OMODA & JAECOO: ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์ไทย พร้อมประกาศแผนลงทุนมหาศาล
ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเข้ามาของแบรนด์ OM
ODA & JAECOO ซึ่งภายใต้การบริหารงานของ Chery Automobile ยักษ์ใหญ่วงการยานยนต์ระดับโลก ได้สร้างปรากฏการณ์การเติบโตที่น่าจับตามอง จนได้รับการยอมรับว่าเป็น “แบรนด์ยานยนต์ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก” การเข้ามาของ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศแผนการลงทุนแบบครบวงจร ที่จะเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวไปอีกขั้น
OMODA & JAECOO: แบรนด์น้องใหม่แต่มาแรง สู่เป้าหมายการเติบโตที่ยั่งยืนในประเทศไทย
นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อสองปีที่ผ่านมา OMODA & JAECOO ได้พิสูจน์ศักยภาพผ่านการขยายตลาดไปแล้วถึง 33 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับตลาดที่หลากหลาย ยอดขายทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นถึง 54% ในปีที่ผ่านมา เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จดังกล่าว
นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมด้า แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้กล่าวถึงความสำเร็จในปี 2567 ว่า “เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว และความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีระดับโลก
การลงทุนเชิงกลยุทธ์: โรงงานผลิต, ศูนย์บริการ, และนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์อนาคต
หัวใจสำคัญของแผนการลงทุนในประเทศไทยคือ การตั้งฐานการผลิตของ OMODA & JAECOO ในจังหวัดระยอง คาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 การตัดสินใจนี้ไม่ใช่เพียงการขยายกำลังการผลิต แต่เป็นการแสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค และเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดในท้องถิ่นและตลาดโลก
นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังมีแผนที่จะขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากเดิม 23 แห่ง เป็นกว่า 50 แห่งภายในปีนี้ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น การยกระดับบริการหลังการขายก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ โดยการร่วมมือกับ DHL Express ในการจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศภายใน 3 วัน และการขยายคลังอะไหล่ เพื่อลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน
เทคโนโลยี SHS: ก้าวข้ามขีดจำกัดของเครื่องยนต์ไฮบริด
OMODA & JAECOO ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายและการผลิต แต่ยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือ เทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile ระบบนี้ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ทั้งในด้านระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น การประหยัดพลังงานที่ยอดเยี่ยม และการปล่อยคาร์บอนที่ต่ำ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ รถยนต์ไฮบริด ที่ผสานประสิทธิภาพสูงสุด การประหยัดพลังงาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรูปแบบ ทั้ง BEV (Battery Electric Vehicle) และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ในปีนี้ รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นในงานมหกรรมยานยนต์ Bangkok International Motor Show จะเป็นการตอกย้ำถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ OMODA & JAECOO พร้อมนำเสนอให้กับผู้บริโภคชาวไทย
ประสบการณ์ลูกค้าเหนือระดับ: CRM, บริการรถยนต์ทดแทน, และช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
OMODA & JAECOO เข้าใจดีว่ากุญแจสำคัญของความสำเร็จในระยะยาวคือการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า จึงได้ทุ่มเทพัฒนา ระบบ CRM (Customer Relationship Management) ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนาระบบการจองออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่เข้ารับบริการ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ การมอบบริการรถยนต์ทดแทนแก่ลูกค้า ในกรณีที่รถต้องใช้เวลาซ่อมแซมเกิน 3 วัน ซึ่งเป็นมาตรการที่แสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องประสบปัญหาในการเดินทาง
นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังพร้อมมอบความอุ่นใจด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ครอบคลุมบริการสำคัญ เช่น การจั๊มสตาร์ทแบตเตอรี่, การช่วยเปลี่ยนยางอะไหล่, ความช่วยเหลือกรณีรถล็อก, บริการรถยก, และการให้คำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นบริการที่มอบความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถ OMODA และ JAECOO ในทุกเส้นทาง
กลยุทธ์การตลาดที่ครอบคลุม: สร้างการรับรู้และประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
OMODA & JAECOO วางแผนจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างเข้มข้นตลอดทั้งปี เพื่อสร้างการรับรู้และประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และผู้จำหน่ายทั่วประเทศ กิจกรรมเหล่านี้จะเน้นการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำ การเป็นสปอนเซอร์ในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย และการจัดโรดโชว์ทั่วประเทศ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในทุกภูมิภาค
อนาคตของยานยนต์ไทย: OMODA & JAECOO กับวิสัยทัศน์ “One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future”
นายฉี เจี๋ย กล่าวปิดท้ายว่า “ในปี 2568 นี้ เรายึดมั่นในวิสัยทัศน์ ‘One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future’ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ล้ำสมัยผ่านการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติ”
แผนการลงทุนมหาศาลและการประกาศแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนของ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ถือเป็นการส่งสัญญาณที่แข็งแกร่งถึงความมุ่งมั่นในตลาดระยะยาว การตั้งฐานการผลิต, การขยายเครือข่ายบริการ, การนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ, และการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกค้า ล้วนเป็นปัจจัยที่จะส่งเสริมให้ OMODA & JAECOO ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในตลาด รถยนต์ไฟฟ้าในไทย และตลาด รถยนต์ไฮบริดในไทย ที่กำลังเติบโต
การเข้ามาของแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกรายนี้ ไม่เพียงแต่จะมอบทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ทัดเทียมกับตลาดโลก พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนอนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืนไปด้วยกัน
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่สนใจเทคโนโลยีแห่งอนาคตและมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ นวัตกรรม และความยั่งยืน การมาถึงของ OMODA & JAECOO คือก้าวสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างได้แล้ววันนี้ แล้วคุณจะพบว่า “อนาคตแห่งการขับเคลื่อน” อยู่ใกล้แค่เอื้อม