• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0210072_เด ยวผมหาแฟนให แม เอง_part2

admin79 by admin79
September 27, 2025
in Uncategorized
0
N0210072_เด ยวผมหาแฟนให แม เอง_part2

ชุดเครื่องเสียง Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ ติดตั้งชุดแอมป์ที่มีประสิทธิภาพในด้านกำลังขับ พร้อมลำโพงที่มีความคมชัดสูง ค่าย Bang & Olufsen นำเสนอเสียงเพลงผ่านลำโพงด้วยระบบ 3D Sound System นำเสียงเพลงสู่มิติของการฟังแนวใหม่ โดยการวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนของโปรแกรมซอฟต์แวร์กรองเสียงขั้นสูง ซึ่งถูกพัฒนามาจากความรู้ด้านระบบเสียงในรถยนต์ การวิเคราะห์และผ่านตัวกรองเสียง ช่วยให้เสียงที่ส่งออกมาจากลำโพงมีความคมชัดสูง การกระจายสัญญาณอินพุตไปยังลำโพงในรถยนต์สร้างเสียงที่มีความสมจริงของระบบสามมิติ ระบบเสียง 3D ใน Audi RS4 Avant มีกำลังขับ 755 วัตต์ ควบคุมด้วยระบบดิจิทัล Upmixalgorithm Symphoria® ในขณะที่ใช้แหล่งสัญญาณเสียงรอบทิศทางเวอร์ชัน 5.1 ผู้โดยสารจะรู้สึกได้ว่า ห้องโดยสารของรถมีการขยายขนาดเสียงที่ครอบคลุม ด้วยกำลังขับที่เหลือเฟือ พร้อมลำโพงรอบห้องโดยสารจำนวน 19 ตำแหน่ง ระบบเสียง Symphoria® 3D ถือเป็นการปฏิวัติวงการเครื่องเสียงติดรถยนต์ ภาคขยาย ให้เสียงเพลงในระบบเซอร์ราวด์แบบคลาสสิกในมิติที่ไกลมากกว่าเดิม ลำโพงอะคูสติค ติดตั้งรวมอยู่ในส่วนบนของเสา A ชุดเครื่องเสียง Bang & Olufsen 3D Sound System มีการออกแบบฝาครอบลำโพง “เส้นไดนามิก” เป้าหมายหลักสำหรับการออกแบบในลักษณะดังกล่าว คือ การเพิ่มความโปร่งใสของตะแกรงครอบกรวยลำโพง เพื่อให้ได้ระดับคุณภาพเสียงที่สูงขึ้นกว่า Audi Bang & Olufsen รุ่นก่อนหน้า

Speakers
– 19 speakers
– The front woofers makes use of DHS
(Double Half Shelf) principle
› Amplifier
– 16 amplifier channels with a total output power of 755 Watt
– Implemented with Class D technology
– Digital Signal Processing (DSP)
– MOST150 (Media Oriented Systems Transport)
– Microphone inputs
DSP features
‐ Scalable Digital Signal Processing power (DSP)
‐ Symphoria® 3D algorithm
‐ Vehicle Noise Compensation (VNC)
‐ Digital Transmission Content Protection (DTCP)
‐ 5.1 multichannel support
› Sound settings
‐ FRONT / REAR / ALL

ไส้ในซึ่งเป็นที่มาของตำนานแห่งความรุนแรงและดิบโหด นี่คือเครื่องยนต์เบซิน V6 2.9 ลิตร TFSI twin-turbo โมเต็มโดยแผนก Audi Sport ทำให้ Audi RS4 Avant มีกำลังมากถึง 331 กิโลวัตต์ (450 แรงม้า) ซึ่งเท่ากับเอาต์พุต 155.5 แรงม้าต่อลิตร ทำให้ RS4 Avant เร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาสั้นจู๋เพียง 4.1 วินาที เครื่องยนต์เบนซิน V6 TFSI เทอร์โบคู่ มีน้ำหนัก 182 กิโลกรัม (401.2 ปอนด์) เบากว่าเครื่องยนต์ V8 ใน RS4 รุ่นก่อนหน้า 31 กิโลกรัม (68.3 ปอนด์) การใช้เครื่องยนต์ที่มีความจุลดลงแต่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มแรงฉุดลากรวมถึงการกระจายโหลดในรถยนต์ที่มีเพลาขับสองชุด ระบบอัดอากาศเทอร์โบคู่ วางคร่อมฝาสูบเพื่อลดความยาวของท่อทางต่างๆ เทอร์โบแฝดให้ประสิทธิภาพที่น่าประทับใจโดยมีแรงบิด 600 นิวตันเมตร (442.5 ปอนด์ต่อฟุต) ในช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,900 ถึง 5,000 รอบต่อนาที แพ็กเกจ RS Dynamic ปลดล็อกความเร็วสูงสุด จากการควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จาก 250 เป็น 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (155.3 ถึง 174.0 mph)

เทอร์โบชาร์จเจอร์สองตัวของเครื่องยนต์ V6 TFSI แต่ละตัวได้รับการกำหนดให้กับกระบอกสูบ 3 ตำแหน่ง สร้างแรงบูสต์สูงถึง 1.5 บาร์ เช่นเดียวกับเครื่องยนต์ V6 และ V8 ทั้งหมดของ Audi ระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์จะถูกวางคร่อมฝาสูบในตำแหน่ง 90 องศา ท่อไอเสียออกแบบให้วางอยู่ด้านในขณะที่ท่อไอดีอยู่ด้านนอก เลย์เอาต์ของเครื่องยนต์ V6 นี้ทำให้เครื่องมีขนาดกะทัดรัดและมีท่อทางเดินสั้น การใช้ท่อไอดีสั้นลงทำให้ตอบสนองต่อการเร่งความเร็วมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ ไม่เพียงสร้างความประทับใจในด้านของประสิทธิภาพ จากแรงบิดที่ล้นเหลือ แต่ยังมีการปรับให้ระดับของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงเหลือแค่ 9.2 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 208 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร (334.7 กรัม / ไมล์) การปรับลดพลังงานลง 17 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า มีส่วนช่วยทำให้เครื่องยนต์ปล่อยมลพิษน้อยลง ปัจจัยชี้ขาดในเรื่องนี้ คือ กระบวนการเผาไหม้ในระบบจ่ายเชื้อเพลิง TFSI ของ Audi ซึ่งรู้จักกันในชื่อ B-cycle มันถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ สำหรับความประหยัดและพลัง ในกรณีที่คนขับใช้ความเร็วสูงขึ้น ระบบ valveift Audi แบบสองขั้นตอน (AVS) จะปิดวาล์วไอดี ซึ่งจะเป็นการเพิ่มระยะเวลาการเปิดมุมข้อเหวี่ยง 200 องศา ในเวลาเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของขนาดวาล์วจาก 6.0 เป็น 10 มิลลิเมตร (จาก 0.2 เป็น 0.4 นิ้ว) เครื่องยนต์สามารถส่งกำลังออกมาอย่างมหาศาล

พลังของเครื่องยนต์ V6 ความจุ 2.9 ลิตร พร้อมระบบจ่ายเชื้อเพลิง TFSI นั้นเทแรงบิดไหลไปสู่เพลาข้อเหวี่ยงที่ต่อเชื่อมกับเกียร์ ZF แล้วส่งกำลังไปที่เพลาขับ 2 ชุด (หน้า-หลัง) ผ่านระบบขับเคลื่อนล้อ 4 ล้อ quattro ที่เชื่อมต่อการทำงานกับระบบเกียร์ 8 สปีด ในสภาวะการขับขี่ปกติ ระบบจะส่งกำลังไปที่เพลาล้อหลังมากเป็นพิเศษ โดยส่งแรงบิด 60 เปอร์เซ็นต์ไปยังเพลาหลัง และอีก 40 เปอร์เซ็นต์ไปยังเพลาหน้า และเมื่อเกิดการลื่นไถลที่ล้อข้างใดข้างหนึ่ง แรงบิดที่เทไปยังล้อนั้นจะถูกปรับลดทันทีโดยอัตโนมัติ ตอบสนองต่อการสูญเสียแรงยึดเกาะอย่างรวดเร็ว Quattro จะถ่ายแรงบิดไปยังล้อฝั่งตรงข้ามเพื่อเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว ระบบ Quattro สามารถเทแรงบิดสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ไปยังด้านหน้า หรือเทแรงบิด 85 เปอร์เซ็นต์ไปที่เพลาล้อหลัง ทั้งหมดจะถูกควบคุมผ่านระบบรักษาเสถียรภาพ ESC และระบบ wheel-selective torque control

การควบคุมแรงบิดแบบอิสระทั้งสี่ล้อด้วยกลไกไฟฟ้าในระบบ Quattro ออกแบบให้สามารถใช้งานได้กับผิวถนนทุกประเภท เมื่อขับรถด้วยโหมด Dynamic ล้อที่อยู่ด้านในของโค้งจะถูกควบคุมแรงบิดผ่าน Electronic Stabilization Control (ESC) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มแรงบิดให้กับล้อด้านนอกของโค้งด้วยภาระการยึดเกาะที่สูงขึ้น ความแตกต่างของแรงขับเคลื่อนที่แปรผันในแต่ละล้อทำงานอิสระจากกัน ช่วยปรับให้รถสามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วและมุมของพวงมาลัยที่มีความเที่ยงตรงแม่นยำ ผลลัพธ์ที่ได้คือความคล่องตัวและการทรงตัวที่เป็นกลางในโค้ง ความแตกต่างของชุดขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro sport พร้อมการปรับจูนเฉพาะของรุ่น RS ช่วยทำให้ระบบตอบสนองต่อการทำงานได้รวดเร็วขึ้นเมื่อคนขับเร่งความเร็ว ชุดกระจายแรงบิดระหว่างล้อทำหน้าที่อย่างแข็งขัน เพิ่มแรงฉุดลากอย่างเต็มที่ และเพิ่มเสถียรภาพด้วยการควบคุมของ ESC เมื่อเร่งความเร็วในช่วงปลายโค้งก่อนออกสู่ทางตรง แรงบิดจะถูกส่งไปที่ล้อหลังด้านนอกของโค้ง ในกรณีที่ผู้ขับใช้ความเร็วมากจนเกินไป ชุดเฟืองท้ายไฟฟ้า จะถ่ายแรงบิดไปที่ล้อด้านในของโค้งเพื่อสร้างแรงยึดเกาะ

โหมดขับเคลื่อน Audi drive select dynamic จัดมาให้ถึง 5 โหมด เช่น comfort, auto, dynamic, individual รวมถึงโหมดจัดหนักอย่าง RS-specific RS1 และ RS2 modes เป็นระบบการจัดการแบบไดนามิกที่เข้ามาควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์, เกียร์, พวงมาลัย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro, เสียงเครื่องยนต์ และการทำงานของระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โหมด RS2 ที่ปรับแต่งได้นั้น ผู้ขับสามารถปิดระบบควบคุมการทรงตัวอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) อย่างรวดเร็วเพียงแค่กดปุ่ม Audi RS4 Avant มีระบบช่วยเหลือผู้ขับมากกว่า 30 ระบบ เน้นย้ำถึงคุณลักษณะ ความเป็นยานยนต์ไฮเทครุ่นท็อปสุดของโมเดล A4 Avant รวมถึงระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go ระบบสัญญาณเสียงแจ้งเตือนการเปลี่ยนเลนเมื่อมีรถอยู่ข้างๆ หรือการเตือนในลักษณะต่างๆ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

รหัสตัวถัง B9 เมื่อถูกนำมาโมโดย Audi Sport ทำให้รถแวนหน้าตาบ้านๆ กลายเป็นจักรกลที่มีสมรรถนะเหลือรับประทาน ในราคาเฉียดๆ 6 ล้าน คุณสามารถซื้อ RS4 / RS 5 ที่แรงสูสีกับ M4 Competition รถคู่แข่งที่มีราคา 9,999,000 บาท การอัปเกรดอุปกรณ์ในระบบขับเคลื่อนและชุดแอร์โรพาร์ท ไม่ทำให้ Avant มีชุดแต่งที่รกรุงรัง ชิ้นส่วนรีดและดักอากาศเรียบสนิทประสานไปกับตัวถังอย่างกลมกลืน แตกต่างจาก Body สแตนดาร์ดเพียงแค่ไม่กี่จุด ที่โดนใจก็คือโป่งข้างตัวถังบริเวณซุ้มล้อหน้า-หลังที่ดึงออกมาพอดิบพอดีไม่ได้มากจนเกินไปแล้วทำให้ดูน่าเกลียด การออกแบบที่ดีทำให้ระบบแอร์โรไดนามิกส์ใน A4 Avant เดิมๆ นั้นดีอยู่แล้ว เนื่องจากแบรนด์สี่ห่วงมีการลงทุนกับอุโมงค์ลมด้วยเงินมหาศาล RS4 Avant มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ 0.32 (cd 0.32) ทรงแบบรถแวกอนดูเหมือนคุณกำลังขโมยรถภรรยาออกมาขับ ส่วนสีเขียว Sonoma Green ก็คล้ายกับงูเขียวหางไหม้ที่มีพิษร้ายกาจ การใช้โหมด Comfort ขับด้วยความเร็วต่ำในเมือง คุณแทบจะไม่รู้สึกว่ารถคันนี้มันมีพิษสงตรงไหน เมื่อใช้ความเร็วต่ำ พวงมาลัยไดนามิกส์ปรับน้ำหนักให้สอดรับกับความเร็วที่ใช้ในขณะนั้น ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่ชาญฉลาด พร้อมกลไกของวาว์ลที่อยู่ในปั๊ม คอยผ่อนสั้นผ่อนยาวให้กับน้ำหนักของพวงมาลัยได้ดี ขับช้า น้ำหนักของพวงมาลัยใน RS4 หนักกว่า A4 Avant แค่นิดเดียวเท่านั้น ทำให้เกิดความสบายในการขยับเข้า-ออกจากที่คับแคบ กล้องกับเซนเซอร์รอบคันช่วยทำให้การขับถอยหลังมีความปลอดภัยสูง ด้วยระบบที่เข้ามาคอยประคับประคองการขับในเมือง เช่น ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุแบบพื้นฐาน (Audi pre sense basic) ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุด้านหลัง (Audi pre sense rear) ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตาเมื่อเปลี่ยนเลน (Lane change assist) ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อจะเปิดประตูลงจากรถ (Exit warning) ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง (Rear cross-traffic assist) เซนเซอร์หน้า-หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด กล้องแสดงภาพด้านหลัง ขณะถอยจอด เรียกว่าให้กันมาแบบคุ้มค่าตัวเลยทีเดียว 

ช่วงล่าง RS Sports เป็นโช้คอัพและสปริงแบบมาตรฐาน ส่วนออปชันเสริม ที่จะต้องจ่ายเพิ่มหากอยากได้ เป็นกลไกของโช้คที่เรียกว่า Dynamic Ride Control (DRC) นั่นคือไม้ตายของค่าย Audi ในการจัดการกับองคาพยพขณะขับเคลื่อนทั้งในย่านความเร็วต่ำและหวดเต็มข้อ เมื่อออกทางไกลไปแถวๆ เขาโจก อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี RS4 วิ่งเร็วอย่างเนียนและมีอาการกระด้างน้อยมาก การเซตช่วงล่างนั้นคือหัวใจของ Audi เพื่อปรับให้ระบบรองรับของรถทำหน้าที่ได้เข้าขากับชุดขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro สำหรับโช้คอัพไฟฟ้าออปชันเสริม Dynamic Ride Control (DRC) อธิบายการทำงานของมันให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นก็คือ เป็นช่วงล่างแบบ Adaptive Suspension ติดตั้งโช้คไฟฟ้าที่ควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์จากซอฟต์แวร์ที่มีความซับซ้อน โดยใช้สมองกลไฟฟ้าในการควบคุมการเปิดของวาว์ลในกระบอกโช้ค ระดับการทำงานของวาว์ลมีผลโดยตรงกับการหน่วงในการยุบตัวหรือเด้งกลับ หรือ Bump & Rebound ของกลไกภายในตัวกระบอกโช้ค DRC จะปรับให้เกิดความหนึบและนิ่มนวลเมื่อวาว์ลเปิดออกจนสุด ของเหลวภายในกระบอกโช้คระหว่างผนังกั้นสองตำแหน่งจะไหลมาไปมาได้อย่างสะดวก ในทางกลับกันเมื่อใช้โหมดสูงสุดและเพิ่มความเร็วในการขับ การตอบสนองของโช้คจะหนึบแน่นขึ้นเมื่อวาว์ลเปิดการทำงานน้อยลง โช้คอัพทั้งสี่ แยกการทำงานอย่างอิสระด้วยคำสั่งของ ECU ที่ประมวลผลจากพฤติกรรมการขับและโหมดของการขับเคลื่อน เมื่อขับเรื่อยๆ ช่วงล่างก็นิ่มใช้ได้ ไม่ค่อยกระด้าง แต่เมื่อใดที่เกิดอาการคัน กดไปที่โหมด RS1 หรือ RS2 วาว์ลในกระบอกโช้คจะทำหน้าที่ปรับให้โช้คหนืดขึ้น เนื่องจาก RS4 เป็นรถสองบุคลิก มีให้ทั้งความสบายในชีวิตประจำวันและแรงสุดลิ่มในสนามแข่ง 

พวงมาลัยคืออุปกรณ์ที่คุณจะต้องจับไปตลอดการขับและถ้าทำออกมาไม่ดีก็คงเสียความรู้สึก RS4 ติดตั้งพวงมาลัยไฟฟ้า ทำงานแปรผันไปตามความเร็ว (Dynamic steering) หุ้มรอบวงด้วยหนังกลับ Alcantara ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจับพวงมาลัยของรถแข่ง! การเร่งความเร็วที่เต็มไปด้วยความมั่นคงในโหมด RS1 เกิดจากการเซตช่วงล่าง การทำงานของชุดกระจายแรงบิด Quattro และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ชุดบังคับเลี้ยวสุดแม่น Dynamic steering การปรับอัตราทดของพวงมาลัยขึ้นตรงกับสปีดความเร็วและแรง G เมื่อใช้โหมดสูงสุดและขับเร็ว พวงมาลัยจะปรับน้ำหนักให้เพิ่มมากขึ้น เป็นค่าที่ไม่คงที่และมีการผกผันอยู่ตลอดเวลา ทั้งการเร่ง เลี้ยว เบรก ความแม่นยำของพวงมาลัยไฟฟ้าใน RS4 ทำให้สามารถเล็งไปยังส่วนปลายทางออกของโค้งได้อย่างไม่มีขาดหรือเกิน ในย่านความเร็วสูง พวงมาลัยจะขึงตรึงแน่นจนทำให้เกิดความมั่นใจ และกล้าที่จะเติมคันเร่งลงไปอีกจนสุด! RS4 Avant เป็นรถที่เร่งความเร็วทางตรงได้อย่างเฉียบคม มีให้คุณทั้งกำลังและความนิ่งในการพุ่งทะยานไต่ระดับความเร็วคล้ายลูกธูน แรงดึงหนักหนาสาหัสเหมือนไม่มีวันหมด จากแรงบิดมหาศาลที่ผลิตออกมาจากเครื่อง V6 ทำให้หาถนนโล่งๆ ไว้ปลดปล่อยพลังได้ยากเต็มทน พวงมาลัยถ่ายทอดสภาพถนน ผ่านยาง 275 /30ZR20 ได้ดีกว่า Audi ทุกรุ่นที่ผมเคยขับ แรงขืนตัวเมื่อล้อและยางพยายามสร้างแรงยึดเกาะกับโค้ง เปลี่ยนเป็นแรงดึงของพวงมาลัยที่ให้ความรู้สึกตื่นเต้นหวาดเสียว แรงจากเพลาขับหน้า-หลังท่ีส่งลงล้อทั้งสี่ ความรู้สึกขณะเบรกหนักๆ การควบคุมเชิงแนวดิ่งของระบบรองรับ ทั้งหมด นับว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม 

ในฐานะที่เป็นรถ RS เวลาโยนโค้งเล่นแรงๆ รถมีอาการเหวี่ยงตัวน้อยมาก อาการโยนตัวซ้ายที ขวาที ที่เคยเกิดขึ้นกับ Ford Mustang GT 5.0 ลิตร มีน้อยมากใน RS4 ถ้าอัดแรงๆ บนทางผิวเรียบอาการดังกล่าวแทบจะไม่ปรากฏออกมาให้รู้สึก เร่งจากจุดหยุดนิ่งด้วยการกดคันเร่งเต็มเหนี่ยว หน้ารถไม่มีอาการเชิดหรือยกขึ้น เมื่อใช้เบรกหนักๆ ส่วนหน้าของรถก็ไม่ได้ทิ่มลงดิน เรียกว่าไปกันทั้งกระดาน หรือไปแบบทั้งเพลต ทำให้ควบคุมรถในย่านความเร็วสูงได้ง่ายกว่ารถแรงของแบรนด์คู่แข่ง ยกตัวอย่างง่ายๆ M4 Competition ก็ยังยัด XDrive มาให้กับลูกค้า รวมถึง M3 Touring ที่จะโผล่ตามออกมาในเร็ววันนี้ ซึ่งถือเป็นมวยถูกคู่เมื่อนำมาเปรียบกับ RS4 Avant ก็ยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ M XDrive ที่เอาไว้ต่อกรกับมวยเล็กหมัดหนักอย่าง RS สำหรับ RS4 เป็นรถสปอร์ตแวกอนที่ปรับระดับช่วงล่างเองไม่ได้ แต่มันมีความเป็นกลางสูง ไม่สะเทือนหรือกระเด้งกระดอนมากจนเกินไป ขับแล้วสบายตัวกว่าซุปเปอร์คาร์ รถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจากการปรับจูน แถมด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เป็นตำนานมากว่า 40 ปี ทำให้เกาะถนนดีเอาเรื่อง 

การจัดเรียงอากาศขั้นสูงปรากฏให้เห็นที่สปอยเลอร์หน้า บริเวณช่องรับอากาศด้านข้าง เสาหน้าที่เรียวบาง โป่งข้างที่เผยออกมามากกว่า A4 Avant รุ่นมาตรฐาน ล้อลายกงจักร ที่ช่วยระบายความร้อนให้กับคาร์ลิปเปอร์และจานเบรก ในช่วงความเร็วสูง RS4 ให้ความบันเทิงทางอารมณ์ได้ดี และมีการขับที่เหนือกว่ารถคู่แข่งในด้านความสบายกับการทรงตัว เช่นเดียวกับอาการโคลงไปโคลงมาของตัวรถที่มีน้อยมาก หากไม่ได้วิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบ ก็แทบจะไม่ปรากฏออกมาให้สัมผัส สิ่งที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจก็คือ พลังของเครื่องยนต์ที่คุณสามารถอัดเต็มที่ได้อย่างเร้าใจ โดยไม่มีอาการสะดุด น้ำหนักส่วนใหญ่ที่เฉลี่ยลงตรงกลางรถ ยิ่งทำให้มันวิ่งในย่านความเร็วสูงได้ดีเอามากๆ แม้จะโดนลมปะทะด้านข้างมันก็ยังนิ่งใช้ได้ ผมลองอัดเข้าโค้งโดยใช้การเบรกแบบช้าที่สุด แล้วหักพวงมาลัยออกอย่างฉับพลัน จากนั้นก็เดินคันเร่งเต็มเหนี่ยว คุณสามารถทำแบบนี้ได้ทั้งวันใน RS4 ตราบใดก็ตามที่ยางยังอยู่ในสภาพดีก็ขอให้เล่นกันเต็มที่ไปเลย การเข้าออกตามลักษณะของไลน์ในโค้งเป็นไปอย่างธรรมชาติ ไหลลื่นและเกาะหนึบ แต่เตือนไว้ก่อนว่า ถ้าคุณทำรถขับสี่ Quattro โดยเฉพาะรถในตระกูล RS หลุดโค้ง ก็แทบจะไม่มีระยะเวลาหรือพื้นที่เหลือให้ทำการแก้ไขได้เลย อย่าขับจนใกล้กับขีดข้อจำกัดของตัวรถ หากข้ามผ่านเส้นนั้นไปก็ตัวใครตัวมันนะครับ!  

Quattro ใน RS4 Avant จัดสรรแรงบิดเฉลี่ย ล้อหน้า – หลัง ในสภาวะการขับปกติที่ 40:60 (หน้ามีแรงบิด 40% หลังมีแรงบิด 60%) ระบบ Quattro จะแบ่งกำลังแรงบิดจากเครื่องยนต์ผ่านเกียร์ ZF 8 สปีด ลงไปที่เพลาหน้า 40% และถ่ายไปที่เพลาหลังอีก 60% ที่เหลือ การผกผันแรงบิดไปยังล้อทั้งสี่จะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาจาก ECU ที่รับข้อมูลของความเร็ว แรง G การใช้เบรก และโหมดการขับเคลื่อน Quattro สามารถเทแรงบิดลงล้อหน้าได้มากถึง 70% (70-30) หรือกลับกัน มันสามารถกระจายแรงบิดลงล้อหลังได้มากถึง 85% (15-85) เพื่อสร้างสมดุลของการยึดเกาะและเสถียรภาพในการขับเคลื่อน อุปกรณ์ที่รับหน้าที่กระจายแรงบิดจากชุดเกียร์ ZF คือ ชุดขบวนเฟือง Crown Gear จากเดิมที่ใช้เฟืองแบบ Torsen มาเป็นแบบ Crown Gear จากพัฒนาการในระบบขับเคลื่อนของ Audi ที่เน้นในด้านประสิทธิภาพและการตอบสนองของการกระจายแรงบิดลงไปยังล้อทั้งสี่ข้างแบบอิสระ ชุด Quattro แบบใหม่ยังมีน้ำหนักเบาขึ้น Crown Gear ทั้งลูกมีน้ำหนักประมาณ 4.8 กิโลกรัม การกระจายแรงบิดจะเกิดอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาของการขับเคลื่อน ที่เยี่ยมยอดก็คือ การทำงานที่ไหลลื่นของระบบส่งกำลัง ZF และชุด Quattro ในทุกย่านความเร็ว โดยปราศจากเสียงการทำงาน ไม่ว่าคุณจะตั้งใจฟังเสียงของกลไกภายในยังไงก็ไม่ได้ยิน แต่ที่ได้ยินอย่างชัดเจนก็คือ เสียงเครื่องยนต์ V6 ที่ครางในรอบสูง ท่อถูกปรับให้ส่งเสียงได้ไพเราะจับใจ เมื่อวาล์วภายในท่อถูกเปิดออกจนสุดด้วยโหมด RS1 พร้อมเสียงระเบิดของท่อท้ายขณะทำการเปลี่ยนเกียร์ เมื่อลากจนมาถึงรอบสูงสุดจนไฟชิฟไลต์กะพริบรัวๆ ให้คุณเปลี่ยนเกียร์เสียที! 

ผ่านไปแล้วกว่า 7 ชั่วโมง จากการอัดแบบผ่อนสั้นดันยาว จนมาถึงเขตหุบเขาสูงในกาญจนบุรีพร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนัก แต่ผมยังไม่สาแก่ใจ RS4 เป็นรถที่มีความมุ่งมั่นในการเอาชนะสูงมาก ประสิทธิภาพในการเกาะถนนและการลดความเร็วอยู่ในระดับที่พูดได้ว่า เหนือชั้น ระบบควบคุมการทรงตัว และชุด Quattro ช่วยให้รถทะยานผ่านโค้งโดยไม่มีอาการสะดุด ชะงักงัน หรืองกๆ เงิ่นๆ คุณสามารถขับ RS4 เข้าโค้งด้วยความเร็วที่หลากหลาย ขึ้นตรงกับฝีมือในการควบคุมทิศทางและสภาพยาง ความสามารถในการเข้าโค้ง กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Quattro การไล่เปลี่ยนเกียร์ในรอบสูงของชุดเกียร์ ZF เป็นไปอย่างนิ่มนวล ขัดแย้งกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ RS4 เป็นรถที่ดึงหนักและนาน ในแบบที่เครื่อง V6 ทวินเทอร์โบควรจะเป็น เครื่องยนต์หมุนเร็วจี๋ในรอบสูงด้วยความเสถียรที่มากกว่าเครื่องสูบเรียง ส่งผลไปถึงความนิ่งของตัวรถขณะทำความเร็ว หากเป็นคนที่จับความรู้สึกได้ดีแบบเหนือมนุษย์ คุณจะรู้สึกได้ถึงการทำงานของ Quattro ที่เพิ่มหรือลดแรงบิดไปมาระหว่างล้อทั้งสี่อยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะเส้นทางขึ้นลงภูเขาสูงชัน แรงบิดถูกจัดให้ตามสถานการณ์เฉพาะหน้า บางครั้งแรงบิดก็เทลงไปที่ล้อหน้า เพื่อช่วยดึงหน้ารถออกจากโค้ง บางจังหวะเมื่อออกตัวจากจุดหยุดนิ่งอย่างรวดเร็ว แรงบิดมากถึง 85% เทลงไปที่ล้อหลัง ทำให้ล้อหน้ามีแรงบิดแค่ 15 % ส่งผลให้ล้อหน้ามีแรงต้านทานน้อยลง เพื่อส่งให้การเร่งความเร็วทำได้อย่างน่าประทับใจ ตัวเลข 4.1 จากการเร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการเอาชนะของ RS4 ได้เป็นอย่างดี

เล่นมาทั้งวัน ก็ย่อมหมดเรี่ยวแรงบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ผมลดความเร็วลงมาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ปรับโหมดจาก RS1 ไปเป็น Comfort เมื่อวาล์วในระบบระบายไอเสียปิดการทำงานลง เสียงท่อจะเบาลงจนแทบจะแปลงร่างเป็น A4 Avant จากความเงียบของท่อระบายท้าย RS4 แม้จะดุดันร้ายกาจ แต่เมื่อเอามาขับเรื่อยๆ แบบกินลมชมวิว ก็มีความนิ่มหนึบที่ใช้ได้ ขับสบายตัวในย่านความเร็วต่ำ เป็นรถแวนที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก คุณสมบัติสูงสุดของรถรุ่นนี้ก็คือ ประสิทธิภาพในด้านกำลังแรงบิด การเข้าโค้งผสานการควบคุมน้ำหนักของพวงมาลัยที่สุดยอด การกระจายแรงบิดแบบผกผันต่อเนื่องอย่างเนียน การควบคุมต่างๆ ของระบบรักษาเสถียรภาพเพื่อทำให้คุณเข้าโค้งเดิมในสนามพีระได้เร็วขึ้นและนิ่งอย่างเหลือเชื่อเมื่อเร่งทางตรง

Previous Post

N0210058_ครอบคร วก อาจเป นภาระได_part2

Next Post

N0210073_สาม ใหม แม อแฟนฉ นในอนาคต_part2

Next Post
N0210073_สาม ใหม แม อแฟนฉ นในอนาคต_part2

N0210073_สาม ใหม แม อแฟนฉ นในอนาคต_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2602061 ทธ อะไรมาว าอ วน ไปอ วนในต บข าวแกเหรอ part2 | Viviann Vanzant
  • N2602058 ยอดขายหน เพ ออนาคตครอบคร part2 | Viviann Vanzant
  • N2602062 ชายท เก องม หญ งข างกายท เก งด วย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602059 เห นคนอ อนแอกว าเป นขนม ดท ายขมปากเลย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602060 วางแผนมาอย างด ดท ายทำไม ลง part2 | Viviann Vanzant

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.