ส่องผลประกอบการอสังหาริมทรัพย์ปี 2567: ใครคือผู้แข็งแกร่งในตลาดที่ท้าทาย?
ปี 2567 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย จากความคาดหวังที่ตั้งไว้สูงหลังจากการฟื้นตัวอย่างน
่าพอใจในปี 2565 แต่ทว่า สถานการณ์กลับพลิกผัน ตลาดกลับเข้าสู่ช่วงชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และความซบเซานี้ได้ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี แม้กระทั่งช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นยอดขายให้กลับมาคึกคักได้อย่างที่หวัง ภาพรวมตลาดในปี 2567 จึงยังคงเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่อง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิด และได้รวบรวมข้อมูลบริษัทอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 41 แห่ง เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานในปี 2567 ที่ผ่านมา ว่าแต่ละบริษัทสามารถปรับตัวและรับมือกับสภาวะตลาดที่ผันผวนนี้ได้อย่างไร และใครคือ “ผู้ชนะที่แท้จริง” ที่สามารถยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง
ภาพรวมรายได้รวม: การชะลอตัวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในปี 2567 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันได้กว่า 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท แม้ว่าตัวเลขโดยรวมจะดูไม่ห่างกันมากนัก แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่าถึง 25 จาก 41 บริษัท มีรายได้รวมที่ลดลง สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้นในตลาดอย่างชัดเจน
บริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีรายได้รวมติดลบมากกว่า 20% เช่น L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ซึ่งแต่ละแห่งมีรายได้ลดลงราว 28% นอกจากนี้ ยังมี Raimon Land (RML) ที่มีรายได้ลดลง 26%, Lalin Property (LPH) ที่ลดลง 23%, Major Development (MD) ที่ลดลง 22% และ Siamese Asset (SA) ที่ลดลง 21%
แม้แต่บริษัทชั้นนำอย่าง Land and Houses (LH) ซึ่งปกติมีผลงานที่แข็งแกร่ง ก็ยังคงมีรายได้รวมติดลบถึง 18% และที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2567 นี้ มีถึง 5 บริษัทที่มีรายได้รวมลดลงเมื่อเทียบกับปี 2565 นอกจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) ที่ลดลง 10%, Pruksa Holding (PPH) ที่ลดลง 9% และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงประมาณ 4%
รายได้รวม Top 10 ปี 2567:
Siri (SIRI): 39,082 ล้านบาท (โต 12%)
AP (Thailand) (AP): 38,399 ล้านบาท
Supalai (SPALI): 31,818 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 30,170 ล้านบาท
Pruksa Holding (PPH): 26,132 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 24,487 ล้านบาท
Univentures (UV): 17,672 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 16,169 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 15,157 ล้านบาท
Singha Estate (S): 15,066 ล้านบาท
รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่สะท้อนภาพจริง
หากต้องการประเมินผลการดำเนินงานที่แท้จริง การพิจารณาที่ “รายได้จากการขาย” เป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่ารายได้รวม เนื่องจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์บางแห่งอาจมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาเสริม แต่สำหรับรายได้จากการขาย ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการพัฒนาและขายโครงการโดยตรงนั้น จะเผยให้เห็นภาพที่แตกต่างออกไป
ในปี 2567 บริษัททั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวมประมาณ 299,979 ล้านบาท โดยมีถึง 30 จาก 41 บริษัทที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า
บริษัทที่เห็นผลกระทบชัดเจน ได้แก่ Raimon Land (RML) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) ที่รายได้จากการขายลดลงเกือบ 40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ก็มีรายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งในแง่รายได้จากการขาย ก็ยังมียอดขายลดลงเล็กน้อยที่ 2% นอกจากนี้ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด ยังมีถึง 8 บริษัทที่มียอดขายลดลง
รายได้จากการขาย Top 10 ปี 2567:
AP (Thailand) (AP): 36,927 ล้านบาท
Siri (SIRI): 32,829 ล้านบาท (โต 7%)
Supalai (SPALI): 30,836 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 23,370 ล้านบาท (โต 13%)
Pruksa Holding (PPH): 22,357 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 18,966 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 10,019 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง 24%)
Quality House (QH): 7,619 ล้านบาท
Property Perfect (PF): 7,171 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมี Central Pattana (CPN) ที่แสดงผลงานโดดเด่นอย่างยิ่ง ด้วยรายได้จากการขาย 5,835 ล้านบาท เติบโตถึง 103% จากปีก่อน สะท้อนถึงความสำเร็จในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างต่อเนื่อง
กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดสุดท้ายของผู้ชนะที่แท้จริง
ถึงแม้จะสร้างยอดขายได้มากเพียงใด แต่หากมีกำไรสุทธิที่น้อย หรือไม่สามารถทำกำไรได้ ก็ย่อมไม่อาจถือเป็น “ผู้ชนะ” ที่แท้จริงได้
ในปี 2567 บริษัททั้ง 41 แห่ง ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมประมาณ 49,602 ล้านบาท โดยมีถึง 12 บริษัทที่ผลประกอบการขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมานานตั้งแต่ช่วงโควิด และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีผลกำไรลดลงเมื่อเทียบกับปี 2565
กำไรสุทธิ Top 10 ปี 2567:
Land and Houses (LH): 7,495 ล้านบาท (กำไรส่วนหนึ่งมาจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน มูลค่า 2,500 ล้านบาท)
Supalai (SPALI): 6,083 ล้านบาท
AP (Thailand) (AP): 6,054 ล้านบาท
Siri (SIRI): 5,846 ล้านบาท (โต 42%)
Origin Property (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง 25%)
SC Asset Corporation (SC): 2,525 ล้านบาท
Quality House (QH): 2,503 ล้านบาท
Pruksa Holding (PPH): 2,339 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 1,865 ล้านบาท
Central Pattana (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)
บทสรุปและแนวโน้มปี 2567
ผลการดำเนินงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของตลาดในปี 2567 ที่ยังคงดำเนินต่อไป โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังไม่แน่นอน, การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค, อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง, และความกังวลเกี่ยวกับภาวะการเมือง
อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดโดยรวมจะเผชิญความยากลำบาก แต่ก็ยังมีบริษัทที่สามารถปรับตัวและสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์, ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน, การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง, และกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ
สำหรับปี 2567 คาดการณ์ว่าจะเป็นอีกปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนและผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด วางแผนกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดอยู่เสมอ
หากคุณเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือผู้ประกอบการที่ต้องการปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดในปี 2567 นี้ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและทำความเข้าใจถึงปัจจัยขับเคลื่อนที่แท้จริง จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ มาค้นหาโอกาสและก้าวผ่านความท้าทายไปด้วยกันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งนี้!