• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0210059_คร งเด ยวและคร งส ดท ายเจอผ ดคน_part2

admin79 by admin79
September 27, 2025
in Uncategorized
0
N0210059_คร งเด ยวและคร งส ดท ายเจอผ ดคน_part2

โดยงานนี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2561 ณ Challenger Hall 1-3 เมืองทองธานี ด้วย Concept งาน “Enjoyment of Automobiles” – สุนทรียภาพทางอารมณ์ ซึ่งมีความแหวกแนว ตรงที่เทรนด์ในระยะหลังมักสนับสนุนเรื่องพลังงานทางเลือก มลภาวะ หรือการขับขี่แบบกึ่งอัตโนมัติ แต่ในงานครั้งนี้กลับพยายามชูความสัมพันธ์ระหว่างคนกับรถแบบที่พวกเราคุ้นเคย คือการเลือกรถที่ใช่ ซื้อรถที่ชอบ แล้วขับไปด้วยความเพลิดเพลิน

ในครั้งนี้ การจัดงาน ใช้พื้นรวมกว่า 60,000 ตารางเมตร นี่แค่เฉพาะในอาคาร แล้วยังมีบริษัทรถยนต์เข้าร่วมจัดแสดงอีก 30 ค่าย นับเป็นงานโชว์รถที่ไม่เคยแผ่วเลยในเรื่องการอวดโฉมของรถซึ่งมีหลายคันที่ไม่เคยเผยโฉมต่อสาธารณชนชาวไทยมาก่อน

เรามาดูไฮไลท์กันดีกว่าครับว่างานนี้มีอะไรให้คุณชมบ้าง และขอให้มีความสุขกับการเดินชมรถ ไม่ว่าคุณจะมาเดินในงานกันเป็นคู่..เป็นกลุ่ม..เป็นสายลุยเดี่ยว..หรือมาคนเดียวแล้วค่อยมาหาคู่ในงาน (หากทำได้) และอย่าลืมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากทางเพจ Headlightmag ใน Facebook เพราะนอกจากจะมีบทความนี้แล้ว ทางคุณหมู ธีรพัฒน์ ยังได้ทำกระทู้เจาะลึกสำหรับรถรุ่นต่างๆ และมีรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับรถบางรุ่นที่คุณอาจสนใจเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ ขอบอกไว้ก่อนว่า ภาพที่ได้จากงานในรอบ VIP และรอบสื่อมวลชน อาจจะมีตำแหน่งการจอดรถสำหรับการโชว์ที่ต่างจากรอบสาธารณะ ดังนั้นถ้าเจอคันไหนที่เคยอยู่เบื้องล่าง ไปอยู่บนเวที หรือที่จอดสลับกันบ้างก็อย่าแปลกใจนะครับ

Aston Martin

  • DBS Superleggera
  • Valkyrie AMR Pro

Aston Martin Bangkok ผู้แทนจำหน่ายในเครือ MGC-Asia ลุยหนักเอาจริงกับแบรนด์สปอร์ตอังกฤษ ขนรถมาจอดเรียงกันตั้งแต่ Rapide ซาลูนหรูที่เกิดมามีทรงเฉี่ยวเปรียวลมราวกับซูเปอร์คาร์ Vanquish V12 สายพันธุ์สปอร์ตเครื่องไร้เทอร์โบตัวสุดท้ายจากวิถีโลกเดิมของ Aston มาจนถึงสปอร์ตตัวเล็กหมัดหนักอย่าง V8 Vantage ตัวเล็กแต่ดุด้วยเครื่องยนต์ 4.0 ลิตรเทอร์โบคู่ 510 แรงม้า และ Aston Martin DB11 สปอร์ตระดับสูงของค่ายเครื่อง V12 ทวินเทอร์โบ 608 แรงม้า ที่มีรุ่น V8 4.0 ลิตรเป็นอีกทางเลือก

ไฮไลท์เด่นของงานคือการเปิดตัว DBS Superleggera อย่างเป็นทางการ ชื่อของรถรุ่นนี้มาจากบริษัทผู้สร้าง/ประกอบตัวถังรถยนต์ในอิตาลีชื่อ Carrozzeria Touring Superleggera ซึ่งมีบทบาทในการช่วย Aston Martin คิดค้นวิธีสร้างบอดี้รถให้มีน้ำหนักเบาลงในช่วงยุค 60s-70s ส่วนพื้นฐานของตัวรถนั้นก็มาจาก DB11 ใส่ชิ้นส่วนน้ำหนักเบา และถ้าติดตั้งชุดหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ด้วยแล้ว DBS จะเบากว่า DB11 ได้ 70 กิโลกรัม (โครงสร้างหลักเป็นอะลูมิเนียมอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ DB11)

เครื่องยนต์ของ DBS Superleggera เป็นแบบ AE31 V12 ทวินเทอร์โบ 5.2 ลิตร เช่นเดียวกับ DB11 รุ่น 12 สูบ แต่ได้รับการปรับแต่งใหม่ เพิ่มแรงม้าเป็น 715 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร นับเป็น Aston ที่มีแรงบิดสูงที่สุดนับตั้งแต่ค่ายนี้ก่อตั้งมา ใช้เกียร์อัตโนมัติของ ZF 8 จังหวะ ติดตั้งที่ท้ายรถ ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายใน 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

และนี่..คือที่สุดแห่งยนตรกรรมผู้นำแห่งความแพงระยับ อาจเป็นรถรุ่นเดียวที่ใช้คำเปรียบเปรยได้ว่า “คนบ่นไม่ซื้อ แต่คนจะซื้อ..รวยล้นฟ้าก็ใช่ว่าจะซื้อทัน” ด้วยราคาประมาณการณ์สูงถึง 300 ล้านบาทไทย นอกจากรวยจนเผาเงินแทนถ่านบาร์บีคิวได้แล้ว คุณยังต้องมีวาสนาและ Connection ที่ดีเลิศถึงจะได้เป็นผู้โชคดี 25 คนในโลกที่ได้เป็นเจ้าของเจ้า Valkyrie AMR Pro คันนี้ และถึงแม้เป็นเจ้าของ..คุณก็ไม่สามารถขับบนถนนหลวงได้ ต้องวิ่งในสนามแข่งเท่านั้น

Valkyrie AMR Pro เป็นรถที่สร้างมาเพื่อวิ่งบนสนาม ต่างจาก Valkyrie รุ่นปกติ (ซึ่งผลิต 150 คัน) รถคันนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยมันสมองของกลุ่มคนที่บ้ารถและมีประสบการณ์โชกโชนจาก Aston Martin, ทีมแข่ง Redbull Racing, บริษัทเครื่องยนต์ Cosworth, Rimac และอื่นๆอีกมากมาย ในการสร้าง Valkyrie นั้น คนออกแบบตัวถังคือ Marek Reichman ร่วมมือกับ Adrian Newey วิศวกรออกแบบ F1 ประจำทีม Redbull

ในการสร้างเครื่องยนต์ของรถรุ่นนี้ ถือว่ายากสุดๆ เพราะ Aston กับ Redbull ต้องการให้ Valkyrie มีลักษณะเหมือนรถแข่ง F1 ในยุคที่ยังใช้เครื่อง 10-12 สูบ มันจึงต้องมีพลังมหาศาลโดยไม่ต้องพึ่งพาเทอร์โบ ทาง Cosworth ลงทุนสร้างเครื่องต้นแบบที่มี 3 สูบโดยใช้ Component ทุกอย่างหาร 4 จากเครื่องจริงที่มี 12 สูบ ต้องทดสอบจนมั่นใจว่าเมื่อทุกอย่างคุณ 4 แล้วจะได้พลังตามที่ Aston ขอโดยไม่แหกกฎหมายเสียงและมลภาวะของนานาประเทศ จากนั้นจึงเริ่มทำเครื่องจริงออกมา

Valkyrie และ Valkyrie AMR Pro ใช้เครื่องยนต์ V12 สูบวางกลางลำ ความจุ 6.5 ลิตร มีระบบ KERS แบบ F1 ที่ทำโดย Rimac ทำให้มีกำลังสูงสุดเกินกว่า 1,100 แรงม้า และแม้ขนาดความจุจะเยอะ แต่ตัวเครื่องยนต์นี้มีเรดไลน์สูงถึง 11,000 รอบต่อนาที..มันคือ 86 จาก Initial D ที่มีแรงม้าเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว และน้ำหนักตัวก็เบาเท่าอีโคคาร์ แค่ประมาณ 1.1 ตันเท่านั้น

รถรุ่น AMR Pro ที่ใช้เฉพาะในสนามแข่งจะยิ่งร้ายกาจ เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องมลภาวะทางเสียง สตาร์ททีสะเทือนไปถึงดวงจันทร์ แล้วยังถอดระบบ Infotainment ออก ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับรถแข่ง ช่วงล่างปรับแต่งใหม่ เบรกคาร์บอน เปลี่ยนล้อขนาดเล็กลงเป็น 18 นิ้วเพื่อให้สวมยางแข่ง Michelin แบบเดียวกับรถแข่งคลาส LMP1 ได้ AMR Pro สามารถรับแรงเหวี่ยงขณะเข้าโค้งได้มากถึง 3.3G (รถบ้านกึ่งสปอร์ต ได้ 1.2-1.4G ก็เจ๋งป้าดแล้ว) และ 3.5G เมื่อเหยียบเบรกเต็มแรง ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 2.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพบว่ามีเงินพอ อยากซื้อเจ้าเขียวมะนาวสาวหูหนวกคันนี้มาขับ ก็ขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะขายหมดไปนานแล้วจ้า และไม่ต้องคิดไปตอดๆเจ้าของ 25 คนนั้นให้ขาย เพราะ Andy Palmer CEO เคยทวิตเอาไว้ด้วยว่า ถ้าใครซื้อรถ Valkyrie ไปแล้วขายต่อแบบเอากำไร เขาจะเอาชื่อขึ้น Blacklist และไม่สามารถซื้อรถรุ่นพิเศษของ Aston ได้อีก นี่คือโลกของรถร้อยล้านเขาคุยกัน!

รายละเอียดเพิ่มเติม

รายละเอียดเพิ่มเติม เครื่องยนต์ 1,100 ม้า 11,000 รอบ ของ Valkyrie

พาไปชมรถคันจริง Aston Martin Vantage V8


Audi

  • Audi A7 Sportback 45TFSI quattro
  • Audi TT ไมเนอร์เชนจ์
  • Audi e-tron

ทำยอดขายทะลุเป้ามาตลอดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในวันนี้ Meister Technik ทยอยเปิดตัวรถใหม่อย่างต่อเนื่อง และนำมาโชว์ในงานครั้งนี้อย่างหลากหลาย สำหรับซูเปอร์คาร์ R8 ราคา 18,999,000 บาท  รวมไปถึงตระกูล Avant อย่าง A4 และ A6 ที่ช่วยให้รถสเตชั่นแวก้อนกลายเป็นไอเท็มเซ็กซี่ยั่วยวนใจขึ้นมาได้ และรถตระกูล Q ไม่ว่าจะเป็น Q7 SUV ขนาดใหญ่ที่มีให้เลือก 3 ขุมพลังกับ 4 ระดับการตกแต่ง และ Q8 SUV ครึ่งควบลูกคูเป้ที่ซ่อนร่างกายขนาดใหญ่ไว้กับหลังคาทรงลาดและขุมพลัง Mild Hybrid 6 สูบ 3.0 ลิตร 340 แรงม้า

รถใหม่ในงานนี้ คันแรกคือ A7 Sportback รุ่นย่อยใหม่ 45TFSI quattro ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบ 245 แรงม้า ซึ่งในปีก่อนจะมีรุ่น 55TFSI quattro ราคา 5,399,000 บาทอยู่ พอทางค่ายดาวสามแฉกเอา CLS300d มาประกอบในประเทศแล้วลดราคาลงเหลือ 4,390,000 บาท Audi ก็กลัวเบนซ์เหงา เพราะตลาดรถพรีเมียมคูเป้ 4 ประตูหลังคาเตี้ยมีผู้เล่นน้อย ก็เลยเอาเครื่องยนต์ 4 สูบมาใส่ แล้วลดราคาลงมาเหลือ 4,399,000 บาท ฟัดกันแบบตรงๆ ใครชอบดีเซล ไปดาว ใครชอบเบนซิน มาสี่ห่วง ออพชั่นต่างๆ ลดลงจากรุ่น 55TFSI เช่น ไม่มีเครื่องเสียง Bang & Olufsen ล้ออัลลอยเปลี่ยนจาก 20 เป็น 19 นิ้ว ไม่มีชุดแต่ง S-line ไม่มีกล้องรอบคัน เอาช่วงล่างแบบสปอร์ตออก แต่หน้าปัด Virtual Cockpit แดชบอร์ดทรงล้ำยุค และซันรูฟยังอยู่

มาละครับ รถขายดีที่สุดของค่ายนี้ในไทย เพราะเกือบครึ่งของยอดขาย Audi ในประเทศนี้ก็คือ TT จากกลยุทธ์เฉือนเนื้อแลกเอ็น ทางผู้แทนจำหน่ายยอมใส่ล้อหน้าตาเห่ยๆ แต่คุมราคาจากเมืองนอกได้และยังทำให้ค่า CO2 น้อยลงจนได้เรตสรรพสามิตต่ำ และทำราคาได้ถูกจนลูกค้าเหลือเงินไปเปลี่ยนล้อตามชอบได้สบาย นี่คือ Audi TT ไมเนอร์เชนจ์ แต่อย่าเพิ่งดีใจว่าในราคา 3,299,000 บาท (เพิ่มจากรุ่นเดิม 100,000 บาท) จะได้รถล้อสวย มีหางหลังแบบในภาพนะครับ คันนี้เป็นรถโชว์เฉยๆ ก็ดูดิพวงมาลัยยังอยู่ด้านซ้ายเลย

สิ่งที่เปลี่ยนไปในรถ TT ไมเนอร์เชนจ์คันจริง จะประกอบไปด้วยกระจังหน้าใหม่ กันชนหน้า-หลังใหม่ เปลี่ยนชุดแต่งรอบคัน S-Line ดีไซน์ใหม่ ตามเมืองนอก แต่ถ้าเพิ่มราคาแสนบาทแล้วให้แค่นี้มีหวังลูกค้ามองบน ดังนั้นจึงเพิ่มไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร เซนเซอร์ช่วยกะระยะด้านหน้า และกล้องมองหลังมาให้

ส่วนล้อนั้น คันจริงน่าจะเป็น 17 นิ้วเท่าเดิม จะเปลี่ยนลายไหมไม่ทราบ เครื่องยนต์ของ TT ไมเนอร์เชนจ์เวอร์ชั่นไทยก็จะใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบ 230 แรงม้า กับเกียร์ S-tronic 6 จังหวะเหมือนรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ทุกประการ

แต่ที่นับว่าน่าตกใจคือนี่ครับ Audi e-tron รถพลังไฟฟ้าสำหรับการจำหน่ายจริงรุ่นแรกของ Audi ที่ผมตกใจนิดๆ เพราะว่า 2 ปีก่อนหน้านี้ พอถามถึงรถยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริดเสียบปลั๊ก ผู้บริหาร Audi จะไม่ค่อยพูดแล้วตาลุกวาวอย่าง Passionate แบบบางค่าย ล่อซะคนเขียนตายใจว่าค่ายนี้คงไม่เน้นรถถ่าน ไปๆมาๆก็เอา e-tron มาจอดเซอร์ไพรส์ในงานแถลงข่าวเดือนมีนาคม พร้อมทั้งประกาศราคา 5,099,000 บาท ชนิด EQC ของเบนซ์ยังไม่มีโอกาสได้ออกหมัดในไทยสักนิดเลยด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากเมืองนอกคิวสั่งซื้อยาวมาก ถ้าคุณจอง e-tron วันนี้ รับรถอย่างเร็วก็ปลายปีนะครับ

e-tron ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวสำหรับล้อคู่หน้าและหลัง ในโหมดปกติจะมีพลัง 360 แรงม้า แต่เมื่อกดโหมดเค้นพลังจะเพิ่มเป็น 408 แรงม้า เพียงพอให้เร่งความเร็วถึง 100 ได้ภายใน 5.7 วินาที ทำไมดูช้ากว่า Jaguar I-Pace? ส่วนหนึ่งอาจเพราะ..แม้ว่าในภาพจะดูเหมือนครอสโอเวอร์คันเล็ก แต่จริงๆแล้ว e-tron เป็นรถขนาดใหญ่ ด้วยความยาว 4.9 เมตร ขนาดตัวจึงอยู่ระหว่าง Q5 และ Q7 แบตเตอรี่ของ e-tron มีความจุ 95 หน่วย เมื่อชาร์จเต็มแล้วสามารถวิ่งได้ไกล 417 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP =ชุดแบตเตอรี่ แบบ 36 Modules ติดตั้งอยู่ใต้พื้นรถ สามารถเปลี่ยนซ่อม Repairable แยก Modules ได้

อุปกรณ์ภายในต่างๆ มีจอ Virtual Cockpit จอทัชสกรีนที่ดูเหมือนแข็งแต่กดแล้วมีเสียงแต๊กเหมือนกดปุ่มจริงๆ หลายอย่างก็ดูล้ำยุคไม่มากไปกว่าแดชบอร์ดของ Audi A7 หรือ A6 แต่มีจุดเด่นที่กระจกมองข้างซึ่งเป็นกล้องคล้ายรถต้นแบบ ฉายภาพมาโชว์บนจอซึ่งติดตั้งบริเวณขอบบนของประตู Meister Technik บอกว่าชิ้นนี้จะต้องเพิ่มเงินเอาถ้าอยากได้ เพราะเชื่อว่าลูกค้าบางส่วนคงชอบกระจกมองข้างแบบปกติมากกว่า

โปรโมชั่นงาน Bangkok International Motor Show

  • ออกเงินดาวน์ให้ 2 แสนถึง 5 แสนบาท (ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด)
  • จองรถยนต์ Audi รุ่นใดก็ได้ (ยกเว้น e-tron) มีสิทธิ์ลุ้นเป็นเจ้าของ Audi Q7 Black Edition มูลค่า 5.999 ล้านบาท

รายละเอียดเพิ่มเติม

รายละเอียด อุปกรณ์ รูปภาพเพิ่มเติม Audi e-tron

รายละเอียด อุปกรณ์ รูปภาพเพิ่มเติม Audi A7 Sportback 45TFSI quattro

รายละเอียด อุปกรณ์ รูปภาพเพิ่มเติม Audi TT ไมเนอร์เชนจ์

Full Review ทดลองขับ Audi A4 Avant 45TFSI quattro


BENTLEY

  • Continental GT Convertible W12

Bentley ใช้เวทีงาน Bangkok International Motor Show ในการเผยโฉม New Continental GT Convertible W12 และถือเป็นวาระพิเศษในการฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ไปพร้อมๆกัน

All-new Continental GT Convertible คือรถเปิดประทุนระดับหรู ใช้เครื่องยนต์ 12 สูบ (W)   6.0 ลิตร  ทำแรงม้าได้ถึง 635 PS แรงบิด 900 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 333 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กลไกหลังคาผ้าใบได้รับการปรับปรุงจากรุ่นเดิม ให้ใช้เวลาในการเปิด/ปิดเพียง 19 วินาที และสนามารถทำได้ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง หลังคามีให้เลือก 7 สีและมีวัสดุให้เลือกหลายแบบ

ภายในนั้นได้ออกแบบ ช่องอุ่นคอได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นชิ้นเดียวกับเบาะ Comfort Seat พร้อมฮีตเตอร์ในตัว เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของกระแสลมบริเวณหมอนรองศีรษะปรับไฟฟ้า จุดเด่นของช่องอุ่นคอแบบใหม่ เป็นเส้นโครเมียมคาดกลางยาวจรดขอบ นอกจากนั้น พวงมาลัย, เบาะ และที่พักแขนก็มีฮีตเตอร์ในตัว ช่วยให้ผู้ขับรู้สึกสบาย ในทุกสภาพอากาศ ทันสมัยด้วยจอ Bentley Rotating Display ซึ่งในภาพ จะเห็นว่ากลางแดชบอร์ดเป็นจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พื้นที่ตรงนั้นสามารถหมุนไปมาสลับกันได้ ว่าจะโชว์จอ หรือมาตรวัด 3 ช่องแบบรถคลาสสิค หรือเป็นแผงลายไม้

ราคาของ Continental GT Convertible ตั้งไว้ที่ 23,800,000 บาท

นอกจากนี้รถที่นำมาโชว์ ก็มี Continental GT W12  สนนราคาอยู่ที่ 22,100,000 บาท และ Bentayga Petrol V8 ซึ่งใช้เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตรทวินเทอร์โบ ให้พลังสูงสุด 550 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 770 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กิโลเมตร/ชั่วโมงทั้งที่ตัวรถใหญ่ หนา และหนักถึง 2,388 กิโลกรัม มีเครื่องเสียงBentley Signature Audio ล้อขนาด 22 นิ้ว และตกแต่งภายในมาอย่างสวยหรู วางราคาเริ่มต้นเอาไว้ที่ 21,500,000 บาท


BMW/MINI

  • BMW X7
  • BMW Z4 (G29)
  • BMW 330i (G20)
  • MINI Cooper S 60 Years Edition

มาบูธ BMW กันต่อ มีรถทุกรุ่นให้เลือกชมในไลน์อัพปกติ ที่เด่นคือบรรดารถจากตระกูล M ทั้งหลาย ตั้งแต่ M2 Competition, M4CS ไปจนถึง M5 จอดให้ดูกันอย่างใกล้ชิด แต่รถที่เป็นไฮไลท์ของงานนี้คือรถรุ่นอื่น

และนี่คือ X7 M50d รถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่สุดของ BMW ภายนอกใหญ่กำยำด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ ไฟหน้า BMW Laserlight และล้ออัลลอย BMW Individual ขนาด 22 นิ้วลาย Y-Spoke ภายในรถออกแบบตามแนวทางเดียวกับ BMW รุ่นใหม่แต่มีเบาะนั่ง 3 แถว จุผู้โดยสารได้ 7 ที่นั่งโดยที่เบาะทุกตัวปรับได้ด้วยไฟฟ้า หุ้มหนังแท้ Merino ห้องเก็บของท้ายรถขนาดใหญ่ แม้กางเบาะนั่ง 7 คนเต็มยังมีที่ 326 ลิตร และถ้าพับเบาะแถว 3 จะได้ความจุ 750 ลิตร

X7 M50d ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ M Performance TwinPower Turbo เทอร์โบชาร์จ 4 ตัว แบ่งเป็นเทอร์โบเล็กทำงานใต้แรงดันสูง 2 ตัว และเทอร์โบใหญ่แรงดันต่ำ 2 ตัว ให้แรงม้าสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นิ่งแน่น มั่นใจด้วยช่วงล่าง Executive Drive Pro ที่ปรับความแข็งได้ตามลักษณะการขับขี่ ราคาค่าตัวสำหรับรถยักษ์นำเข้า 400 แรงม้าคันนี้ อยู่ที่ 8,999,000 บาท

ต่อมาคือ Toyota Supra Convertible..ไม่ใช่..เอาใหม่..ต่อมาคือ BMW Z4 รถสปอร์ตเปิดประทุน 2 ที่นั่งล่าสุดจากตระกูล Z ของ BMW ที่พลิกแนวจากเดิมในรุ่นตัวถัง E89 ซึ่งใช้หลังคาแข็งแบบพับได้ คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นหลังคาผ้าใบ ซึ่งเบาและออกแบบให้ใช้เนื้อที่จัดเก็บไม่มาก ช่วยให้พื้นที่ด้านท้ายมีความจุเพิ่ม 50% จากรุ่นเก่า กลายเป็น 281 ลิตร อีกทั้งยังทำงานเร็ว ใช้เวลาเปิด/ปิดเพียงแค่ 10 วินาทีได้ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Z4 มีขุมพลังให้เลือก 2 แบบ สำหรับคนที่ต้องการความพอดีระหว่างราคาและความแรง มีรุ่น sDrive30i เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้พลัง 258 แรงม้า ราคา 3,999,000 บาท สำหรับคนที่เน้นความแรงแบบถึงใจ ต้องข้ามไปคบกับรุ่น M40i 6 สูบ 3.0 ลิตรเทอร์โบ ซึ่งมีกำลัง 340 แรงม้า ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาแค่ 4.5 วินาที นอกจากนี้ในรุ่น M40i ยังได้ช่วงล่างปรับความหนืดได้อัตโนมัติแบบ Adaptive M Suspension ได้ระบบเบรก M Sport, เบาะนั่งหนังแท้ M Sport และพวงมาลัยดีไซน์ M กับชุดเครื่องเสียง Harman Kardon ทั้งหมดนี้ เป็นของคุณในราคา 4,999,000 บาท

รถ Mainstream ยอดนิยมของ BMW คงจะเป็นรุ่นใดมิได้นอกจากซีรีส์ 3 ใหม่ ซึ่งรับเอานวัตกรรมต่างๆที่ทันสมัยจากซีรีส์ 5 มาอยุ่ในตัว และพัฒนาไปไกลยิ่งกว่า แม้ขนาดตัวจะโตกว่ารุ่นเดิม แต่ด้วยการใช้วัสดุผสมและอะลูมิเนียมในจุดต่างๆ เช่นฝากระโปรงและกันชนหน้า ก็ทำให้น้ำหนักตัวรถเบาลงได้ 55 กิโลกรัม ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศลดจาก 0.29 เหลือ 0.26 ด้วยระบบ Active Air Flap แผ่นปิดกระจังหน้า และการจัดระเบียบอากาศด้านหน้าที่ช่วยลดแรงเสียดทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

BMW ซีรีส์ 3 ใหม่ ในล็อตแรกๆ จะเป็นแบบนำเข้ามาทั้งคัน เริ่มต้นด้วยรุ่น 320d Sport ราคา 2,959,000 บาท พลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบ 190 แรงม้า ตกแต่งตามแบบ Sport ด้วยพวงมาลัย 3 ก้าน ล้ออัลลอยลาย V Spoke ขอบ 18 นิ้ว และกรอบกระจกประตูสีดำตามแบบชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line ภายในตกแต่งด้วยวัสดุอะลูมิเนียมลาย Mesh effect เรียกได้ว่ามาครบหมดยกเว้นกล้องหลัง..(มีแต่เซนเซอร์กะระยะหน้า-หลัง)

ส่วนอีกรุ่น คือ 330i M Sport ที่มีราคา 3,359,000 บาท ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบ 258 แรงม้าบล็อคเดียวกับ Z4 sDrive30i และยังได้ชุดแต่งภายนอกแบบ M Sport ล้ออัลลอย M 18 นิ้วลาย Double Spoke ใช้ยางหน้าและหลังต่างขนาดกัน มีช่วงล่าง เบรก M Sport และพวงมาลัยหนังแท้ M ภายในตกแต่งด้วยวัสดุลายอะลูมเนียมแบบ Tetragon

Previous Post

N0210065_คนใหม กว_part2

Next Post

N0210062_เล อกแฟนก บเล อกเพ อน เล อกไม ยากเลย_part2

Next Post
N0210062_เล อกแฟนก บเล อกเพ อน เล อกไม ยากเลย_part2

N0210062_เล อกแฟนก บเล อกเพ อน เล อกไม ยากเลย_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2602061 ทธ อะไรมาว าอ วน ไปอ วนในต บข าวแกเหรอ part2 | Viviann Vanzant
  • N2602058 ยอดขายหน เพ ออนาคตครอบคร part2 | Viviann Vanzant
  • N2602062 ชายท เก องม หญ งข างกายท เก งด วย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602059 เห นคนอ อนแอกว าเป นขนม ดท ายขมปากเลย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602060 วางแผนมาอย างด ดท ายทำไม ลง part2 | Viviann Vanzant

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.