นิตยสาร Car ของอังกฤษ นำรถใหม่มาทดสอบการเบรกฉุกเฉิน เพื่อรวบรวมข้อมูลรถที่เบรกด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วใช้ระยะเวลาในการหยุดเร็วที่สุด โดยระบุเวลาเฉลี่ยที่ดีที่สุดจากความเร็ว 100-0 กม. / ชม. ที่ Car รวบรวมได้ในปี 2020 รถทดสอบแต่ละคันต้องผ่านขั้นตอนการเบรก 10 ครั้ง แล้วคำนวณเวลาเฉลี่ยของการเบรกที่ดีที่สุด และนี่คือ 10 รถยนต์ที่เบรกหยุดเร็วสุดในปี 2020


…
อันดับที่ 10 Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Tronic –100-0 km/h ใน 2.72 วินาที
A7 Sportback 55TFSi Quattro เครื่อง V6 ทวินเทอร์โบ 340 แรงม้า 500 นิวตันเมตร พร้อมระบบ Mild Hybrid 48V เป็นรถสปอร์ตซาลูนสมรรถนะสูงของค่าย 4 ห่วง มันทำอัตราเร่งจาก 0-100 ใน 5.7 วินาที และสามารถเบรกที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนหยุดนิ่งด้วยเวลา 2.72 วินาที คาร์ลิปเปอร์หน้าแบบ 4 พอตพร้อมจานเบรกขนาดมโหฬารมีพลังในการหยุดยั้งได้ดีมาก รวมถึงการถ่ายเทน้ำหนักขณะเบรกก็ยอดเยี่ยมอีกด้วย


อันดับที่ 9 Volkswagen Golf GTI TCR – 100-0 km/h ใน 2.71 วินาที
Hothatch อย่าง Volkswagen Golf GTI TCR วางเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง ความจุ 1,984 ซีซี กำลัง 286 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตันเมตร คันนี้ มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและชุดส่งกำลัง 7 สปีดคลัตช์คู่ ที่เร่ง 0-100 ได้เร็ว 5.6 วินาที และกระทืบเบรกเต็มกำลังที่สปีดความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนรถหยุดนิ่งทำเวลาได้ 2.71 วินาที เฉือน A7 55 TFSi ไปแค่ 0.1 วินาทีเท่านั้นเอง Golf GTI TCR ติดตั้งคาร์ลิปเปอร์เบรกหน้าพร้อมผ้าเบรกแบบทนความร้อนพิเศษ จานดิสเบรกเจาะรูระบายความร้อนขนาด 287 มิลลิเมตร ส่วนเบรกหลังแบบซิงเกิ้ลพอต พร้อมจานเส้นผ่าศูนย์กลาง 272 มิลลิเมตร


…
อันดับที่ 8 Audi A6 40 TDI S Tronic – 100-0 km/h ใน 2.69 วินาที
ไม่น่าเชื่อว่ารถรุ่นรองท็อปอย่าง A6 40 TDI S Tronic จะมีพลังเบรกที่เหลือรับประทาน A6 ตัวถังซีดานรุ่นมาตรฐานคันนี้ วางเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ 1,968 ซีซี. 204 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้าโดยไม่มีระบบ Quattro เนื่องจากเป็น A6 รุ่นประหยัด ระบบส่งกำลังใช้เกียร์ s Tronic 7 สปีด เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.8 วินาที ระบบเบรกแบบธรรมดาสามัญของ A6 40TDi ขับเคลื่อนล้อหน้ารุ่นนี้ ที่น่าสนใจก็คือ คาร์ลิปเปอร์เบรกหน้าแบบซิงเกิ้ลพอต พร้อมชุดจานเบรกแบบมีร่องระบายอากาศขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 318 มิลลิเมตร สามารถทำเวลาเฉลี่ยในการหยุดที่น่าประทับใจ จาก 100-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 2.69 วินาที เมื่อลองจับเวลาในการเบรก ตัวเลขที่บันทึกได้ช้าที่สุดของ A6 รุ่นถูกก็คือ 2.83 วินาที เวลาที่บันทึกได้เร็วที่สุดคือ 2.55 วินาที แม่เจ้า!


…

7. BMW 330e M Sport 100-0 km/h ใน 2.69 วินาที
สปอร์ตซีดานพลังงานปลั๊กอินไฮบริด เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เบนซินแถวเรียง 4 สูบเทอร์โบ บวกมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ กำลัง 292 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร ชุดส่งกำลัง ZF8 สปีด ฝังมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ในชุดเกียร์เพื่อคอยเสริมแรงบิด เป็นรถยนต์พลังงานผสมที่เร่งได้เร็วอย่างเหลือเชื่อ อัตราเร่ง 0-100 ของ 330e M-Sport ทำได้เร็วถึง 5.9 วินาที ส่วนระบบเบรก ได้ชุดเบรก BMW M Performance Brakes ผสมผสานการทำงานกับระบบเบรกสะสมพลังงาน regenerative braking ด้านหน้าคาร์ลิปเปอร์เบรกสีน้ำเงินสุดสวยของ M แบบ 4 พอต ส่วนด้านหลังเป็นแบบซิงเกิลพอต เส้นผ่าศูนย์กลางจานเบรกหน้า 330 มิลลิเมตร หลัง 315 มิลลิเมตร เมื่อเร่งความเร็วจนถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วกระทืบเบรกเต็มแรง 330e ใช้เวลาในการหยุดจนนิ่งสนิทแค่ 2.69 วินาทีเท่านั้นเอง เล่นซะหัวทิ่มหัวตำ แต่เบรกจับแน่นดีมาก รวมถึงการถ่ายเทมวลขณะเบรกก็ยอดเยี่ยม

…

อันดับที่ 6 Hyundai i30 N Performance 2.0 T-GDI –100-0 km/hใน 2.68 วินาที
แฮตช์แบคสายร้อนจากแดนกิมจิคันนี้ วางเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร แถวเรียง 4 สูบเทอร์โบ 2.0 GDi กำลัง 275 แรงม้า แรงบิด 353 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อนล้อหน้า 6 สปีด สมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.6 วินาที กระทืบเบรกที่ความเร็ว 100 กิโลเมตร จนหยุดนิ่ง ใช้เวลาไป 2.68 วินาที i30 N Performance Brake จานหน้าเส้นผ่าศูนย์กลาง 345 มิลลิเมตร พร้อมผ้าเบรกเกรดสูงทนความร้อนแบบพิเศษ


อันดับที่ 5 Audi Q8 45 TDI Quattro Tiptronic –100-0km/h ใน 2,68 วินาที
สปอร์ตเอสยูวีสายแรงของแบรนด์สี่ห่วง ทนหายห่วง วางเครื่องยนต์ดีเซล V6 3.0 ลิตรเทอร์โบ ความจุ 2,967 ซีซี กำลัง 231 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro เร่งจาก 0-100 ใน 7.1 วินาที กดเบรกจนสุดที่ความเร็ว 100 กิโลเมตร จนรถหยุดนิ่ง ใช้เวลาไปแค่ 2.68 วินาที พลังเบรกที่เหลือร้ายของรถรุ่นนี้ เกิดจากคาร์ลิปเปอร์หน้าแบบ 6 พอต พ่นสีเงิน จานเบรก 375 มิลลิเมตร ที่ด้านหน้า และ 350 มิลลิเมตร ที่ด้านหลัง เอาอยู่ทุกสถานการณ์ แม้ตัวจะหนักถึง 2 ตัน เมื่อเบรกหนักเต็มเหนี่ยว ก็ยังไม่มีอาการดึงที่พวงมาลัย หรือแถซ้ายป่ายขวา เบรกแรงๆ หน้าจิกท้ายยกแต่ไม่ซวนเซเป๋ปัด ถือว่าเป็นสปอร์ตเอสยูวีหนัก 2 ตันที่มีพลังในการเบรกมหาศาลเอาเรื่อง



อันดับที่ 4 BMW X6 M50d xDrive Steptronic – 100-0 km/h ใน 2.68 วินาที
ไม่มียอมกันอยู่แล้วสำหรับรถคู่แข่งของ Q8 อย่าง BMW X6 xDRIVE M50d นี่คือยักษ์เอสยูวี เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง B57D30 แบบ 6 กระบอกสูบ ระดมการบูสด้วยเทอร์โบ multi-stage มากถึง 4 ตัว เป็นเทอร์โบรอบต่ำ 2 ตัวและเทอร์โบรอบสูงอีก 2 ตัว ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ 8 สปีด กำลัง 400 แรงม้า แรงบิดอย่างโหดมากถึง 760 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.2 วินาที แล้วกดเบรกเต็มสูบหยุดเร็วใน 2.68 วินาที เท่ากับ Audi Q8 45TDi Quattro พอดิบพอดี X6 xDRIVE M50d ใช้ชุดเบรก BMW M Performance Brakes ด้านหน้าคาร์ลิปเปอร์ 4 พอต จาน 385 มิลลิเมตร



อันดับที่ 3 Lamborghini Urus –100-0 km/h ใน 2.66 วินาที
วัวเถื่อนตัวนี้ วางเครื่องยนต์เบนซิน V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ กำลัง 490 กิโลวัตต์ 650 แรงม้า แรงบิดทะลุมิติที่ 850 นิวตันเมตร บวกความรู้ความสามารถของวิศวกรจาก Lamborghini และ Audi ในการปรุงแต่งเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน การออกแบบแชสซีให้มีน้ำหนักเบา นับเป็นการการันตีถึงความสุดยอดในด้านการขับขี่ เจ้ากระทิง Urus ยังมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในอัตราที่น้อยมากเมื่อเทียบกับรถยนต์ SUV คันอื่นๆ ทั้งนี้ Urus ยังตอบโจทย์รถประเภท Super Sport SUV ประกอบด้วย ที่นั้งกว้างขวาง 4 ที่นั่ง พื้นที่ใช้สอยสำหรับเก็บสัมภาระ ความสูงใต้ท้องรถสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จากช่วงล่างถุงลมแบบ Active และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อสมรรถนะสูง เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.6 วินาที เบรกจาก 100-0 ใน 2.66 วินาที ใช้ระยะเบรกไป 33.7 เมตร พลังเบรกระดับสุดขั้วเกิดจาก คาร์ลิปเปอร์เบรกหน้าแบบ 10 พอต พร้อมชุดจานเบรกคาร์บอนเซรามิกด้านหน้า ขนาด 440 มิลลิเมตร ส่วนเบรกหลังแบบซิงเกิ้ลพอต พร้อมจานเบรกคาร์บอนเซรามิกขนาด 370 มิลลิเมตร



อันดับที่ 2 Audi S6 TFSI Quattro Tiptronic – 100-0 ใน 2.64 วินาที
Audi S6 TFSI Quattro Tiptronic ซาลูนสายแรงที่เป็นน้องชายของ Audi RS6 Avant เครื่องยนต์ V6 เบนซิน 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ อินเตอร์คูลเลอร์ กำลัง 444 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ 8-Speed Automatic ตัวเลขสมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.4 วินาที แล้วกดเบรกจนสุดใช้เวลาหยุดเร็วแค่ 2.64 วินาที ออปชันพิเศษ คาร์บอนเซรามิกเบรก แต่เบรกเดิมๆจากโรงงาน ติดตั้งคาร์ลิปเปอร์หน้าแบบ 6 พอต พร้อมจานหน้าแบบเหล็กหล่อขึ้นรูป ขนาด 400 มิลลิเมตร เบรกหลังซิงเกิ้ลพอต จานเบรกเหล็กขนาด 350 มิลลิเมตร เป็นรถแรงที่เบรกได้อย่างเหนือชั้น แม้กระทั่งการเบรกบนผิวถนนที่เปียกชื้น S6 TFSi Quattro ก็ยังทรงตัวได้ดี ช่วยเพิ่มความมั่นใจขณะใช้ความเร็วสูง เนื่องจากเบรกที่ดีของมันนั่นเอง



อันดับที่ 1 Lamborghini Huracán Evo LP640-4 – 100-0 km/h ใน 2.59 วินาที
แรงเบรกที่สุดยอดของวัวโหด Lamborghini Huracán Evo LP640-4 มากพอๆ กับกำลังในรูปของแรงม้าและแรงบิด เครื่องยนต์ V10 ของรถรุ่นนี้ ไม่มีระบบอัดอากาศมาคอยช่วยเหลือในด้านการเสริมแรงบิด เครื่อง V10 ตัวใหม่หายใจเอง ถูกปรับปรุงประสิทธิภาพในด้านแรงบิดให้กำลังในรูปของแรงม้าถึง 640 ตัว แรงขึ้นกว่ารุ่นมาตรฐาน 38 แรงม้า แม้เครื่อง V10 จาก Lamborghini จะเป็นรองเครื่อง V8 เทอร์โบของ Ferrari F8 ที่จะออกขายในปีนี้ แถมยังตกเป็นรองเครื่องยนต์ 3.8 ลิตร V8 ทวินเทอร์โบของ McLaren 720S อยู่นิดๆ แต่ Lamborghini ก็จัดเต็มในด้านเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กับชุดส่งกำลังใหม่ซึ่งเป็นเกียร์ทวินคลัตช์ สปีด ทำให้ Huracan EVO สามารถสำแดงฤทธิ์เดชได้ทันทีทันควันสำหรับการตอบโต้รถซุปเปอร์คาร์คู่แข่ง พละกำลังที่ถูกปรับเพิ่มจาก 602 แรงม้า เป็น 640 แรงม้า แรงบิดพุ่งสูงขึ้นจาก 559.95 นิวตันเมตร เป็น 600 นิวตันเมตร ที่ 4,500-6,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 2.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดถ้าที่ถนนโล่งและยาวพอ Huracan จะมีตีนปลาย หรือท็อปสปีดอยู่ที่ 325.087 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบห้ามล้อใช้เบรกแบบพิเศษ เป็นจานเบรกแบบคาร์บอนเซรามิก พร้อมคาร์ลิปเปอร์สีดำแบบ 6 พอตที่ด้านหน้า จานคาร์บอนเซรามิก ขนาด 400 มิลลิเมตร ส่วนเบรกหลังก็ยังคงใช้จานเบรกเซรามิกเหมือนกับด้านหน้า โดยวางคาร์ลิปเปอร์แบบ 4 พอต เส้นผ่าศูนย์กลางจานเซรามิกหลัง 380 มิลลิเมตร ชุดเบรกคาร์บอนเซรามิกเป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานที่ติดตั้งมาให้ใน Lamborghini Huracan Evolution โดยที่เจ้าของรถไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เมื่อกระทืบเบรกที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Huracan EVO ใช้เวลาในการหยุดจนนิ่งสนิท ที่ 2.59 วินาทีเท่านั้นเอง.

