
ประเทศไทยก้าวสู่ยุคทองของยานยนต์ไฟฟ้า: ดึงดูดการลงทุนแบตเตอรี่ระดับโลก สร้างความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรม
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ข้าพเจ้าได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดรถยนต์ไทยมาโดยตลอด และสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นการทะยานขึ้นของ “ยานยนต์ไฟฟ้า” หรือ “EV” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่กำลังกลายเป็นแกนหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคตอันใกล้
คณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ได้ประกาศความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้ตลาด “รถยนต์ไฟฟ้า” ในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตัวเลขที่น่าสนใจคือ การจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ในปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 260% นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า ผู้บริโภคชาวไทยพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต และภาครัฐก็มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการผลักดัน
นโยบายส่งเสริมการผลิต: หัวใจสำคัญสู่การเป็นศูนย์กลาง EV ภูมิภาค
ความสำเร็จด้านการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของสมการ ภาครัฐไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างฐานการผลิตที่แข็งแกร่งภายในประเทศ โดยมีนโยบายส่งเสริมการผลิต “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ซึ่งนโยบายนี้ได้ส่งผลให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำระดับโลก ต่างให้ความสนใจเข้ามาลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในประเทศไทย
ปัจจุบัน ภาครัฐกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาอย่างเข้มข้นกับผู้ผลิตแบตเตอรี่ “EV” ระดับโลกหลายราย โดยมีรายงานว่า อย่างน้อย 3 บริษัท ยักษ์ใหญ่ ได้แสดงความสนใจอย่างจริงจังที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ข้อมูลเหล่านี้ได้ถูกนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำมาตรการส่งเสริมการลงทุนในการจัดตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน “แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า”
ผู้เล่นรายสำคัญในสมรภูมิแบตเตอรี่ EV ระดับโลก
มาทำความรู้จักกับ 3 บิ๊กเนมที่กำลังเจรจาเพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรม “แบตเตอรี่ EV” ไทย:
Contemporary Amperex Technology (CATL): ผู้นำอันดับหนึ่งของโลกด้านการผลิตแบตเตอรี่ “EV” จากประเทศจีน ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 34% CATL เป็นที่ไว้วางใจจากแบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลกมากมาย เช่น BMW, Honda, Toyota, Volkswagen, Peugeot, Volvo และยังเป็นซัพพลายเออร์หลักให้กับโรงงาน Tesla ในเซี่ยงไฮ้ การที่ CATL ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเวลาอันสั้นหลังก่อตั้งในปี 2011 สะท้อนถึงศักยภาพและนวัตกรรมที่ไม่ธรรมดา โดยในปีที่ผ่านมา มีกำลังการผลิตแบตเตอรี่สูงถึง 70.9 GWh
BYD: ไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิต “รถยนต์ไฟฟ้า” ชั้นนำ แต่ BYD ยังเป็นผู้บุกเบิกแบตเตอรี่นวัตกรรม Blade Battery ที่มีจุดเด่นด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพการระบายความร้อน และความจุพลังงานสูง แบตเตอรี่ Blade Battery ครองส่วนแบ่งตลาด 12% เป็นอันดับ 3 ของโลก และป้อนให้กับแบรนด์ BYD รวมถึง Ford และ Tesla ในจีน การมีโรงงานผลิตถึง 11 แห่งทั่วประเทศจีน และกำลังการผลิต 35 GWh ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของ BYD ในฐานะผู้ผลิตแบตเตอรี่ “EV” ที่สำคัญ
SVOLT (เอสวอลต์): เป็นบริษัทลูกในเครือ Great Wall Motor (GWM) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากจีน SVOLT ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่อันดับที่ 10 ของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาด 1.3% และกำลังการผลิต 2.6 GWh โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นแบรนด์รถยนต์จีนชั้นนำ เช่น GWM, Geely, Leapmoto, Dongfeng, Voyah, Seres, Hozon Auto และ Xpeng การเข้ามาของ SVOLT จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศ “แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า” ในประเทศไทย
ไทย: จุดหมายปลายทางของผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ระดับโลก
นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้กล่าวถึงความคืบหน้าว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง และการที่ CATL ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งของโลก ได้เข้ามาหารือถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนนี้ ยิ่งเป็นการยืนยันว่า ประเทศไทยกำลังเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
“เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของไทยในภูมิภาคมีความชัดเจนมากขึ้น มาตรการส่งเสริมของภาครัฐได้ดึงดูดบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าให้เข้ามาลงทุนผลิต ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ในไทย และเป็นผลให้เราสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ผลิตแบตเตอรี่ ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ เข้ามาด้วย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะมูลค่าในห่วงโซ่อุตสาหกรรม ‘แบตเตอรี่ EV’ นั้นสูงมาก และการนำเข้าแบตเตอรี่ในช่วงแรกย่อมไม่เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศ” นายกฤษฎา กล่าว
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่สนใจไทย คือ “ดีมานด์” ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง จากผู้ผลิตรถยนต์หลายรายที่เข้ามาลงทุนในไทย เช่น Changan Automobile ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการผลิต “รถยนต์ EV” ในประเทศในอนาคต
ความท้าทายและโอกาส: การวางรากฐานสู่อนาคต
มาตรการสนับสนุนการลงทุนตั้งโรงงานแบตเตอรี่ “EV” อยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องรอการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แม้จะคาดว่าไม่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุนโดยตรง แต่การออกนโยบายที่รวดเร็วจะยิ่งส่งผลดีต่อการลงทุน
นอกจากนี้ สิ่งที่ผู้ผลิตแบตเตอรี่ “รถยนต์ไฟฟ้า” ต้องการเพิ่มเติม คือ “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่เพียงพอ โดยเฉพาะสถานีชาร์จ “EV Charger” ที่มีสัดส่วน 1 หัวชาร์จ ต่อรถยนต์ 16 คัน ในปัจจุบัน ซึ่งต้องมีการขยายตัวให้สอดคล้องกับจำนวน “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
สถิติโลกและแนวโน้ม: การเติบโตที่ไม่หยุดยั้งของยานยนต์ไฟฟ้า
เมื่อมองไปที่ตลาดโลก สถิติยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Plug-in ในยุโรป ประจำเดือนพฤศจิกายน 2020 ที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 166,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 198% จากปีก่อนหน้า ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงกระแสที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ ตลอดปี 2020 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปมีจำนวนเกิน 1 ล้านคัน และมีสัดส่วนเกิน 10% ของตลาดรวม
รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุโรปอย่าง Renault Zoe, Volkswagen ID.3, Hyundai Kona EV, Tesla Model 3 และ Mercedes A250e เป็นเพียงตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความต้องการ “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่หลากหลายและเติบโตขึ้นทุกเซกเมนต์
Toyota Corolla: ตำนานแห่งความสำเร็จที่ก้าวข้ามขีดจำกัด
ในอีกมุมหนึ่ง หากมองถึงความสำเร็จในระยะยาวของยานยนต์ที่ถูกผลิตมายาวนาน Toyota Corolla คือหนึ่งในตำนานที่พิสูจน์ตัวเอง ด้วยยอดขายรวมกว่า 50 ล้านคันทั่วโลกตั้งแต่ปี 1966 นี่คือบทพิสูจน์ถึงความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละยุคสมัย
แนวโน้มตลาดรถยนต์ไทย: สู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าและความยั่งยืน
ย้อนกลับมาที่ตลาดประเทศไทย ในปี 2017 เป็นต้นมา เราได้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยเฉพาะความนิยมในกลุ่ม SUV และ Crossover SUV ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
แต่กระแสที่สำคัญที่สุด คือการที่ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” ทั้ง Hybrid, Plug-in Hybrid และ EV (Electric Vehicle) กำลังจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Drive) และ AI ที่จะเข้ามามีบทบาทในรถยนต์ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป
การเตรียมความพร้อม: สิ่งที่คนไทยและภาครัฐต้องร่วมมือกัน
คำถามสำคัญที่ทุกคนต้องถามตัวเองคือ “เราพร้อมแล้วจริงๆ หรือยัง?” ที่จะใช้ “รถยนต์ไฟฟ้า” อย่างเต็มรูปแบบ
ภาครัฐและภาคเอกชนต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด นอกเหนือจากการให้ความรู้แก่ประชาชนถึงประโยชน์และข้อควรระวังในการใช้ “รถยนต์ไฟฟ้า” แล้ว การเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จ “EV Charger” แบบเร่งด่วน (Quick Charge) ให้เพียงพอ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
การสร้างแรงจูงใจในการลงทุนแก่ภาคเอกชน เพื่อผลิตและประกอบ “รถยนต์ EV” รวมถึงสถานีชาร์จในประเทศไทย ทั้งเพื่อการจำหน่ายในประเทศและส่งออก จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
นอกจากนี้ การส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ให้กับนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะสถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการซ่อมบำรุง ดูแลรักษา ไปจนถึงพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า จะเป็นกุญแจสำคัญในการรองรับการขยายตัวในอนาคต
สุดท้าย การวางแผนเรื่องการกำจัดของเสียและแบตเตอรี่ “EV” ที่หมดอายุการใช้งานอย่างเป็นระบบและเข้มงวด จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรม “ยานยนต์ไฟฟ้า” อย่างแท้จริง
อนาคตยานยนต์ไทย: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว “รถยนต์ไฟฟ้า” ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คืออนาคต และประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาคด้าน “ยานยนต์ไฟฟ้า” หากเราสามารถดึงดูดการลงทุนใน “แบตเตอรี่ EV” ได้สำเร็จ
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่สนใจในเทคโนโลยี “ยานยนต์ไฟฟ้า” หรือกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตนี้ อย่าพลาดที่จะติดตามความเคลื่อนไหวและเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงนี้ไปด้วยกัน
ก้าวต่อไปสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า… พร้อมหรือยังที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้?