• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0302126 เป นหน องใช อย าหน าด าน part2

admin79 by admin79
February 1, 2026
in Uncategorized
0
N0302126 เป นหน องใช อย าหน าด าน part2

2025: ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย – ถอดรหัสความสำเร็จ กลยุทธ์รับมือความท้าทาย

ปี 2567 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นบทพิสูจน์ความแกร่งของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างแท้จริง หลังจากหลายฝ่ายคาดหวังถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องจากโมเมนตัมที่ดีในปี 2565 แต่ความเป็นจริงกลับตาลปัตร ตลาดได้เข้าสู่ช่วงชะลอตัวอีกครั้งก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และความซบเซายังคงยืดเยื้อมาจนถึงปลายปี แม้กระทั่งช่วงเวลาแห่งการจับจ่ายใช้สอย หรือไฮซีซั่นในไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นตลาดให้กลับมาคึกคักได้ ทิ้งความกังวลไว้ต่อเนื่องถึงปี 2567 ที่ภาพรวมยังไม่สดใสเท่าที่ควร

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 10 ปี ผมได้ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานของบริษัทมหาชนกว่า 41 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจว่าแต่ละบริษัทได้ปรับตัวและรับมือกับความผันผวนของตลาดในปี 2566 ที่ผ่านมาอย่างไร และใครคือผู้ที่พิสูจน์ตัวเองว่าเป็น “ตัวจริง” ในสมรภูมิแห่งนี้

ภาพรวมรายได้: การปรับฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

จากการรวบรวมข้อมูล พบว่าในปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง มีรายได้รวมกันประมาณ 371,560 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยราว 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำรายได้ไป 376,141 ล้านบาท การลดลงนี้อาจดูไม่มากนักในภาพรวม แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่ามีมากถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทที่เผชิญกับการปรับฐานอย่างหนัก เห็นได้จากรายได้รวมที่ติดลบเกิน 20% อาทิ L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ซึ่งมีรายได้ลดลงถึงประมาณ -28% ตามมาด้วย Raimon Land (RML) ที่ -26%, Lalin Property (LALIN) ที่ -23%, Major Development (MJD) ที่ -22% และ Siamese Asset (SA) ที่ -21%

แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังไม่สามารถต้านทานกระแสชะลอตัวนี้ได้ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง -18% เป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุด 5 บริษัท กลับมีรายได้ลดลงจากปี 2565 ได้แก่ Land and Houses, AP (Thailand) (AP) ที่ติดลบเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) ที่ -10%, Pruksa Holding (PPH) ที่ -9% และ Origin Property (ORI) ที่รายได้รวมลดลงราว -4%

การแข่งขันที่เข้มข้น: ใครคือผู้นำด้านรายได้รวม?

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 พบว่า:

Sansiri (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
AP (Thailand) (AP): 38,399 ล้านบาท
Supalai (SPALI): 31,818 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 30,170 ล้านบาท
Pruksa Holding (PPH): 26,132 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 24,487 ล้านบาท
Univentures (UV): 17,672 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 16,169 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 15,157 ล้านบาท
Singha Estate (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม การวัดผลการดำเนินงานที่แท้จริง ควรให้ความสำคัญกับ “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากรายได้รวมของบางบริษัทอาจมีการผสมผสานจากแหล่งอื่นที่ช่วยหนุนผลประกอบการ แต่รายได้จากการขายสะท้อนถึงกำลังซื้อและความสามารถในการระบายสินค้าในตลาดที่แท้จริง

ในปี 2566 ทั้ง 41 บริษัท ทำรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และน่าตกใจที่ 30 จาก 41 บริษัท มีรายได้จากการขายลดลง

บริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เห็นได้จาก Raimon Land ที่รายได้จากการขายตกลงถึง -78%, LPN Development ที่ลดลงเกือบ -40% และ Land and Houses ที่ลดลงถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งในด้านรายได้รวม ก็ยังมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% ไม่เพียงแต่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด ยังมีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลง

ผู้นำด้านรายได้จากการขาย: ใครคือ “ตัวจริง” ในตลาด?

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566:

AP (Thailand) (AP): 36,927 ล้านบาท (เป็น 1 ใน 2 บริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโต 7%)
Sansiri (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เป็น 1 ใน 2 บริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโต 7%)
Supalai (SPALI): 30,836 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
Pruksa Holding (PPH): 22,357 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 18,966 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 10,019 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 8,840 ล้านบาท (แม้รายได้ลดลง -24% แต่ยังคงอยู่ใน Top 10)
Quality Houses (QH): 7,619 ล้านบาท
Property Perfect (PF): 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ Central Pattana (CPN) แสดงผลงานที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยมีรายได้จากการขาย 5,835 ล้านบาท เติบโตถึง 103% จากปี 2565 (2,870 ล้านบาท) สะท้อนถึงความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายที่เริ่มออกดอกผล

กำไรสุทธิ: การวัดผลสุดท้ายของความสำเร็จ

แม้รายได้จะสูง แต่หากกำไรสุทธิไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ก็ยังไม่อาจถือว่าเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง ในปี 2566 ทั้ง 41 บริษัท ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมประมาณ 49,602 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น มีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงโควิดยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ และกว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรลดลงจากปีก่อน

ผู้นำด้านกำไรสุทธิ: ใครคือ “เจ้าพ่อ” แห่งปี?

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสูงสุดในปี 2566:

Land and Houses (LH): 7,495 ล้านบาท (แม้รายได้รวมลดลง แต่กำไรสูงสุดจากการขายโรงแรม 2 แห่งให้กองทุนมูลค่า 2,500 ล้านบาท)
Supalai (SPALI): 6,083 ล้านบาท
AP (Thailand) (AP): 6,054 ล้านบาท
Sansiri (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโตแบบก้าวกระโดด 42%)
Origin Property (ORI): 3,160 ล้านบาท (แม้กำไรลดลง -25% แต่ยังคงติด Top 5)
SC Asset Corporation (SC): 2,525 ล้านบาท
Quality Houses (QH): 2,503 ล้านบาท
Pruksa Holding (PPH): 2,339 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 1,865 ล้านบาท
Central Pattana (CPN): 1,610 ล้านบาท (จากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

บทสรุปและทิศทางปี 2567: การปรับตัวคือหัวใจสำคัญ

ผลประกอบการของ 41 บริษัทที่รวบรวมมา สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญในปี 2566 และแนวโน้มที่ปี 2567 จะยังคงเป็นอีกปีที่ยากลำบาก แต่ในความท้าทาย ย่อมมีโอกาสสำหรับผู้ที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการดูตัวเลข แต่คือการเรียนรู้กลยุทธ์และบทเรียนจากผู้ที่ “อยู่รอด” และ “เติบโต” ในสภาวะตลาดที่ผันผวน การให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุน การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง และการบริหารกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำพาธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้

ปี 2567 นี้ จะเป็นปีที่เราได้เห็นการพลิกเกม การปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ และการค้นพบโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเขย่าวงการ คุณพร้อมที่จะเรียนรู้และนำพาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของคุณให้ก้าวข้ามทุกอุปสรรค เพื่อคว้าโอกาสในตลาดที่กำลังพัฒนาอยู่ตลอดเวลาแล้วหรือยัง? มาเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตไปด้วยกัน!

Previous Post

N0302123 อถ อลวงโลก part2

Next Post

N0302108 หญ งร าย ชายเลว part2

Next Post
N0302108 หญ งร าย ชายเลว part2

N0302108 หญ งร าย ชายเลว part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2602061 ทธ อะไรมาว าอ วน ไปอ วนในต บข าวแกเหรอ part2 | Viviann Vanzant
  • N2602058 ยอดขายหน เพ ออนาคตครอบคร part2 | Viviann Vanzant
  • N2602062 ชายท เก องม หญ งข างกายท เก งด วย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602059 เห นคนอ อนแอกว าเป นขนม ดท ายขมปากเลย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602060 วางแผนมาอย างด ดท ายทำไม ลง part2 | Viviann Vanzant

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.