
ตลาดรถยนต์สหราชอาณาจักร: แนวโน้มปี 2025 และโมเดลยอดนิยม
ปี 2025 กำลังดำเนินไปสู่ครึ่งทางของปี และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดรถยนต์ใหม่ในสหราชอาณาจักร โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ยอดการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ได้เพิ่มขึ้นถึง 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นจำนวน 191,316 คัน ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 39.1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024 ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวและความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมยานยนต์
ภายใต้ภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงนี้ “Ford Puma” ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในฐานะรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในสหราชอาณาจักรประจำปี 2025 ต่อเนื่องจากความสำเร็จในปี 2024 ด้วยความสามารถในการครองอันดับต้นๆ จนถึงสิ้นปีนี้
10 อันดับรถยนต์ขายดีในสหราชอาณาจักร ปี 2025 (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน)
Ford Puma – 26,355 คัน: หลังจากเริ่มต้นปี 2025 อย่างค่อยเป็นค่อยไป “Ford Puma” ได้กลับมาทวงคืนตำแหน่งผู้นำตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จุดเด่นที่ทำให้ “Ford Puma” ครองใจผู้บริโภค ได้แก่ การขับขี่ที่สนุกสนาน ราคาที่เข้าถึงง่าย และการมีรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง “Ford Puma ST” ให้เลือกซื้อ นอกจากนี้ การเปิดตัว “Ford Puma Gen-E” ซึ่งเป็นรุ่นพลังงานไฟฟ้าล้วนภายในปี 2025 นี้ คาดว่าจะยิ่งช่วยกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มสูงขึ้นอีก
Kia Sportage – 23,012 คัน: รถ SUV อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในหมู่ครอบครัวชาวอังกฤษมาตั้งแต่สองเจเนอเรชั่นก่อนหน้า “Kia Sportage” โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและตัวเลือกขุมพลังที่หลากหลาย ทั้งระบบ Mild-hybrid, Full-hybrid และ Plug-in hybrid ช่วยให้ “Kia Sportage” รักษาอันดับที่ 2 ได้อย่างเหนียวแน่น
Nissan Qashqai – 22,085 คัน: แม้จะเคยครองตำแหน่งรถขายดีอันดับหนึ่งในปี 2022 “Nissan Qashqai” ยังคงได้รับความนิยมสูงอย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกแซงโดยคู่แข่งในบางช่วงเวลา แต่ความอเนกประสงค์และความน่าเชื่อถือในฐานะรถครอบครัวยังคงส่งให้ “Nissan Qashqai” อยู่ใน 3 อันดับแรกได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ การผลิตในโรงงานที่เมือง Sunderland ทางตอนเหนือของอังกฤษ ยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ
Vauxhall Corsa – 20,128 คัน: การกลับมาของ “Vauxhall Corsa” ในปี 2025 นี้ น่าประทับใจอย่างยิ่ง หลังจากที่หลุดโผ 10 อันดับในปี 2024 การปรับโฉมครั้งใหญ่ในปี 2024 และการนำเสนอข้อเสนอทางการเงินที่น่าสนใจ ทำให้รถซิตี้คาร์รุ่นนี้กลับมาเป็นที่สนใจของผู้บริโภคอีกครั้ง
Nissan Juke – 18,527 คัน: รถ SUV ขนาดเล็กที่มาพร้อมดีไซน์โดดเด่น “Nissan Juke” ยังคงรักษาความนิยมได้อย่างต่อเนื่อง โดยรุ่นปรับโฉมล่าสุดในปี 2023 ได้เพิ่มทางเลือกขุมพลังแบบ Hybrid จากพันธมิตร ทำให้ “Nissan Juke” ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาด
Volkswagen Golf – 16,884 คัน: แม้ยอดขายของ “Volkswagen Golf” รุ่นปัจจุบันอาจไม่เปรี้ยงปร้างเท่าในอดีต แต่ “Volkswagen Golf” ยังคงเป็นรถ Hatchback ยอดนิยม ด้วยการอัปเกรดเทคโนโลยี ดีไซน์ และระบบส่งกำลัง รวมถึงรุ่น Plug-in hybrid ที่มีระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนไกลขึ้น ทำให้ “Volkswagen Golf” ยังคงรักษาฐานลูกค้าไว้ได้
MG HS – 16,115 คัน: SUV ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า “MG HS” มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน เช่น หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว, กล้องรอบคัน 360 องศา และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ที่สะดวกสบาย มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและ Plug-in hybrid ทำให้ “MG HS” เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถ SUV ที่คุ้มค่า
Hyundai Tucson – 15,496 คัน: SUV จากเกาหลีใต้ที่ผสมผสานความหรูหรา เทคโนโลยี และดีไซน์ที่แปลกใหม่เข้าไว้ด้วยกัน “Hyundai Tucson” มีตัวเลือกขุมพลังที่หลากหลายไม่แพ้รถยนต์ร่วมสายเลือดอย่าง Kia Sportage ทำให้ “Hyundai Tucson” เป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองในตลาด
Volvo XC40 – 15,267 คัน: แม้จะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2017 แต่ “Volvo XC40” ยังคงเป็น SUV ระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยห้องโดยสารที่หรูหรา ขุมพลังที่มาพร้อมระบบไฟฟ้าซึ่งให้กำลังสูง และยังมีเวอร์ชันไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายใต้ชื่อรุ่นใหม่ “EX40” ทำให้ “Volvo XC40” ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหราและประสิทธิภาพ
Volkswagen Tiguan – 15,223 คัน: SUV ครอบครัวจากเยอรมนีที่ได้รับความไว้วางใจมายาวนาน “Volkswagen Tiguan” โดดเด่นด้วยความอเนกประสงค์ ตัวเลือกระบบส่งกำลังที่ครบครัน และอุปกรณ์มาตรฐานที่จัดเต็ม เช่น กล้องถอยหลัง, เซ็นเซอร์จอดรถ และหน้าจอ Full digital คู่ ทำให้ “Volkswagen Tiguan” เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือสำหรับครอบครัว
แนวโน้มตลาดรถยนต์ปี 2025: การเติบโตของ SUV และพลังงานทางเลือก
การแข่งขันในตลาดรถยนต์สหราชอาณาจักรยังคงดุเดือดในปี 2025 โดยเฉพาะในกลุ่ม SUV ขนาดเล็กและกลางที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ควบคู่ไปกับการเติบโตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งรุ่นที่มีเวอร์ชัน EV หรือ Hybrid จะได้รับความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว
ภาพรวมตลาดรถยนต์โลก: ยานยนต์ไฟฟ้าและการเติบโตของจีน
ในขณะที่ตลาดรถยนต์ในสหราชอาณาจักรกำลังฟื้นตัว ภาพรวมตลาดรถยนต์ในระดับโลกก็มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในประเทศจีน ซึ่งมียอดขายรวม 22.608 ล้านคันในปี 2024 เพิ่มขึ้น 3.1% โดยยอดขายจากแบรนด์จีนเองสูงถึง 17.97 ล้านคัน คิดเป็นการเติบโตกว่า 23.1%
BYD Qin Plus: ขึ้นแท่นเป็นรถซีดานที่มียอดขายสูงสุดในปี 2024 ด้วยยอดขายรวม 480,025 คัน (เพิ่มขึ้น 10.6% จากปีก่อน) โดยแบ่งเป็นรุ่น Plug-in hybrid 304,388 คัน และรุ่น EV 175,637 คัน “BYD Qin Plus” ไม่เพียงแต่เป็นซีดานที่ขายดีที่สุดในจีน แต่ยังเป็นรถยนต์ที่ขายดีอันดับ 2 รองจาก Tesla Model Y ตอกย้ำความนิยมของรถยนต์พลังงานทางเลือก
Tesla Model Y: กลายเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในจีนประจำปี 2024 ด้วยยอดขาย 480,309 คัน
BYD Song Plus: ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 418,474 คัน
Aito M7: เป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่ติด Top 10 ทำยอดขายได้ 193,342 คัน
Li L6: ติดอันดับรถยนต์ขายดี สะท้อนการเติบโตของตลาด NEV ในจีน โดยเฉพาะในรูปแบบตัวถัง SUV
ยอดขาย MPV ในจีน: แตะ 1.088 ล้านคันในปี 2024 “BYD Denza D9” ครองแชมป์ 2 ปีซ้อน แสดงถึงความต้องการรถยนต์ครอบครัวขนาดใหญ่ที่ยังคงแข็งแกร่ง
SUV รุ่นน่าสนใจปี 2025: ตัวเลือกหลากหลายตามความต้องการ
ความนิยมของรถ SUV หรือ Sport Utility Vehicle ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ SUV ในปี 2025 นี้ มีรุ่นที่น่าสนใจดังนี้:
AVATR 11: SUV Coupe ไฟฟ้าจาก Changan Automobile โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหรา แบตเตอรี่ความจุสูง และเทคโนโลยีล้ำสมัย ราคาเริ่มต้นที่ 1,999,000 บาท
NEW Honda HR-V e:HEV: รถ SUV Full-hybrid ที่ปรับโฉมใหม่ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตและฟังก์ชันที่เพิ่มความสะดวกสบาย ราคาจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567
BMW X5: SUV ขนาดใหญ่ที่มอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และความหรูหรา ราคาเริ่มต้นที่ 5,099,000 บาท
XPENG G6: Ultra-Smart SUV Coupe ไฟฟ้า ที่มาพร้อมโครงสร้างนิรภัยที่แข็งแกร่ง ราคาเริ่มต้นที่ 1,439,000 บาท
Toyota Yaris Cross: B-SUV Hybrid ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองไทยโดยเฉพาะ ราคาเริ่มต้นที่ 789,000 บาท
Mitsubishi Pajero Sport: SUV ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยภายในกว้างขวาง ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ราคาเริ่มต้นที่ 1,389,000 บาท
NETA X: SUV ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมห้องโดยสารกว้างขวางและหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ราคาเริ่มต้นที่ 739,000 บาท
Lexus LBX: Subcompact Crossover Hybrid ที่เน้นความเรียบหรูและสมรรถนะที่เหนือชั้น ราคาเริ่มต้นที่ 2,190,000 บาท
Tesla Model Y: รถ SUV ไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยความปลอดภัยและห้องโดยสารกว้างขวาง ราคาเริ่มต้นที่ 1,749,000 บาท
Mercedes-Benz GLA 200: SUV ที่สร้างความประทับใจด้วยดีไซน์สปอร์ตและหรูหรา ราคาขายอยู่ที่ 2,580,000 บาท
ภาพรวมตลาดรถยนต์ทั่วโลก: ความแตกต่างและความท้าทาย
ความนิยมในรถยนต์แต่ละประเภทและแต่ละแบรนด์มีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ สะท้อนถึงค่านิยม พฤติกรรมการใช้รถ และสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
สหราชอาณาจักร: Ford Puma ครองตำแหน่งรถขายดี ตามมาด้วย Nissan Qashqai และ Vauxhall Corsa โดย SUV และ Crossover ได้รับความนิยมสูง
ออสเตรเลีย: ตลาดรถยนต์ยังคงชะลอตัว โดย Toyota RAV4 ครองตำแหน่งรถขายดีต่อเนื่อง ตามมาด้วย Ford Ranger และ Toyota HiLux ซึ่งรถกระบะและ SUV ครอบครอง 10 อันดับแรกทั้งหมด
ยุโรป: Dacia Sandero กลับมาเป็นรถ Hatchback ขายดีอันดับ 1 ในปี 2024 สะท้อนถึงความต้องการรถยนต์ราคาประหยัดที่ใช้งานได้จริง ขณะที่ Tesla Model Y ยังคงเป็นรถ EV ที่ขายดีที่สุดในยุโรป
จีน: ตลาดรถยนต์เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะรถยนต์พลังงานใหม่ BYD เป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดอย่างต่อเนื่อง Tesla Model Y และ BYD Qin Plus เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด
ญี่ปุ่น: Toyota ครองตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ โดย Yaris, Corolla และ Sienta ติดอันดับ Top 3
ประเทศไทย: ตลาด EV เติบโตอย่างก้าวกระโดด BYD Dolphin เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูง ติดอันดับ 4 รถขายดีในเดือนพฤศจิกายน 2023 ขณะที่ Toyota Hilux, Isuzu D-Max และ Toyota Yaris ATIV ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรวม
เทรนด์สำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ปี 2025
การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (EV): รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทุกตลาดทั่วโลก ทั้งจากผู้ผลิตรายเดิมและผู้ผลิตหน้าใหม่ การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ สถานีชาร์จ และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้
ความนิยมในรถ SUV และ Crossover: รูปแบบตัวถัง SUV และ Crossover ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความอเนกประสงค์ พื้นที่กว้างขวาง และทัศนวิสัยที่ดี ทำให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
เทคโนโลยียานยนต์: ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS), การเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Connectivity), และซอฟต์แวร์บนรถ (In-car Software) กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
ความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ: ผู้บริโภคยังคงมองหารถยนต์ที่คุ้มค่าในราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีและประหยัดน้ำมัน โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ราคาเข้าถึงง่าย
ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม: กระแสความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมผลักดันให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า, ไฮบริด, หรือรถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือก
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ในปี 2025 นี้ การทำความเข้าใจแนวโน้มตลาด การเปรียบเทียบข้อมูล และการทดลองขับจริง จะช่วยให้คุณสามารถเลือกรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างดีที่สุด อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือเยี่ยมชมโชว์รูมเพื่อสัมผัสประสบการณ์ตรงก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญของคุณ