
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2568: กลยุทธ์ลักซ์ชัวรีและการท่องเที่ยวพลิกฟื้น
รายงานล่าสุดจาก พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผย 10 ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำบนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 ชี้ให้เห็นถึงการปรับตัวอย่างชาญฉลาดของยักษ์ใหญ่ในวงการ ท่ามกลางความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ สังคมไทยในปี 2568 นี้ยังคงให้ความสำคัญกับ “การลงทุนอสังหาริมทรัพย์” และ “ตลาดอสังหาริมทรัพย์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม “อสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี” ที่ยังคงเป็นดาวเด่น ท่ามกลางการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยว ส่งสัญญาณบวกที่ชัดเจนไปยังหัวเมืองหลักทั่วประเทศ
แม้เศรษฐกิจโลกจะยังคงมีความผันผวน แต่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในประเทศไทยยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเน้นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การขยายตัวของโครงการระดับ “คอนโดมิเนียม” และ “บ้านหรู” กลายเป็นแนวทางหลักที่หลายบริษัทนำมาใช้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทำเลท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ภูเก็ต, พัทยา, เชียงใหม่ และขอนแก่น ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
10 ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ: บทพิสูจน์ความแกร่งในตลาด
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้ทำการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่บนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยพิจารณาจากรายได้และกำไรสุทธิ พบว่า 10 อันดับแรกมีรายละเอียดดังนี้
แสนสิริ:
รายได้รวม: 39,205 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 5,253 ล้านบาท
แสนสิริยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้วยรายได้รวมที่เติบโตเล็กน้อย 2% จากปีก่อนหน้า แม้กำไรสุทธิจะลดลง 13.3% มาอยู่ที่ 5,253 ล้านบาท ท่ามกลางการแข่งขันที่สูง บริษัทฯ ได้ใช้กลยุทธ์การปรับพอร์ตโฟลิโอเพื่อเจาะกลุ่มความต้องการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม-ลักซ์ชัวรี และการรุกเข้าไปในทำเลศักยภาพสูงตามเมืองท่องเที่ยวสำคัญ สัดส่วนยอดขายและยอดโอนของบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่คอนโดมิเนียมมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
เอพี ไทยแลนด์:
รายได้รวม: 37,460 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 5,020 ล้านบาท
เอพี ไทยแลนด์ ทำรายได้รวม 37,460 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท โดยมีรายได้ลดลง 2.4% และกำไรสุทธิลดลง 17.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สินค้าแนวราบยังคงเป็นจุดเด่นของบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มบ้านแฝด ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยวในเครือเอพี ที่ได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า
ศุภาลัย:
รายได้รวม: 31,985 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 6,190 ล้านบาท
ศุภาลัย โชว์ผลงานรายได้รวม 31,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% และกำไรสุทธิ 6,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากปีก่อนหน้า โดยรายได้หลักมาจากโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มในทำเลสำคัญอย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล, ภูเก็ต, ชลบุรี และเชียงใหม่
แลนด์แอนด์เฮ้าส์:
รายได้รวม: 28,151 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 5,491 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ มีรายได้รวม 28,151 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,491 ล้านบาท โดยรายได้ลดลง 6.7% และกำไรสุทธิลดลง 26.6% จากปีก่อนหน้า
พฤกษา:
รายได้รวม: 20,996 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 456 ล้านบาท
พฤกษา มีรายได้รวม 20,996 ล้านบาท ลดลง 19.7% และกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 79.3% เหลือ 456 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีความเปราะบาง บริษัทฯ จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายในช่วงปลายปีเพื่อกระตุ้นยอดขาย
เอสซี แอสเสท:
รายได้รวม: 20,823 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 1,706 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท ทำรายได้รวม 20,823 ล้านบาท ลดลง 15.2% และกำไรสุทธิ 1,706 ล้านบาท ลดลง 31.3% โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการแนวราบและแนวสูง ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ และรายได้ค่าที่ปรึกษาและการจัดการที่เพิ่มขึ้น
ออริจิ้น:
รายได้รวม: 11,985 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 1,052 ล้านบาท
ออริจิ้น มีรายได้รวม 11,985 ล้านบาท ลดลง 20.9% และกำไรสุทธิลดลง 61.3% เหลือ 1,052 ล้านบาท
แอสเซทไวส์:
รายได้รวม: 9,941 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 1,457 ล้านบาท
แอสเซทไวส์ ก้าวขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งด้วยรายได้รวม 9,941 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.1% และกำไรสุทธิ 1,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 33.4% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าจับตา
ควอลิตี้เฮ้าส์:
รายได้รวม: 8,695 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 2,150 ล้านบาท
ควอลิตี้เฮ้าส์ ทำรายได้รวม 8,695 ล้านบาท ลดลง 5.9% และกำไรสุทธิ 2,150 ล้านบาท ลดลง 14%
แอล.พี.เอ็น.:
รายได้รวม: 8,011 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 111 ล้านบาท
แอล.พี.เอ็น. มีรายได้รวม 8,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% แต่กำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึง 69% เหลือ 111 ล้านบาท
โอกาสและความท้าทาย: ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2568
สุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวเน้นย้ำว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญกับความท้าทาย แต่ยังมีโอกาสและแนวโน้มที่น่าสนใจ การปรับตัวของผู้ประกอบการ การมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเฉพาะ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ หากผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงมีศักยภาพในการเติบโต
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568:
ตลาดลักซ์ชัวรี่ยังคงแข็งแกร่ง: ความต้องการในกลุ่ม “อสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์” ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถใช้ประโยชน์จากกำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ประกอบกับการพัฒนาโครงการในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งเป็น “ปัจจัยสนับสนุนอสังหาริมทรัพย์” ที่สำคัญ
การฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยว: การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติถือเป็นแรงหนุนที่สำคัญ สร้างโอกาสในการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน” โดยเฉพาะในทำเลท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง ภูเก็ต, พัทยา, เชียงใหม่ และขอนแก่น ที่ยังคงมีความน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์การปรับตัวของผู้พัฒนา: การออกแบบโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เช่น เทรนด์ “Pet Friendly” ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม, โอกาสของคอนโดมิเนียมในเมือง และในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงการยกระดับบริการต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน
มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จาก 2.25% เหลือ 2% ต่อปี คาดว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายมาตรการ LTV (อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน) ซึ่งหากมีการปรับลด LTV ในทุกระดับราคา คาดว่าจะส่งผลดีต่ออุปสงค์ในตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ
มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47: งานนี้คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 6,000 ล้านบาท กลุ่มที่ได้รับความนิยมยังคงเป็นบ้านเดี่ยวระดับกลาง อาคารชุด และทาวน์โฮม สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองกำลังซื้อในเซกเมนต์ที่มีศักยภาพ
“ตลาดที่อยู่อาศัย” ในปี 2568 นี้ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ผู้ประกอบการที่สามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้า และใช้ประโยชน์จากปัจจัยภายนอกได้อย่างชาญฉลาด จะเป็นผู้ที่สามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดที่มีพลวัตนี้
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนหรือต้องการอัปเดตข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลล่าสุดได้แล้ววันนี้!