ SUV/PPV หรือครอสโอเวอร์ และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า นี่คือทิศทางที่เราจะได้เห็นจาก Chevrolet ประเทศไทยนับแต่นี้เป็นต้นไป

ก้าวแรกของการส่งสัญญาณบอกว่าพี่ยังอยู่นะเว้ย คือการเปิดตัวรถใหม่ อย่าง Chevrolet Captiva ซึ่งพวกเขาบอกว่ามันคือรุ่นแรกที่จะมาขายจริง หลังจาก Chevrolet ได้ find new road เจอแล้ว และหลังจากนั้นก็จะพยายามนำรถใหม่เข้ามาเรื่อยๆอีก ปีละ 1 รุ่นถ้าทำได้จนกว่าจะครบตามนโยบายถนนสายใหม่

Captiva ใหม่นี้ มีการปรับตำแหน่งการทำตลาด จากเดิมแข่งกับรถอย่าง Honda CR-V โดยตรง (C-SUV) กลายมาเป็น B/C-SUV พูดง่ายๆคือสอดตรงกลางระหว่างรถระดับ CR-V และ HR-V นั่นเอง ทาง Chevrolet ยังไม่เผยรายละเอียดใดๆมากนัก และรถคันที่โชว์ก็ไม่ได้อนุญาตให้เปิดดูภายใน มีคำบอกใบ้มาว่า แดชบอร์ดจะไม่เหมือนกับคู่แฝด Badge Engineering อย่าง Baojun 530 และจะมีให้เลือกทั้งแบบ 5 และ 7 ที่นั่ง มีหลังคา Panoramic

ที่สำคัญคือรุ่นเริ่มต้นจะมีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท! นี่น่าจะเป็นผลมาจากการที่ลองทำราคา Trailblazer 999,000 บาทแล้วจู่ๆยอดขายจากเดิมเป็นแมวหลับกลับเดินดีจนชนะรถหน้าใหม่อย่าง Terra ได้อย่างอัศจรรย์

ทีมวิจัย Chevrolet ที่เฝ้าดูพฤติกรรมของผู้ซื้อรถยนต์ในกลุ่มนี้มานาน และสังเกตได้ว่าคนไทยซื้อรถ SUV เล็กด้วยเหตุผลแค่ 2 อย่างหลักๆคือชอบในรูปทรง หรือไม่ก็มีงบไม่มากพอที่จะเล่นรถใหญ่ จึงเลือกที่จะวางตำแหน่ง Captiva ใหม่สอดกลาง และผู้เขียนเชื่อว่าราคาก็น่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 9 แสนปลายไปจนถึงประมาณ 1.3 ล้านบาท เราจะนำเสนอข่าวอีกครั้งเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม ที่แน่นอนคือ Chevrolet ฟันธงว่าพร้อมจำหน่ายจริงในครึ่งหลังของปี

โปรโมชั่น Chevrolet Superdeal (ได้ทั้งนอกในและงานมอเตอร์โชว์ ถึง 30 เม.ย.)

  • Trailblazer 4×2 A/T LT  – รับราคาพิเศษ จาก 1,244,000 เหลือ 999,000 บาท แถมสติกเกอร์แต่งและซุ้มล้อ
  • Trailblazer 4×2 A/T LTZ – ราคาลดพิเศษจาก 1,379,000 เหลือ 1,189,000 บาท
  • Trailblazer 4×4 A/T LTZ – ราคาลดพิเศษจาก 1,479,000 เหลือ 1,299,000 บาท
  • Trailblazer 4×4 A/T Z71 – ราคาลดพิเศษจาก 1,499,000 เหลือ 1,319,000 บาท
  • Colorado Tornado Edition 4×2 M/T LT Z71 – ราคาพิเศษ 799,000 บาท จากราคาขายปลีกปกติ 822,000 บาท พร้อมสติกเกอร์และชุดแต่งซุ้มล้อ / หรือดาวน์ 15% ผ่อนเดือนละ 6,999 บาทใน 12 เดือนแรก
  • Colorado C-Cab 4×2 M/T LT – ดาวน์ 15% ผ่อนเดือนละ 5,999 บาทใน 12 เดือนแรก
  • Colorado X-Cab 2 ประตู M/T LT – ดาวน์ 15% ผ่อนเดือนละ 4,999 บาทใน 12 เดือนแรก
  • Colorado High Country – ดาวน์ 15% รุ่น 4×2 ผ่อนเดือนละ 9,299 บาทใน 12 เดือนแรก รุ่น 4×4 ผ่อนเดือนละ 10,299 บาทใน 12 เดือนแรก (รุ่น STORM เพิ่มเดือนละ 700 บาทในแต่ละรุ่น/เดือน)

หมายเหตุ: แคมเปญดาวน์ 15% ของ Colorado จะมีการเพิ่มยอดผ่อนต่อเดือนหลังจากเดือนที่ 13 เป็นต้นไป และต้องผ่อนทั้งหมด 72 งวด โปรดขอดูรายละเอียดจากผู้ขายก่อนซื้อ

รายละเอียดเพิ่มเติม

บทความรายละเอียดและข้อมูลคาดการณ์ของ Captiva ใหม่

Full Review ทดลองขับ Chevrolet Colorado High Country by Pan

Full Review ทดลองขับ Chevrolet Trailblazer 2.5VGT by J!MMY


FOMM (EV)

FOMM One  เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับคนเมือง ลำตัวที่ยาวเพียง 2,585 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยพวงมาลัยทรงคล้ายเครื่องบิน และติดตั้งคันเร่งเอาไว้ที่พวงมาลัยนั่นเอง ใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็กจุ 2.96 kWh จำนวน 4 ก้อน ทำให้สามารถถอดแยกเปลี่ยนได้ในอนาคต และที่สำคัญ FOMM ยังริเริ่มเครือข่าย Battery Cloud ที่ลูกค้าสามารถขับเข้าไปเปลี่ยนได้เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องต้องไปหาแย่งจุดชาร์จกับชาวบ้าน

เมื่อชาร์จไฟจนเต็ม FOMM One สามารถแล่นได้ไกล 160 กิโลเมตรตามมาตรฐานการวัด WLTC (ใกล้เคียงกับ LEAF รุ่นแรกๆ) และสามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เริ่มเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา สำหรับลูกค้า 2,000 คันแรก จะได้ส่วนลดราคาจาก 664,000 บาทเหลือ 599,900 บาท

ถึงแม้ FOMM One จะมีราคาเท่ากับรถอีโคคาร์รุ่นกลางค่อนข้างสูง แต่ทางบริษัทก็ชูจุดเด่นว่าค่าบำรักษาของ FOMM จะต่ำกว่ารถเบนซินทั่วไปถึง 9 เท่าเพราะมีชิ้นส่วนที่ต้องดูแลน้อย ไม่ต้องเติมน้ำมัน น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ แถมใครที่กลัวรถไฟฟ้าจะแพ้น้ำ FOMM เขาก็เอาไปลองลุยน้ำลงสระมาให้ดูแล้วว่าไม่มีอะไรต้องกลัว


Ford

ในงานนี้ ยังไม่มีรถโมเดลใหม่ ตัวเด่นของบูธ ก็ยังคงเป็น Ford Ranger Raptor กระบะพันธุ์แสบ ด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรดีเซล Compound Turbo 213 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร เกียร์ 10 สปีดพร้อม Paddle shift แล้วยังติดตั้งโช้คอัพ Fox Racing Shox 4 ล้อ ระบบขับสี่ Terrain Management System พร้อมโหมด Baja (อ่านว่าบาฮา..ไม่ใช่รองเท้า) มี Diff-lock หลังแบบไฟฟ้า แม้ว่าอุปกรณ์ในด้านความหรูหราอำนวยความสะดวกกับ Safety kit จะน้อยกว่ารุ่น Wildtrak ก็เชื่อว่ายังมีคนอยากได้ ถ้าเขาคนนั้นไม่กลัวยานแม่ หรือเคสต่างๆแบบตามที่เห็นในโซเชียลมีเดีย

ภายในงาน ก็ยังมี Raptor ที่ตกแต่งพิเศษมาเพื่อให้ดูโหดขึ้น และ Everest ที่พยายามแต่งแนวดุดัน มาจอดอยู่ข้างบูธ ตอนแรกตกใจนึกว่าจะได้เห็น Everest Raptor ซะแล้ว หุหุ..ส่วน Mustang พี่ม้าแรงฤทธิ์แห่งตำนานของเรา ก็มาโชว์ตัวทั้งรุ่น 2.3 Ecoboost และ 5.0GT มีการอัปเดตสำหรับปี 2019 คือรุ่น 2.3 ลิตร จะได้สปอยเลอร์หลังเพิ่มมา

โปรโมชั่นงาน Bangkok International Motor Show

  • Ranger รุ่น Standard Cab รุ่น Open Cab XL และ XLS: ส่วนลดพิเศษสูงสุด 35,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • Ranger รุ่น Open Cab XL+: ดาวน์เพียง 9,999 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • Ranger รุ่น Open Cab และ Double Cab XLT และรุ่น Wildtrak: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • Ranger Raptor: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure และโปรแกรม ฟอร์ด พรีเมี่ยม แคร์ นาน 5 ปี*
  • Everest: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 35% ผ่อนนาน 24 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • Mustang: ฟรีโปรแกรม ฟอร์ด พรีเมี่ยม แคร์ นาน 5 ปี*

เฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ สำหรับการจองรถภายในงาน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • ฟรี เครื่องฟอกอากาศ (มูลค่า 9,000 บาท) เมื่อจองรถ Ford รุ่นใดก็ได้ (ยกเว้น Ranger STD SWB และ Mustang)
  • ฟรี บัตรเติมน้ำมัน (มูลค่า 10,000 บาท) เมื่อจอง Ford Ranger รุ่นใดก็ได้ (ยกเว้น Ranger Raptor) และออกรถภายใน 30 เมษายน 2019

รายละเอียดเพิ่มเติม

First Impression รีวิว ทดลองขับ Ford Ranger Raptor ที่ออสเตรเลีย by J!MMY

First Impression รีวิว ทดลองขับ Ford Ranger Wildtrak 2.0 Bi-turbo by Moo Cnoe

First Impression รีวิว ทดลองขับ Ford Ranger Limited โบเดี่ยวก็เปรี้ยวได้ by Pan

พาไปชมคันจริง + รีวิวแบบสั้น Ford Mustang 2.3 Ecoboost


Honda

  • All-new Honda Accord

ในงานนี้ส่งพระเอกหน้าใหม่มาคือ Honda Accord Gen.10 อันที่จริงงานเมื่อปลายปีก็ส่งมา แต่มาแค่คันเดียว คราวนี้มากัน 5-6 คันแถมเปิดให้ชมภายในด้วย Honda Accord ใหม่จะมีรุ่นย่อยทั้งหมด 3 รุ่น เป็นเครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ 190 แรงม้า เกียร์ CVT 1 รุ่นและเป็นขุมพลัง Hybrid 2.0 ลิตร Atkinson Cycle+Motor ที่ให้พลังรวม 215 แรงม้าอีก 2 รุ่น

หลังจากที่เห็นตัวจริงก็รู้สึกว่า Accord เป็นรถที่ถ่ายรูปไม่ขึ้น ดีไซน์ของมันดูล้ำยุคกว่า Civic ขึ้นอีกขั้นด้วยซ้ำ จะมีก็แต่ไฟท้ายที่ยังดูขัดตาแปลกๆ ถ้าคิดว่าไฟท้าย Civic Sedan กวนโอ๊ยแล้ว Accord กลับจะดูกวนใจยิ่งกว่า ส่วนภายในนั้น เปลี่ยนไปจากรุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง มีทั้งส่วนที่ดูแพรวพราวน้อยลง กับส่วนที่ทันสมัยขึ้นสลับกันไป ดูเหมือนจะเป็นเทรนด์ของซีดาน D-Segment ยุคนี้ที่พอทำมาเอาใจคนอเมริกันกับออสเตรเลียมากขึ้น กลับดูหรูน้อยลง เช่นเดียวกับ Camry หรือ Teana

รายละเอียดด้านอุปกรณ์ เมื่อพิจารณาจากของจริง พบว่ารุ่น 1.5 เทอร์โบที่เป็นรุ่นล่างสุดนั้น ให้ล้อขนาด 17 นิ้วที่ไม่สวยเต็มเหมือนของ Hybrid ตัวท้อป อย่างไรก็ตาม มองภายในรถผ่านๆ ดูไม่ต่างกันมากนัก ผมลองไปนั่งเบาะหลังแล้ว พบว่าหัวติดเวลานั่งหลังตรง แต่พื้นที่วางขานั้นเหลือเฟือ

สำหรับราคาขายนั้น Honda จะประกาศอีกทีในเดือนพฤษภาคม แต่ก็มีการบอกใบ้มาว่าเริ่มต้นที่ไม่เกิน 1.5 ล้านในรุ่นเทอร์โบตัวถูกสุด และจบที่ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทในรุ่น Hybrid TECH ตัวแพงที่สุด อาจจะรอเผยราคาเมื่อพร้อม หรือไม่ก็ใจดี รอให้ Camry โกยยอดเล่นๆไปก่อนแล้วค่อยตามตบทีหลัง

สำหรับท่านที่ถามถึง Civic Hatchback ว่าไมเนอร์เชนจ์หรือยัง เช็คมาแล้ว ตอบได้ว่า “ยัง” ดังนั้นเก็บเงินรอไปก่อนครับ

โปรโมชั่นงาน Bangkok Motor Show

  • แคมเปญ Double Smile เลือกได้ว่าจะดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบายพร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
  • แคมเปญ Honda ช่วยผ่อน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท และสูงสุดเดือนละ 10,000 บาท นาน 12 เดือน
  • รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเมื่อจอง Honda รุ่นใดก็ได้ภายใน 9 เมษายน และรับรถภายใน 30 เมษายน ผ่านทางผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda
  • รับบัตรกำนัล Starbucks 1,000 บาทเมื่อจองและใช้บริการ Honda Leasing ภายใน 7 เมษายน (รับรถไม่เกิน 31 พ.ค. 2019)
  • สินเชื่อรถติดกล่อง Honda Connect Get Good Deal รับบัตรเติมน้ำมัน 2,000 บาท และค่าบริการเครือข่ายโทรศัพท์เพื่อการส่งข้อมูลฟรี 2 ปี เมื่อโหลดแอปฯ Honda Connect Thai พร้อมติดตั้งอุปกรณ์รับส่งข้อมูล TCU กับตัวรถและใช้บริการสินเชื่อ Honda Leasing ภายใน 30 เมษายน
  • สำหรับคนที่เป็นลูกค้า Honda อยู่แล้ว ออก Honda คันใหม่รับดอกเบี้ยพิเศษลดลงอีก 0.15% จากลูกค้าทั่วไป

รายละเอียดเพิ่มเติม

First Impression รีวิว ทดลองขับ Honda Accord สเป็คอเมริกา

พาไปชมรถคันจริงพร้อม Review ฉบับสั้น Honda Civic 1.5 RS ไมเนอร์เชนจ์

Full Review: ทดลองขับ Honda CR-V เบนซินและดีเซล

รวม Link ทดลองขับ Honda BR-V/Civic/Civic Hatchback


Hyundai

  • KONA electric
  • H-1 Limited III

ค่ายนี้เขาเป็นประเภทเจ็บคอ ไม่พูดอะไรมาก แต่มาถึงก็ซัดจนเหวอทั้งวงการ งาน BIMS ปี 2018ก็ช็อคไปทีนึงแล้วด้วยการนำเอา Hyundai IONIC Electric มาขายแบบ “เออ จะขายอ่ะ ต้องบอกใครด้วยเหรอ” จากนั้นในงาน Motor Expo 2018 ก็เอา KONA electric มาจอดโชว์หยั่งเชิง เพียงไม่กี่เดือนก็เอามาเปิดตัวขายอย่างเป็นทางการ เห็นเล็กๆ เงียบๆ ไม่ได้โฆษณาความเป็นไฟฟ้าออกสื่อบ่อยนัก แต่บัดนี้ Hyundai กลายเป็นจ้าวแห่ง EV ในระดับราคาที่คนพอเอื้อมถึงซะแล้ว

และนับว่าฉลาดมาก ที่ Hyundai ประเทศไทยเลือกเอา KONA electric เข้ามาสองรุ่น ถ้าเครียดน้อย ก็กินรุ่น SE ซึ่งมีราคา 1,849,000 บาท คุณจะได้มอเตอร์ 136 แรงม้า แรงบิด 395 นิวตันเมตร (มากกว่า IONIC Electric 100 นิวตัน) กับแบตเตอรี่ที่มีความจุไฟ 39.2 หน่วย (มากกว่า IONIC 11.2 หน่วย) เร่ง 0-100 ได้ใน 9.7 วินาที และทดสอบระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้งตามมาตรฐาน WLTP (โหดกว่า NEDC) ได้ 312 กิโลเมตร ชาร์จด้วยไฟบ้าน 2.3kWh ใช้เวลา 19 ชั่วโมง ชาร์จ Wallbox 7.2 kWh ใช้เวลา 6 ชั่วโมง 10 นาที Fast Charging ตามสถานี เติมแบต 80% ได้ใน 54 นาที

แต่ถ้าคุณซีเรียสมากกับเรื่องระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ ก็กินรุ่น SEL สิครับ เพิ่มราคาเป็น 2,259,000 บาท แต่คุณได้อุปกรณ์เพิ่มเช่นจอ HUD เซนเซอร์กะระยะด้านหน้า เบาะคุมอุณหภูมิ และได้มอเตอร์ 204 แรงม้า ได้แบตเตอรี่จุไฟ 64 หน่วย ทำให้วิ่งได้ไกลเพิ่มขึ้นเป็น 482 กิโลเมตรและเร่ง 0-100 ได้ภายใน 7.6 วิ เร็ว..และวิ่งได้ไกล แต่พอแบตโต เวลาในการชาร์จด้วยไฟบ้านและ Wallbox ก็เพิมเป็น 31 และ 9 ชั่วโมงครึ่งตามลำดับ รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี/160,000 กิโลเมตร

ที่บอกว่าฉลาดเพราะพกอุปกรณ์มาเยอะกว่า Nissan LEAF ทรวดทรงรถเป็นครอสโอเวอร์ถูกใจกระแสส่วนใหญ่ แต่ด้วยความที่แบตเตอรี่จุเยอะมันแพง เลยทำเป็น 2 รุ่น รุ่นแบตเล็ก ความจุน้อยกว่า LEAF ไม่มาก ตั้งราคากวนใจ LEAF ได้ แล้วก็มีรุ่นแบตโตที่เอาไว้ขายคนที่ไม่แคร์งบแต่ต้องการพลังและประสิทธิภาพสูงสุด

แต่ถ้าเป้าหมายที่คุณจะไปมันไกลเกินระยะทำการของ KONA และคุณมีแผนจะพาลิงเก้งค่างช้างบ่างชะนีไปเที่ยวกันทั้งโขลง บางที H-1 น่าจะเหมาะกับงานแบบนี้มากกว่า สำหรับงานนี้ Hyundai เล่นมุกรุ่นพิเศษเหมือนเคย ปีก่อนมีรุ่น Black Series ดำไปทั้งตัว ปีนี้กลับมา กับ Limited III สีขาวกะทิชาวเกาะ ผลิตจำนวนจำกัดเพียงแค่ 300 คันเท่านั้น ค่าตัวอยู่ที่ 1,679,000 บาท แพงกว่ารุ่น Elite 150,000 บาท ถูกกว่ารุ่น Deluxe 50,000 บาท

สิ่งที่คุณได้ในรุ่นย่อยพิเศษนี้ คือหลังคามูนรูฟไฟฟ้าคู่ ล้ออัลลอย Y-spoke ขนาด 17 นิ้ว ภายในเป็นหนังและลายไม้สีเทา มีระบบ Cruise Control, ไฟตกแต่งห้องโดยสาร Ambient Light ปรับสีได้, จอเครื่องเสียง 7 นิ้ว, จอติดตั้งหลังเบาะแยกสองข้างขนาด 10.1 นิ้ว เพิ่มกล้องมองหลัง ไฟหน้าอัตโนมัติ กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ บางรายการนี่รุ่น Deluxe ตัวท้อปก็ไม่มีให้นะครับ แต่ถ้าจะเอากล้องรอบคัน ประตูไฟฟ้า ถุงลมข้าง และ ESP ก็ต้องอุดหนุน Deluxe อยู่ดีเพราะไม่มีให้ในตัว Limited

เนื่องจาก Hyundai ยังต้องใช้ตัวถังหลักนี้ทำตลาดไปอีกนาน ดังนั้นทางเดียวที่จะคงความสามารถในการแข่งขันได้ก็คือเพิ่มความสดด้วยการไมเนอร์เชนจ์ ซึ่งทำไปเมื่อสิงหาคมปี 2018 แล้วก็ต้องพยายามคิดค้นรุ่นย่อยที่ให้อุปกรณ์คุ้มเมื่อเทียบกับราคาออกมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเมื่อปากซอยนี้มี Kia Carnival ยึดสูบยากระดิกเท้ารอถีบทีเผลออยู่

โปรโมชั่นงาน Bangkok International Motor Show

  • จองรถ Hyundai รุ่นไหนก็ได้ รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
  • เฉพาะ H-1 รุ่น Elite และ Touring ฟรีค่าบำรุงรักษา 30,000 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติม

Full Review ทดลองขับ Hyundai Ionic Electric by J!MMY

รายละเอียดเพิ่มเติม Hyundai KONA electric

รายละเอียดเพิ่มเติม Hyundai H-1 Limited III


Isuzu

  • MU-X Onyx

เทรนด์กระบะโหดปีนี้มาแรง หลายบูธก็พยายามเอารถของตัวเองมาใส่การตกแต่งแบบ Custom Made ซึ่งช่วยให้ลูกค้าที่เดินในงานจินตการได้ง่ายขึ้นว่าเมื่อซื้อรถไปแล้วจะแต่งยังไงให้ดูดี (หรือแต่งอย่างไรให้เมียด่า) Isuzu เป็นค่ายที่อยู่ในใจชาวกระบะพันธุ์แรงมาตลอด ของแต่งเพียบโมขึ้น แรงได้ง่าย งานนี้ก็เลยมีทั้งสไตล์ท้องเตี้ย อย่างพี่เขียวคันบนที่เป็นรถ Safety Car ในการแข่งทางเรียบของรุ่น 1.9 ลิตร เป็นรถที่ถูกมาปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีแรงม้ามากถึง 350 แรงม้า พัฒนาช่วงล่าง ระบบเบรก และเพิ่มชุด Roll Cage พร้อมเข็มขัดนิรภัย Sabelt 6 จุด

ส่วนอีกคัน เป็น D-Max V-Cross Max 4×4 แต่งโหดแบบเน้นลุย กับชุดแต่งสไตล์สปอร์ต ออฟโรด ด้วยกันชนหน้า ARB พร้อมรอกไฟฟ้า ชุดไฟสปอตไลท์หน้า ARB ชุดกันกระแทกด้านข้างพร้อมบันไดข้าง ARB ชุดกันชนหลัง ARB ล้อ Fuel Baja ยาง BF Goodrich A/T 285/55R20 และชุดฝาปิดกระบะท้ายพร้อมราวหลังคาและอื่นๆ อีกหลายจุด

สำหรับรถใหม่ในงานนี้ ก็มีรถที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่าง MU-X The Onyx ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นหรูพิเศษ ปรับราคาเพิ่มจาก Iconic อีก 10,000 บาท แต่ได้สีแดงใหม่ Etna Red บวกกับกระจังหน้าและกันชนหน้า/หลังดีไซน์ใหม่ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว Flash Black Design ซุ้มล้อกับบันไดข้างสีดำด้าน ไฟท้ายรมดำ ส่วนภายในมี Ambient Light สีแดง และยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัย 6 ใบ (เท่าชาวบ้านเขาซะที) และระบบตัดการทำงานคันเร่งด้วยการเหยียบเบรก (BOS-Brake Override System)

ส่วนคันที่จอดบนเวที เป็น MU-X The Onyx ที่ แต่งพิเศษด้วยล้ออัลลอยยี่ห้อ NAYA รุ่น TECHART ขนาด 10.5 x 22 นิ้ว ยาง TOYO รุ่น ST3 ขนาด 265/40 R22 พร้อมชุดโหลด

MU-X The Onyx มีให้เลือก 2 รุ่น คือรุ่น 1.9 ลิตรเกียร์อัตโมัติ 6 จังหวะ ราคา 1,364,000 บาท และ 3.0 ลิตรเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ 1,409,000 บาท

โปรโมชั่นงาน Bangkok International Motor Show

  • MU-X รับดอกเบี้ยสุดพิเศษ 1.40% พร้อมประกันภัยชั้น 1 และขับอุ่นใจ กับโปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ฟรี 3 ปี
  • D-Max Spark ตอนเดียว ดาวน์ต่ำ 26,xxx บาท
  • D-Max Spacecab S 1.9 ดาวน์ต่ำ 29,xxx บาท
  • D-Max X-Series – รุ่น Speed ผ่อนเริ่มต้น 7,xxx บาทต่อเดือน Speed Cab4 ผ่อนเริ่มต้น 8,xxx บาทต่อเดือน ไม่ต้องมีคนค้ำ
  • D-Max Hi-Lander L 2 ประตู – ดาวน์ 35,000 บาท รับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 25,000 บาท
  • D-Max 1.9 และ 3.0 เลือกรับดอกเบี้ยต่ำ 1.23% หรือดาวน์ต่ำ เริ่มต้น 29,000 บาท
  • ซื้อ Isuzu ทุกรุ่น ทำสัญญากับ Isuzu Leasing ภายในงาน รับบัตรเติมน้ำมัน 1,500 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม

รูปภาพ รายละเอียด อุปกรณ์ Isuzu MU-X The Onyx

ภาพเปรียบเทียบ Isuzu D-Max แต่ละรุ่นย่อย


Jaguar/Land Rover

  • I-Pace

บริษัท Inchcape ตัวแทนจำหน่ายรถแบรนด์ Jaguar/Land Rover ยังรุกต่อเนื่อง หลังจากที่ปรับราคารถ Land Rover ใหม่จนสามารถแข่งขันได้ ปีนี้ ก็เป็นคิวของ Jaguar ยกตัวอย่างเช่นครอสโอเวอร์รุ่นเล็กอย่าง E-Pace ก็ปรับราคาจากเดิม 3.6 ล้านบาทเหลือ 3.299 ล้านบาท และฝั่ง Land Rover รุ่น Discovery Sport ก็ลดราคาจาก 3,499,000 ลงเหลือ 3,199,000 บาท

แต่ความสำคัญของครั้งนี้ อยู่ที่การเปิดตัวรถยนต์พลังไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายเสือทะยาน Jaguar I-PACE นี่คือก้าวแรกของปรัชญาใหม่ในการสร้างรถ ซึ่งจะเป็นแนวทางของ Jaguar ในการนำเอายานยนต์พลังไฟฟ้ามาเป็นทางเลือกให้มากขึ้นในอนาคต

I-Pace เป็นรถ SUV ห้าที่นั่ง ขนาดตัวไม่ใหญ่ ยาว 4,682 มิลลิเมตร แต่ด้วยความที่เป็นรถพลังไฟฟ้าอย่างแท้จริง (ไม่มีรุ่นเครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซลโดยเด็ดขาด) ทำให้สามารถออกแบบห้องโดยสารได้กว้างน้องๆ F-Pace และมีพื้นที่จุสัมภาระด้านท้าย 686 ลิตรโดยไม่ต้องพับเบาะหลัง

สำหรับขุมพลังขับเคลื่อน I-Pace ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 90 หน่วย ส่งกำลังไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าและหลังอย่างละชุด ให้กำลังขับรวม 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 696 นิวตันเมตร เพียงพอที่จะทำให้ SUV ป้อมๆ คันนี้เร่งจาก 0-100 ได้ในเวลาแค่ 4.8 วินาที เรียกได้ว่ากดคันเร่งวิ่งไปกับรถสปอร์ตอย่าง F-Type แล้วมองหน้ากันไปได้พักใหญ่ เมื่อชาร์จไฟเต็มหม้อจะวิ่งได้ไกล 470 กิโลเมตร

I-Pace มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย คือรุ่น S ราคา 5,499,000 บาท รุ่น SE ราคา 6,299,000 บาท และรุ่น HSE ราคา 6,999,000 บาท ยังไม่มีรายละเอียดของอุปกรณ์ว่าแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร แต่ทราบว่ารุ่นแพงๆจะมีช่วงล่างถุงลม Adaptive Dynamics ที่ปรับความแข็งอัตโนมัติและลดความสูงของรถลงเมื่อวิ่งเกิน 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ถ้าสนใจ ก็ต้องรีบหน่อย เพราะปี 2019 นี้ ทาง Inchcape เจรจา ได้โควค้า I-Pace มาแค่ 12 คันเท่านั้น ถ้าคุณดันไปจองเป็นคนที่ 13 กว่าจะได้รถก็ต้องรออย่างต่ำๆต้นปีหน้านะครับ

โปรโมชั่นงาน Bangkok International Motor Show

  • Jaguar I-Pace – ฟรี แท่นชาร์จ Wallbox สำหรับรองรับการชาร์จไฟรถยนต์ที่บ้าน
  • Jaguar E-Pace – ราคาเริ่มต้น 3.299 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1
  • Jaguar F-Pace, Jaguar XE และ XF – ดอกเบี้ย 0% นาน 36 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1
  • Land Rover Discovery Sport – ราคาเริ่มต้น 3.199 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน
  • Range Rover Evoque และ Velar – ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
  • เจ้าของ Range Rover Sport นำรถมาเปลี่ยนเป็น Range Rover Sport Plug-in Hybrid บวกมูลค่าให้คันเก่า 5 แสนบาท
  • Jaguar และ Land Rover ทุกรุ่น รับ Worry-Free Program รับประกันนาน 5 ปี บริการซ่อมบำรุงฟรี 5 ปี และช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี

Kia

Previous Post

N0210062_เล อกแฟนก บเล อกเพ อน เล อกไม ยากเลย_part2

Next Post

N0210056_ตลอดไปไม อย จร_part2

Next Post
N0210056_ตลอดไปไม อย จร_part2

N0210056_ตลอดไปไม อย จร_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2602061 ทธ อะไรมาว าอ วน ไปอ วนในต บข าวแกเหรอ part2 | Viviann Vanzant
  • N2602058 ยอดขายหน เพ ออนาคตครอบคร part2 | Viviann Vanzant
  • N2602062 ชายท เก องม หญ งข างกายท เก งด วย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602059 เห นคนอ อนแอกว าเป นขนม ดท ายขมปากเลย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602060 วางแผนมาอย างด ดท ายทำไม ลง part2 | Viviann Vanzant

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.