• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0602108 คนล อย าซ ำ! part2

admin79 by admin79
February 3, 2026
in Uncategorized
0
N0602108 คนล อย าซ ำ! part2
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2567: ฝ่ามรสุม สู่การฟื้นตัวที่ยั่งยืน ปี 2566 ที่ผ่านมานับเป็นปีแห่งความท้าทายอย่างแท้จริงสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้จะมีความคาดหวังว่าจะสานต่อโมเมนตัมอันดีจากปี 2565 ที่ตลาดเริ่มส่งสัญญาณบวก แต่ภาพรวมกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้ง ประกอบกับการเลือกตั้งใหญ่ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ฤดูกาลแห่งการจับจ่ายใช้สอยในช่วงไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างที่คาดหวัง สถานการณ์ยังคงต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2567 ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงทิศทางในอนาคต ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ ผมได้ติดตามและวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัทมหาชนกว่า 41 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อประเมินว่าแต่ละบริษัทรับมือกับความผันผวนของตลาดในปี 2566 ได้อย่างไร และใครคือผู้ที่สามารถยืนหยัดและก้าวข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ภาพรวมรายได้รวม: การหดตัวที่ต้องจับตา
ข้อมูลจาก 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ พบว่า รายได้รวมในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 371,560 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำได้ 376,141 ล้านบาท แม้ภาพรวมจะดูไม่แตกต่างกันมากนัก แต่เมื่อเจาะลึกลงไป จะพบว่า ถึง 25 จาก 41 บริษัท มีรายได้รวมลดลง สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง กลุ่มบริษัทที่ประสบปัญหา รายได้รวมติดลบในอัตราที่สูงกว่า 20% ประกอบด้วย L.P.N. Development (LPN) ที่ติดลบถึงราว -28%, Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ก็อยู่ในภาวะเดียวกัน นอกจากนี้ยังพบ Raimon Land (RML) ติดลบ -26%, Lalin Property (LPH) -23%, Major Development (MD) -22% และ Siamese Asset (SA) -21% แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ไม่พ้นแรงกระเพื่อม โดยมีรายได้รวมติดลบถึง -18% และเป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 นั้น มีถึง 5 บริษัทที่มีรายได้รวมลดลงจากปี 2565 นอกเหนือจาก LH แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่ติดลบเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PSH) -9% และ Origin Property (ORI) รายได้รวมลดลงราว -4% ส่อง Top 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์: ใครคือผู้นำด้านรายได้รวม? สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีการแข่งขันที่สูสี โดยอันดับ 1 ตกเป็นของ แสนสิริ (SIRI) ด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท เฉือนอันดับ 2 อย่าง เอพี (ไทยแลนด์) (AP) ที่ทำได้ 38,399 ล้านบาท ไปอย่างน่าจับตา อันดับ 3 เป็นของ ศุภาลัย (SPALI) ด้วยรายได้รวม 31,818 ล้านบาท ขณะที่อันดับ 4 คือ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ด้วยรายได้รวม 30,170 ล้านบาท และอันดับ 5 คือ พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) ที่ 26,132 ล้านบาท ตามมาด้วยอันดับ 6 เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) ด้วยรายได้รวม 24,487 ล้านบาท, อันดับ 7 ยูนิเวนเจอร์ (UV) ที่ 17,672 ล้านบาท, อันดับ 8 เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT) ที่ 16,169 ล้านบาท, อันดับ 9 ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ที่ 15,157 ล้านบาท และอันดับ 10 สิงห์ เอสเตท (S) ที่ 15,066 ล้านบาท รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่แท้จริงของความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของธุรกิจ การวัดจาก รายได้จากการขาย จะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญยิ่งกว่า เนื่องจากบริษัทในกลุ่ม Top 10 รายได้รวมสูงสุด หลายแห่งมีรายได้ส่วนอื่นเข้ามาเสริม แต่ถ้าเรานับเฉพาะรายได้จากการขาย อันดับต่างๆ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัทในปี 2566 อยู่ที่ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำได้ 299,979 ล้านบาท โดยมีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลง กรณีที่น่าตกใจคือ ไรมอน แลนด์ (RML) ที่รายได้จากการขายตกลงถึง -78%, L.P.N. Development (LPN) -เกือบ 40%, และ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่ เอพี (ไทยแลนด์) (AP) ผู้นำตลาด ก็ยังพบว่ารายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% และไม่ใช่เพียงแค่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นที่เผชิญปัญหานี้ เพราะใน Top 10 ของบริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลง เอพี (ไทยแลนด์): ครองแชมป์รายได้จากการขายในปี 2566 สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 เอพี (ไทยแลนด์) (AP) กลับมาผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้วยรายได้จากการขายรวม 36,927 ล้านบาท แซงหน้า แสนสิริ (SIRI) ที่มาในอันดับ 2 ด้วยรายได้จากการขาย 32,829 ล้านบาท ซึ่งแสนสิริเป็นหนึ่งในสองบริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโตขึ้น 7% อันดับ 3 ยังคงเป็นของ ศุภาลัย (SPALI) ที่รักษามาตรฐานไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท ตามมาด้วยอันดับ 4 เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) ที่ขึ้นมาติด Top 5 ได้สำเร็จ ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่มีรายได้เติบโตในแดนบวกถึง 13% อันดับ 5 ตกเป็นของ พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) ด้วยรายได้จากการขายรวม 22,357 ล้านบาท
ส่วนอันดับ 6 แม้รายได้จากการขายจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ก็ยังประคองตัวเองอยู่ใน Top 10 ได้ ด้วยรายได้จากการขายรวม 18,966 ล้านบาท อันดับ 7 เป็นของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT) ด้วยรายได้จากการขายรวม 10,019 ล้านบาท อันดับ 8 ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) แม้จะมีรายได้ลดลง -24% แต่ก็ยังรักษาตำแหน่งใน Top 10 ไว้ได้ ด้วยรายได้จากการขายรวม 8,840 ล้านบาท อันดับ 9 ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH) เข้ามาอย่างสม่ำเสมอด้วยรายได้จากการขายรวม 7,619 ล้านบาท และอันดับ 10 คือ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,171 ล้านบาท อีกหนึ่งบริษัทที่ผลงานโดดเด่นจนต้องกล่าวถึงคือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 เซ็นทรัลพัฒนาทำรายได้จากการขายได้ถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตถึง 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้ 2,870 ล้านบาท กำไรสุทธิ: บทพิสูจน์ความอยู่รอดที่แท้จริง แน่นอนว่าในท้ายที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กำไรสุทธิ เพราะไม่ว่ายอดขายจะสูงเพียงใด หากสุดท้ายแล้วเก็บเงินเข้ากระเป๋าได้น้อย ก็ย่อมไม่ถือเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ในปี 2566 ทั้ง 41 บริษัท ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% จากปี 2565 ที่ทำได้ราว 49,602 ล้านบาท โดยมี กว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปีตั้งแต่ช่วงโควิด และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัทจาก 41 บริษัท มีผลกำไรลดลง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แลนด์แอนด์เฮ้าส์: ยังคงยืนหนึ่งด้านกำไรสูงสุด สำหรับ Top 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรได้สูงสุด แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้อีกครั้ง แม้รายได้จะลดลงมาก แต่สามารถกวาดกำไรในปีนี้ไปถึง 7,495 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจาก กำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนมูลค่า 2,500 ล้านบาท หากไม่นับปัจจัยพิเศษนี้ อันดับ 2 อย่าง ศุภาลัย (SPALI) ที่ทำกำไร 6,083 ล้านบาท ก็คงจะได้ขึ้นเป็นอันดับ 1 ไป อันดับ 3 คือ เอพี (ไทยแลนด์) (AP) ที่ทำกำไร 6,054 ล้านบาท เฉือนกันไปแบบฉิวเฉียด อันดับ 4 แสนสิริ (SIRI) ทำกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 42% อันดับ 5 ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) แม้กำไรจะลดลง -25% จากปีก่อน แต่ยังคงทำกำไรสุทธิได้ 3,160 ล้านบาท อันดับ 6 เอสซี แอสเสท (SC) ทำกำไรสุทธิ 2,525 ล้านบาท เฉือนอันดับ 7 ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH) ที่ทำกำไร 2,503 ล้านบาท ไปอย่างน่าเสียดาย อันดับ 8 พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) ทำกำไร 2,339 ล้านบาท อันดับ 9 คือ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT) ด้วยกำไร 1,865 ล้านบาท และอันดับ 10 เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ทำกำไรสุทธิที่ 1,610 ล้านบาท (ประเมินจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท) มองไปข้างหน้า: โอกาสในความท้าทายปี 2567 ผลประกอบการของ 41 บริษัทที่ Property Mentor ได้รวบรวมมานี้ ชี้ให้เห็นว่าปี 2567 ยังคงเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของ กำลังซื้อที่ชะลอตัว, อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง, และ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความท้าทายเหล่านี้ ยังคงมีโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว การให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของตลาด (เช่น โครงการที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่เข้าถึงง่าย, โครงการที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย, หรือโครงการที่ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะ) รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการตลาด จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบ สำหรับนักลงทุนที่มองหา หุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพในการเติบโต (growth stocks) หรือ หุ้นปันผลที่มั่นคง (dividend stocks) การวิเคราะห์ผลประกอบการอย่างละเอียดเช่นนี้ จะช่วยให้ตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาด โดยพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบริษัท ความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤต และวิสัยทัศน์ในการพัฒนาธุรกิจในระยะยาว ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากยุคแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด มาสู่ยุคแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวและนำพากลยุทธ์ที่แข็งแกร่งมาใช้ จะเป็นผู้ที่สามารถคว้าโอกาสและสร้างความสำเร็จในภูมิทัศน์ใหม่นี้ได้อย่างแน่นอน
คุณพร้อมที่จะคว้าโอกาสและก้าวสู่ความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 ไปพร้อมกับเราหรือไม่?
Previous Post

N0602113 อย าเป นก อนกรวดให ชายจ กห วใช part2

Next Post

N0602107 แม หม ายน ำเต าห part2

Next Post

N0602107 แม หม ายน ำเต าห part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D1104086_กค าโวยวาย างทำส ไม ตรง งข นส งพ ชายให ไล_part2
  • D1104087_พลทหารกล บแอบกล บบ าน แต มาเจอเหต การณ แบบน_part2
  • D1104088_ชายท เห นแก ให ภรรยาเล ยงล กไม พอ งให_part2
  • D1104089_แม ออกจากค กล บถ งบ านเจอล กสาวต วเองในสภาพเป นท_part2
  • D1104090_ญาต ๆบางคนชอบอ างคำว าญาต มาขอย มเง แต พอได ไปแล_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.