
สัญญาณเตือนจากภาคอสังหาริมทรัพย์: รายได้-กำไร ครึ่งปีแรก 2568 ดิ่งเหว สะท้อนความกังวล “หนี้สิน” ของผู้บริโภค
กรุงเทพฯ, 2568 – ตัวเลขทางการเงินที่ปรากฏในงบการเงินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่สะท้อนผลประกอบการของผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังเป็น “กระจกเงา” ที่สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวลใจของผู้บริโภคต่อภาระหนี้สินใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าอสังหาริมทรัพย์จะเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนไทยก็ตาม
สถานการณ์นี้บ่งชี้อย่างชัดเจนถึงภาวะความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่กำลังหดตัวลง เมื่อรายได้ของครัวเรือนเติบโตในอัตราที่ช้ากว่าค่าใช้จ่าย หนี้สินภาคครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงทรงตัวในระดับที่ค่อนข้างสูง ทำให้ความฝันในการมีบ้านหรือคอนโดมิเนียมของคนจำนวนมากต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่งผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ที่สำคัญของประเทศไทย กำลังประสบกับภาวะชะลอตัวอย่างน่าเป็นห่วง
อาจกล่าวได้ว่า ในขณะนี้ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศกำลังสะท้อนถึง “ความกลัวหนี้สิน” ที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของผู้บริโภคชาวไทย
ข้อมูลเชิงลึกจาก LWS Wisdom ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยในเครือ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยรายงานผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – มิถุนายน) ของ 40 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า:
รายได้รวม อยู่ที่ 131,217.08 ล้านบาท ลดลง 15.21%
กำไรสุทธิรวม อยู่ที่ 8,369.92 ล้านบาท ลดลงถึง 37.17% โดยมีถึง 18 บริษัทที่รายงานผลขาดทุน
10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้สูงสุด (ครึ่งปีแรก 2568)
| อันดับ | บริษัท | รายได้ (ล้านบาท) | การเปลี่ยนแปลง (%) |
| :—- | :————————– | :————— | :—————- |
| 1 | เอพี ไทยแลนด์ (AP) | 17,786.61 | -0.33% |
| 2 | แสนสิริ (SIRI) | 15,677.66 | -19.44% |
| 3 | แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) | 12,107.57 | -17.77% |
| 4 | ศุภาลัย (SPALI) | 10,667.34 | -16.70% |
| 5 | เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FPT) | 10,336.18 | -0.77% |
| 6 | เอสซี แอสเสท (SC) | 7,891.04 | -8.77% |
| 7 | สิงห์ เอสเตท (S) | 6,947.38 | -12.18% |
| 8 | พฤกษา โฮลดิ้งส์ (PSH) | 6,944.37 | -29.59% |
| 9 | ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) | 4,998.72 | -24.83% |
| 10 | พราว เรียล เอสเตท (PROUD) | 3,773.78 | +111.52% |
10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสูงสุด (ครึ่งปีแรก 2568)
| อันดับ | บริษัท | กำไรสุทธิ (ล้านบาท) |
| :—- | :————————– | :—————– |
| 1 | แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) | 2,212.48 |
| 2 | แสนสิริ (SIRI) | 2,028.11 |
| 3 | เอพี ไทยแลนด์ (AP) | 1,870.04 |
| 4 | ศุภาลัย (SPALI) | 1,509.27 |
| 5 | เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FPT) | 1,192.82 |
| 6 | ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) | 736.36 |
| 7 | เอสซี แอสเสท (SC) | 531.08 |
| 8 | ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) | 430.97 |
| 9 | แอสเซท ไวส์ (ASW) | 399.89 |
| 10 | แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ (G LAND) | 230.97 |
สินค้าคงค้างสูง สะท้อนอุปสงค์ที่ซบเซา
นอกเหนือจากตัวเลขรายได้และกำไรที่ลดลงแล้ว ภาวะโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมที่ขายออกได้ยาก ยังส่งผลให้มูลค่าของสินค้าคงเหลือ (Inventory) รวมกับสินค้าที่อยู่ระหว่างการพัฒนาของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ มีมูลค่าสูงถึง 725,404.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.89% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาด
“ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2568 และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวและฟื้นตัวในระยะต่อไป ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดในช่วงวิกฤติ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาฟื้นตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนประมาณ 8-10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับภาคการก่อสร้าง, ภาคอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง, และภาคการเงิน การที่รายได้และกำไรของผู้ประกอบการในภาคนี้ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับมูลค่าสินค้าคงค้างที่เพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของภาวะ “ความไม่มั่นใจ” ในกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งไม่กล้าแบกรับภาระหนี้สินใหม่ในภาวะปัจจุบัน
แม้ว่าสถานการณ์นี้จะยังไม่เข้าข่ายวิกฤติ แต่ก็เป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด หากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกำลังซื้อโดยรวมไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นได้ การชะลอตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์นี้อาจส่งผลกดดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในระยะยาวได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทางออกสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
ในภาวะเช่นนี้ ผู้บริโภคที่กำลังวางแผนซื้อที่อยู่อาศัยควรพิจารณาถึงความสามารถในการผ่อนชำระของตนเองอย่างรอบคอบ ประเมินสถานการณ์ทางการเงินในระยะยาว และศึกษาทางเลือกสินเชื่อที่หลากหลายจากสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงเปรียบเทียบข้อเสนอจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่อาจมีโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย
สำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของตลาด กำหนดราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ การนำเสนอรูปแบบการขายที่หลากหลาย และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้สามารถฝ่าฟันช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้
หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อวางแผนการตัดสินใจของคุณให้มั่นคงและชาญฉลาดที่สุด.