17 กุมภาพันธ์ 2010 กำเนิดปิกอัพไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยรุ่น X-Series ตกแต่งด้วยโทนสีดำแดง อันเป็นเอกลักษณ์ ทั้ง 2 ประตูและ 4 ประตู ทั้งในรุ่น Spacecab SLX Speed, Hi-Lander, LS 4WD จำหน่ายเฉพาะเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ตอบโจทย์สิงห์รถปิกอัพที่อยากมีแนวทางการแต่งรถเป็นของตัวเอง
ส่งท้ายกับ โมเดลรหัส i-190 ด้วยรุ่น Super Titanium ปรับลุคเข้มกว่าเดิมด้วยชุดโครเมี่ยมทั้งกรอบประตูและคิ้วชายล่าง มาตรวัดเรืองแสง Super Vision สีส้ม เพิ่มกล้องหน้ารถ เพื่มความสะดวกในการจอดรถ และปรับรุ่น X-Series เร้าใจสปอร์ตขึ้น พร้อมรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดในรุ่น Hi-Lander 4 ประตู เครื่องยนต์ 3.0 VGS Turbo เปิดตัวในวันที่ 23 กันยายน 2010 และสิ้นสุดอายุขัยเจนนี้ยาวนานตลอด 9 ปี
- ISUZU D-MAX รหัส RT-50 2011-2019
29 กันยายน 2011 เปิดตัวเจเนอเรขั่นที่ 2 ดีไซน์ใหม่หมดดุจรถไฟหัวกระสุนตัวรถที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อน พร้อมแนะนำรุ่น Spacecab แบบแค็บเปิดได้ แถมเป็นจุดเริ่มต้นของสปอร์ตออฟโรดในชื่อรุ่น V-Cross ปิกอัพขับเคลื่อน สี่ล้อ ถึงแม้ในปีนั้นมีเหตุการณ์ใหญ่น้ำท่วมก็ตามแต่ก็ไม่ทำให้กระแส ดีแมคซ์ ฟีเวอร์สั่นคลอนสามารถกวางยอดจองสูงถึง 15,000 คัน นับตั้งแต่จำหน่าย 3 วันแรก พร้อมทั้งลาขาดโรงงานเก่าที่ระยองย้ายมาอยู่ที่โรงงานของอีซูซุเองที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อทำการส่งออกและรองรับการผลิตในประเทศไทย
โดยมีขุมพลัง Super Commonrail ให้เลือกถึง 3 ขนาดตั้งแต่เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน 2.5 ลิตร 4JK1-TCX 136 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 320 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน 3.0 ลิตร รหัส 4JJ1-TCX แรงสุดเพิ่มจากเดิมถึง 177 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 380 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดแบบ Rev-Tronic และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.5 ลิตร รหัส 4JK1-TC 116 แรงม้าที่ ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 280 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,200 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด จำหน่ายเช่นเดิม
ช่วงปลายปี 2012 แนะนำรุ่น X-Series ปิกอัพแต่ง ที่งานนี้ขายแค่รุ่น 2.5 VGS เท่านั้น และยังเปิดตัวรุ่นปรับปรุง MY2013 มาพร้อมความหรูด้วย เสาอากาศแบบครีบฉลาม เครื่องเล่น DVD 7 นิ้วใหม่ ISUZU Media Solutions พร้อมระบบนำทางแบบ Built-In จากเดิมเป็น KENWOOD และกุญแจ Genius Entry (ในรุ่น X-Series)
หนึ่งปีถัดมา (22 พฤศจิกายน 2556) เปิดตัวรุ่น Super Daylight ติดตั้งไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED Daytime Running Light วางในตำแหน่งไฟตัดหมอกทรงกลม พร้อมทั้งส่งรุ่นขวัญใจกรมป่าไม้อย่าง Spark ตอนเดียวขับเคลื่อน 4 ล้อ และเครื่องยนต์ 3.0 VGS ขับเคลื่อน 2 ล้อ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังเป็นพิเศษ
เพิ่มออปชันความสบายด้วยระบบกุญแจ Genius Entry ปุ่ม Push Start และเสาอากาศครีบฉลามสีเดียวกับตัวรถ พร้อมเพิ่มถุงลมนิรภัยคู่หน้าตั้งแต่รุ่น Z, L, S, B และ Chassis Cab) (เปิดตัว 29 กันยายน 2014) และรุ่นพิเศษฉลอง 99 ปี
นวัตกรรมเปลี่ยนโลกปิกอัพ ISUZU D-MAX Blue Power เกิดขึ้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2015 ฉีกภาพลักษณ์เดิมของปิกอัพซีซีสูงๆด้วยการตามเทรนด์ Downsizing กับขนาดใหม่เล็กสุดในวงการปิกอัพขนาด 1.9 Ddi Blue Power ลิตร “ที่สุด” กำลังเครื่องยนต์สูงสุด ประหยัดน้ำมันสูงสุด และค่ามลพิษต่ำสุด แรงสุด 150 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,600 รอบต่อนาที ในรหัส RZ4E-TC
จับคู่กับเกียร์ 6 สปีดทั้งเกียร์ธรรมดา Genius Sport Shift กับ เกียร์อัตโนมัติพร้อมระบบโอเวอร์ไดรฟ์ 2 ตำแหน่งในเกียร์ 5 และ 6
ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นจนกวาดยอดขายสูงจนปรากฎการณ์ที่สื่อมวลชนไทยเรียกว่า “ปรากฏการณ์ อีซูซุบลูเพาเวอร์” ด้วยยอดขายกว่า 200,000 คันในเวลาไม่ถึง 2 ปี ผ่านบทพิสูจน์ความทนทานที่ไม่เคยทำมาก่อน กับเส้นทางจากไทย-ลาว-จีน (อุรุมชี) ระยะทาง 5,755 กิโลเมตร วิ่งทั้งวันทั้งคืนไม่ดับเครื่องยนต์ ผจญกับอุปสรรคต่างๆนานาแต่ก็สามารถถึงจุดหมาย ณ เมืองอุรุมชี อย่างปลอดภัย
มาพร้อมกับการปรับโฉมเป็นครั้งแรกและการกลับมาของไฟตัดหมอกหน้า หลังหายไปตอนยุค Super Daylight พร้อมไฟหน้า Projector และไฟ Daytime ในโคมเดียวกันไฟท้าย LED ล้ออัลลอยดีไซน์แกร่ง 18 นิ้ว และ 16 นิ้ว ภายในใหญ่สุดด้วยจอสัมผัส 8 นิ้ว หน้าปัด Super Vision แบบ 3D สวยสง่า พร้อมหน้าจอสี MID กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Lane Guide ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA
ปี 2016 นอกจากจะเปิดตัวสปอร์ตออฟโรดเท่อย่าง ISUZU D-MAX V-Cross MAX พลังดี…เปลี่ยนโลก รวมถึงเปิดรุ่น MY2017 เพิ่มระบบ HDC (Hill Descent Control) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ระบบล็อกความเร็วอัตโนมัติ Cruise Crontrol ไฟหน้า Projector พร้อมวงกลมสีเงิน Silver Ring และการกลับมาของเครื่องเล่น DVD พร้อมจอสัมผัส KENWOOD Built-in Navigator ขนาด 7 นิ้ว
ยอดการผลิตในไทยครบ 4 ล้านคันแล้ว ก้าวสำคัญของ ตรีเพขรอีซูซุเซลส์ กับการบุกตลาดอาเซี่ยนด้วยการขยายธุรกิจการจัดจำหน่ายรถไปยังประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรกัมพูชา และต้นปี 2017 เพิ่มรุ่นพิเศษ Hi-Lander Limited ตกแต่งสไตล์ V-Cross MAX
เมื่อการฉลองการดำเนินธุรกิจในไทยเดินทางมาถึง 60 ปี ฉลองยิ่งใหญ่พร้อมการเปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งที่ 3 กับ ไฟหน้า Bi-LED ส่องสว่างใหม่ล่าสุด พร้อม Multifunctional Daylight เติมเต็มความสว่างชัดเจนยิ่งขึ้น ปรับระดับสูงต่ำได้ถึง 4 ระดับ ล้ออัลลอย 18 นิ้วลายเข้ม
ตกแต่งภายในด้วยวัสดุผิวสัมผัส Soft Touch ฝาปิดคอนโซลกลาง คิ้วคอนโซลเหนือหน้าปัด และเหนือกล่องเก็บของพร้อมสัญลักษณ์ D-MAX หรือ V-Cross ที่คอนโซลหน้า พร้อมเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาดใหญ่ 8 นิ้ว ISUZU iConnect Built-in Navigator พร้อมระบบ Air Mirroring รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายกับสมาร์ทโฟน ผ่าน Wi-Fi Dongle พร้อมจุดเชื่อมต่อ USB
เสียงกระหึ่มสมจริงรอบทิศทางด้วย SURROUND SOUND SYSTEM สูงสุดถึง 8 ลำโพง และ Roof Speaker ลำโพงพิเศษบนเพดาน และในรุ่น X-Series เปิดตัว 21 มกราคม 2018 เพิ่มรุ่น Speed Cab 4 ออกจำหน่าย และด้วยความเป็นขีดสุดแห่งนวัตกรรมเปลี่ยนโลก สร้างปรากฎการณ์อีกครั้งด้วยยอดจองภายในงาน 60 ปีทองอีซูซุ 8 ชั่วโมง 1 พันคัน ซึ่งไม่เคยมีปิกอัพยี่ห้อไหนทำได้ถึงขนาดนี้
19 ตุลาคม 2018 สั่งลาด้วยรุ่นพิเศษ Hi-Lander STEALTH โดยชื่อ STEALTH ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ STEALTH มีความแข็งแกร่ง ดุดัน ล้ำสมัยเหนือระดับ ดุดันในทุกองศาจากชุดแต่ง ดีไซน์พิเศษ มีให้เลือกทั้งรุ่น 2 ประตูและ 4ประตู เลือกได้ทั้งดีเซลเทอร์โบแปรผัน RZ4E-TC 1.9 ลิตร 150 แรงม้า และ 4๋JJ1-TCX 3.0 ลิตร 177 แรงม้า
พร้อมปรับลุคใหม่สปอร์ตออฟโรด V-Cross MAX ติดตั้งกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ พร้อมกล้องบันทึกภาพวิดีโอด้านหน้าขณะขับขี่ และปรับรุ่น Hi-Lander ปกติด้วยล้ออัลลอย 18 นิ้ว ลายหรูและกันชนหลังใหม่ไม่เหมือนใคร และโฉมนี้เป็นโฉมสุดท้ายที่ได้พัฒนากับทาง General Motors ก่อนจะไปจับมือกับทางเพื่อนร่วมชาติอย่าง Mazda ตั้งแต่ปี 2016
- All New ISUZU D-MAX 2019-ปัจจุบัน (RG-01)
ประเทศไทยเป็นที่แรกของโลกอีกครั้งกับพลานุภาพพลิกโลก เจเนอเรชั่นที่ 3 สำหรับ All New ISUZU D-MAX เมื่อ 19 ตุลาคม 2019 (รอบสื่อมวลชน 11 ตุลาคม 2019) ปิกอัพที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพพร้อมตัวตนที่โดดเด่นกว่า ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ตัวรถใหม่หมด แพลตฟอร์มใหม่หมด กับพลังใหม่ 3.0 ลิตร 190 แรงม้า ภายใต้รหัส 4JJ3-TCX พร้อมเทอร์โบแปรผันไฟฟ้า E-VGS Turbo ให้แรงบิดมากสุด 450 นิวตันเมตร
เครื่องยนต์ 1.9 ลิตร GEN2 พัฒนาใหม่ 150 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร รวมถึงออพชั่นใหม่ๆครั้งแรกในวงการกับ กระจกบังลมหน้าแบบ IR Cut ช่วยกรองรังสีอินฟราเรด ป้องกันรังสี UVA และ UVB ช่วยลดอุณหภูมิในห้องโดยสาร ระบบกรองอากาศเข้าห้องโดยสาร ดักฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึงระดับ PM 2.5 และ Remote Start Engine สามารถสั่งสตาร์ทรถได้ด้วยการกดรีโมทและ 1 ตุลาคม 2019 ยอดจำหน่ายรวมของรถ ISUZU ในประเทศไทยสูงกว่า 4 ล้านคัน
ปี 2020 เพิ่มรุ่น X-Series (23 กันยายน 2020 ขายจริง 2 ตุลาคม 2020) และรุ่น S เกียร์อัตโนมัติเมื่อ 28 สิงหาคม 2020 ออกจำหน่าย
เมื่อ 14 ตุลาคม 2021 เปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งแรกของการจำหน่ายเจนนี้มา 2 ปี ภายใต้สโลแกน MY NEW ID ยอดการผลิตในไทยครบ 5 ล้านคันรวมถึงเพิ่มรุ่น L เกียร์อัตโนมัติทั้งในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อมาตรฐานและยกสูง Hi-Lander ทั้ง 2 ประตูและ 4 ประตู
ด้วยสถานการณ์ชิปหรือเซมิคอนดั๊กเตอร์ ขาดแคลนส่งผลให้ค่ายรถต้องใช้ชิปเกี่ยวเนื่องมีปัญหากันทุกค่ายรวมถึง ISUZU จึงต้องออกรุ่นพิเศษเพื่อทันความต้องการของลูกค้าด้วยรุ่น Hi-Lander M SMART ด้วยการตัด เตือนมุมอับสายตา BSM และเตือนการถอยหลัง RCTA ออกไป
4 ตุลาคม 2022 (ขายจริง 14 ตุลาคม) แนะนำระบบ ADAS หรือ MAGIC EYES ระบบช่วยเหลือผู้ขับขีมากกว่า 10 รายการในรุ่น M 4 ประตูทั้งใน V-Cross และ Hi-Lander และสถานการณ์ชิปยังขาดแคลนจึงต้องออกรุ่น SE นำพื้นฐานตัวเตี้ย S ทั้ง SPARK และ SPACECAB ตัดออปชันเช่นระบบเบรก ABS วิทยุจากจอสัมผัส 7 นิ้ว มาเป็นวิทยุแบบ 1-DIN
6 ตุลาคม 2023 ปรับโฉมครั้งใหญ่ด้วยหน้าตาใหม่ดุดันขึ้นพร้อมฉลองการประกอบครบ 6 ล้านคัน รวมถึงการเพิ่มรุ่นขุมพลัง MHEV หรือ Mild Hybrid ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.9
20 พฤศจิากายน 2024 มีการแนะนำเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 2.2 Ddi MAXFORCE เสริมทัพโดยการมาแทนรุ่นเครื่องยนต์เดิม 1.9 ลิตร ด้วยดีเซลเทอร์โบแปรผันไฟฟ้า E-VGS ขนาด 2.2 ลิตร รุ่น RZ4F-TC แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) ให้พลังแรงเพิ่มขึ้นสุดถึง 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600 – 2,400 รอบต่อนาที
พัฒนาให้แรงบิดช่วงออกตัวสูงขึ้น 56% ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเดิม สูงสุด 10.7 % ตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้นใหม่! หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูง 250 MPa. พร้อม ใหม่! ECM แบบ MULTI-CORE ประสิทธิภาพสูง พร้อม เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบ REV TRONIC รุ่น L-B500
ขุมพลังยอดนิยมที่คนไทยต่างไว้ใจยาวนานด้วยดีเซลเทอร์โบแปรผันไฟฟ้า E-VGS Turbo รุ่น 4JJ3-TCX E5 ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูง 450 นิวตันเมตร พัฒนากล่อง ECM ใหม่ แบบ MULTI-CORE ประสิทธิภาพสูง มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม Genius Sport Shift เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม RevTronic และ Paddle Shift และยังเพิ่มรุ่น SPARK 4×4 S 3.0 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติเข้ามาเสริมทางเลือก
29 เมษายน 2025 เปิดสายการผลิต ISUZU D-MAX EV ปิกอัพอีวีรุ่นแรกของค่ายขับเคลื่อนสี่ล้อ Full Time และเฟืองท้ายภายใต้ “eAxle” พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้มั่นใจในสมรรถนะอันยอดเยี่ยมบนพื้นที่ทุรกันดาร ระบบนี้ยังให้พลังเร่งแซงสูงแบบคงที่ตามแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันก็ลดเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน
เริ่มที่มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัวโดยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า กำลังสูงสุด 58 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตรและมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลัง กำลังสูงสุด 132 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 217 นิวตันเมตร แรงม้ารวมสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดรวม 325 นิวตันเมตร วิ่งไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้งแบบ City Mode 361 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 425 กิโลเมตร (NEDC) และวิ่งไกล 263 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 309 กิโลเมตร (NEDC)
ผลิตที่โรงงาน ISUZU Motors สำโรง สมุทรปราการ เตรียมส่งไปขายกลุ่มประเทศยุโรปเพื่อจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ประเดิมด้วยประเทศนอร์เวย์เวอร์ชันพวงมาลัยซ้าย มาทั้งแบบ SPACECAB และ Double Cab 4 ประตู
ทางด้านอังกฤษเวอร์ชันพวงมาลัยขวาเตรียมเปิดรับจองช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้และจะประกาศราคาจำหน่ายภายในปีนี้โดยรถจะมาถึงอังกฤษเดือนกุมภาพันธ์ปี 2026 โดยขาย 2 รุ่นย่อยทั้งรุ่น DL40 และรุ่น V-Cross พร้อมสีใหม่สีน้ำเงินเข้ม Norwegian Blue และจะขยายไปยังประเทศและเขตอื่นๆเช่น ออสเตรเลีย ไทย ขึ้นอยู่กับ ความต้องการของตลาดและความพร้อมของสาธารณูปโภคด้านสถานีชาร์จรถไฟฟ้าเนื่องจากวิธีการใช้งานของลูกค้าแตกต่างกัน
กว่า 20 ปี ที่ ISUZU D-MAX โลดแล่นบนท้องถนนเมืองไทยในฐานะรถปิกอัพที่ขายดีที่สุดและความเป็นรถปิกอัพที่คุ้มค่าในการใช้งาน พลังแรง ประหยัดน้ำมันดีไซน์ที่ถูกใจเหล่าประชาคมอีซูซุทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดีไม่แปลกที่คว้ายอดขายอันดับดีมายาวนานจนไม่มีใครสามารถล้มความเป็นปิกอัพได้จนถึงทุกวันนี้ด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 3 คัน













