นิยามใหม่ของประสบการณ์การครอบครองรถยนต์หรู: เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป เปิด “Mercedes-Benz Experience Center” ศูนย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
ในยุคที่การซื้อรถยนต์ระดับพรีเมียมไม่ได้เป็นเพียงแค่การได้ครอบครองยานพาหนะท
ี่มีสมรรถนะสูง แต่คือการก้าวเข้าสู่โลกแห่งสถานะ ประสบการณ์ และการบริการที่เหนือระดับ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการยานยนต์ไทย ด้วยการลงทุนมหาศาลกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเปิดตัว “Mercedes-Benz Experience Center” บนถนนบางนา-ตราด กม. 4.2 ศูนย์จัดแสดงและบริการที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ด้วยสถาปัตยกรรม 12 ชั้น ครอบคลุมพื้นที่ใช้สอยกว่า 50,000 ตารางเมตร ซึ่งพร้อมจะยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz ไปสู่อีกมิติหนึ่ง
มากกว่าโชว์รูม คืออาณาจักรแห่งประสบการณ์
การก่อสร้าง “Mercedes-Benz Experience Center” สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ที่มองเห็นศักยภาพในการเติบโตของตลาดรถหรูในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านบางนา-ตราด ที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ สถานที่ทำงานที่ทันสมัย และสถาบันการศึกษานานาชาติชั้นนำ การสร้างอาคารสูง 12 ชั้น โดยมีเพดานแต่ละชั้นสูงถึง 5.5 เมตร เพื่อสร้างความโอ่อ่าและโปร่งโล่งนั้น เป็นการออกแบบที่ตั้งใจให้สถานที่แห่งนี้เป็นมากกว่าโชว์รูมรถยนต์ แต่คือจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์อันหลากหลายและครบวงจร
ตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 8 ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz ครบครันทุกไลน์อัพ ทั้ง Mercedes-Benz, Mercedes-AMG และ Mercedes-Benz Certified (รถยนต์มือสองคุณภาพคัดสรร) รองรับรถยนต์ได้มากกว่า 120 คัน พร้อมทั้งจัดสรรพื้นที่สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนือกว่าความคาดหมาย ทั้งมุมกาแฟคุณภาพเยี่ยม, Co-working Space ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่, ฟิตเนส, ห้องนวดผ่อนคลาย, ซิการ์บาร์, แจ๊สบาร์ ไปจนถึงสกายเลาจน์สุดหรู และพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับจัดงานอีเวนต์พิเศษ นอกจากนี้ ยังมีศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังที่สามารถรองรับปริมาณงานได้ถึง 600 คันต่อเดือน ตอกย้ำความเป็นศูนย์บริการครบวงจรอย่างแท้จริง
ส่วนพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 9 ถึงชั้น 12 ถูกจัดสรรให้เป็นสำนักงานใหญ่ของ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและใกล้ชิดกับทุกความต้องการของลูกค้า
นิยามใหม่ของ “Customer Satisfaction Index”
คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด กล่าวเน้นย้ำว่า นโยบายหลักของ Mercedes-Benz คือการให้ความสำคัญกับ “Customer Experience” อย่างไม่หยุดนิ่ง และมองว่ากำลังซื้อของลูกค้าไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในย่านบางนา-ตราด ซึ่งเต็มไปด้วยปัจจัยสนับสนุนด้านกำลังซื้อ ทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น แบงค็อก มอลล์, เดอะ ฟอเรสเทียส์, อาคารสำนักงาน AIA และจำนวนโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความพร้อมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
“เราต้องการสร้างสถานที่แห่งนี้ให้เป็นแฟล็กชิพสโตร์ที่เทียบเท่ากับโชว์รูมขนาดใหญ่ระดับโลกในเบอร์ลิน หรือลอนดอน” คุณตวงรัตน์กล่าวเสริม “เมื่อมองจากทางด่วนบูรพาวิถี ผู้คนจะสามารถมองเห็นรถยนต์ Mercedes-Benz จอดเรียงรายภายในอาคารตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 7 พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกอันโดดเด่นบนยอดตึก ที่จะช่วยตอกย้ำแบรนดิ้งให้ฝังลึกในใจลูกค้า”
คุณอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด และ บริษัท บีเคเค ออโตเฮาส์ กาญจนาภิเษก จำกัด ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “ที่บางนาจะเป็นเหมือน ‘ไอคอนสยาม’ ของเบนซ์ คือลูกค้าจะมาเพื่อรับประสบการณ์อันล้ำค่าของการได้ครอบครองรถยนต์เบนซ์” เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “Customer Satisfaction Index (CSI) ไม่ใช่เพียงแค่การวัดผล แต่คือการปลูกฝังให้เกิดขึ้นในทุกขั้นตอนการทำงานของเราในทุกๆ วัน ซึ่ง Mercedes-Benz มีการเข้ามาวัดผลลูกค้าพึงพอใจของเราทุก 6 เดือน และนี่คือจุดแข็งสำคัญ เพราะในเมื่อราคาก็ใกล้เคียงกันแล้ว ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง”
จาก BKK Cafe สู่ Co-working Space และ Jazz Bar: สร้างสรรค์บริการเพื่อทุกไลฟ์สไตล์
การพัฒนา “Mercedes-Benz Experience Center” ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากการรับฟังเสียงของลูกค้า เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ได้นำบทเรียนและความสำเร็จจากการจัด BKK Cafe ไว้ในโชว์รูมเดิม ซึ่งเป็นมุมกาแฟสดคุณภาพดีที่มอบให้ลูกค้าฟรีระหว่างรอรับรถ ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมมาต่อยอด
“เราได้พูดคุยกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจว่าพวกเขาต้องการอะไรจากการมาที่โชว์รูม” คุณตวงรัตน์อธิบาย “นั่นนำมาสู่การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายที่เราเห็นในวันนี้ ซึ่งจะทำให้การรอรับรถ 2-3 ชั่วโมง ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป”
Co-working Space และห้องประชุมบนชั้น 3 คาดว่าจะได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ “เวลาคือเงินเป็นทอง” พวกเขาจะสามารถใช้ช่วงเวลารอรถเพื่อทำงาน, นัดประชุมธุรกิจ หรือแม้แต่กลุ่มคุณแม่ที่สามารถมาพบปะพูดคุยกันได้
สำหรับลูกค้า Mercedes-AMG ที่ต้องการบรรยากาศที่แตกต่าง ซิการ์บาร์ และแจ๊สบาร์ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและผ่อนคลาย การได้ใช้บริการเหล่านี้ฟรี ผ่าน “Privilege Card” ของลูกค้า เบนซ์ บีเคเค จะเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างความภักดีของลูกค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับดีลเลอร์เบนซ์รายอื่นๆ รวมถึงแบรนด์รถหรูอื่นๆ ในตลาด
อนาคตที่พร้อมเติบโต: การลงทุนที่ต่อเนื่อง
นอกจากการเปิดตัว “Mercedes-Benz Experience Center” ที่บางนาแล้ว เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ยังมีแผนการปรับปรุงและขยายสาขาเดิมอย่างต่อเนื่อง ที่สาขาวิภาวดี ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่แสดงรถ 10,000 ตร.ม. มีแผนจะขยายเป็น 20,000 ตร.ม. โดยการเซ้งพื้นที่เดิมของสำนักพิมพ์บ้านเมือง ขณะที่สาขากาญจนาภิเษก ซึ่งมีพื้นที่ 25,000 ตร.ม. ก็กำลังพิจารณาขยายเพิ่มเติม เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
ก้าวข้ามความท้าทาย สู่การฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง
แม้ว่าในปี 2563 จะเป็นปีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งส่งผลให้ Mercedes-Benz ปรับลดเป้าหมายยอดขายลง 30% และส่งผลกระทบต่อโควตาการขายของ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ด้วย แต่คุณตวงรัตน์ยังคงมองโลกในแง่ดี
“Mercedes-Benz เป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพในการฟื้นตัวได้เร็วกว่ารถยนต์ตลาดแมส” เธอกล่าว “ลูกค้ากลุ่มของเราเพียงแค่ชะลอการตัดสินใจซื้อ ไม่ได้ยกเลิก และเราเริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาคึกคักตั้งแต่ไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้”
“Mercedes-Benz Experience Center” ไม่ใช่เพียงแค่การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่คือการลงทุนใน “ประสบการณ์” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว การยกระดับมาตรฐานการบริการและการสร้างสรรค์บรรยากาศที่มอบความสุข ความสะดวกสบาย และความเป็นส่วนตัว ให้กับลูกค้า คือกลยุทธ์ที่ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป นำมาใช้ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรู และเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดนิ่ง
สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับที่ “Mercedes-Benz Experience Center” บางนา ได้แล้ววันนี้ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตแห่งการครอบครองรถยนต์ Mercedes-Benz ที่ไม่เหมือนใคร