• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0302129 ชนช นท าง หร ตใจท ำก นแน part2

admin79 by admin79
February 1, 2026
in Uncategorized
0
N0302129 ชนช นท าง หร ตใจท ำก นแน part2

แน่นอนครับ นี่คือบทความที่ถูกปรับปรุงใหม่ โดยเน้นภาษาไทยและปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567-2568 พร้อมทั้งเพิ่มคำสำคัญ SEO เพื่อการจัดอันดับที่ดีขึ้น

ปี 2567: ก้าวข้ามความท้าทาย สู่การฟื้นตัวของอสังหาริมทรัพย์ไทย – บทวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบที่หนักหนาสาหัส ไม่เป็นไปตามความคาดหวังที่หลายฝ่ายตั้งไว้ว่าจะได้รับแรงส่งจากโมเมนตัมเชิงบวกของปี 2565 ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปลายปี แม้แต่ช่วงเวลาแห่งการจับจ่ายใช้สอย หรือ “ไฮซีซั่น” ในไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถปลุกตลาดให้กลับมาคึกคักได้อย่างที่คาดหวัง และสถานการณ์นี้ยังคงส่งผลต่อเนื่องมายังต้นปี 2567 ทำให้ภาพรวมตลาดดูเหมือนจะยังคงเผชิญกับความท้าทายเช่นเดิม

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มาเกือบ 10 ปี ผมได้ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการปรับตัว และบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ มากมาย Property Mentor ได้ทำการรวบรวมข้อมูลทางการเงินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 41 แห่ง เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานในปี 2566 และหาคำตอบว่าใครคือผู้ที่สามารถฝ่าฟันวิกฤตและก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้ชนะที่แท้จริง” ท่ามกลางสมรภูมิที่ดุเดือดนี้

ภาพรวมผลประกอบการปี 2566: ตัวเลขที่สะท้อนความท้าทาย

โดยรวมแล้ว บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันถึง 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท ตัวเลขนี้อาจดูไม่มากนัก แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่าถึง 25 จาก 41 บริษัท มีรายได้รวมที่ลดลง สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาอย่างกว้างขวาง

บริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจนมีรายได้รวมติดลบมากกว่า 20% ได้แก่ LPN Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ซึ่งติดลบไปถึงประมาณ -28% นอกจากนี้ ยังมี Raimon Land (RML) ที่ติดลบถึง -26%, Lalin Property (LPH) -23%, Major Development (MD) -22%, และ Siamese Asset (SA) -21%

แม้แต่ยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง Land and Houses (LH) ซึ่งเป็นที่รู้จักในความแข็งแกร่ง ก็ยังมีรายได้รวมติดลบถึง -18% และเป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 ถึง 5 บริษัท กลับมีรายได้รวมลดลงจากปีก่อน นอกจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PPH) -9%, และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงราวๆ -4%

“แสนสิริ” ผงาดผู้นำรายได้รวมปี 2566 พร้อมการเติบโตที่น่าจับตา

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 พบว่า แสนสิริ (SIRI) สามารถคว้าอันดับ 1 ไปครอง ด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท โตขึ้นถึง 12% เฉือนอันดับ 2 อย่าง AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้รวม 38,399 ล้านบาท ไปอย่างสูสี ตามมาด้วย ศุภาลัย (SPALI) ในอันดับ 3 ด้วยรายได้รวม 31,818 ล้านบาท และ Land and Houses (LH) ในอันดับ 4 ที่ 30,170 ล้านบาท ปิดท้าย 5 อันดับแรกด้วย พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH) ที่ 26,132 ล้านบาท

อันดับ 6 ได้แก่ SC Asset (SC) ด้วยรายได้รวม 24,487 ล้านบาท, อันดับ 7 UV Group (UV) ที่ 17,672 ล้านบาท, อันดับ 8 Frasers Property (Thailand) (FPT) ที่ 16,169 ล้านบาท, อันดับ 9 Origin Property (ORI) ที่ 15,157 ล้านบาท และอันดับ 10 Singha Estate (S) ที่ 15,066 ล้านบาท

เจาะลึก “รายได้จากการขาย”: ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนและผู้ที่ติดตามวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างใกล้ชิด “รายได้จากการขาย” ถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่ารายได้รวม เนื่องจากบริษัทหลายแห่งมีรายได้จากแหล่งอื่นๆ เข้ามาเสริม ซึ่งอาจไม่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักในการพัฒนาและขายโครงการโดยตรง เมื่อเราวัดกันที่รายได้จากการขายเพียงอย่างเดียว โฉมหน้าของ 10 อันดับแรกย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไป

ตลอดทั้ง 41 บริษัทที่ทำการศึกษา สามารถสร้างรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และที่น่ากังวลคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อน

ตัวเลขที่น่าตกใจปรากฏในหลายบริษัท เช่น Raimon Land (RML) ที่รายได้จากการขายตกลงถึง -78%, LPN Development (LPN) ลดลงเกือบ -40% และที่น่าประหลาดใจคือ Land and Houses (LH) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ผู้นำในด้านยอดขาย ก็ยังมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% และไม่ใช่เพียงแค่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่เผชิญปัญหานี้ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลง

“เอพี (ไทยแลนด์)” กลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำยอดขายปี 2566

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มี “รายได้จากการขาย” สูงสุดในปี 2566 AP (Thailand) (AP) สามารถกลับมาทวงอันดับ 1 ได้สำเร็จ ด้วยยอดขายรวม 36,927 ล้านบาท เหนือกว่า แสนสิริ (SIRI) ในอันดับ 2 ที่ 32,829 ล้านบาท แสนสิริยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโต โดยเพิ่มขึ้น 7%

ศุภาลัย (SPALI) ยังคงรักษาอันดับ 3 ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท ตามมาด้วย SC Asset (SC) ที่ไต่ขึ้นมาติด Top 5 ได้สำเร็จ ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่เติบโตในแดนบวกที่ 13% อันดับ 5 คือ พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH) ที่ 22,357 ล้านบาท

ส่วนอันดับ 6 คือ Land and Houses (LH) ที่แม้จะมียอดขายลดลง แต่ยังสามารถประคองตัวเองอยู่ใน Top 10 ได้ ด้วยรายได้จากการขายรวม 18,966 ล้านบาท อันดับ 7 คือ Frasers Property (Thailand) (FPT) ที่ 10,019 ล้านบาท อันดับ 8 Origin Property (ORI) แม้จะมีรายได้ลดลงถึง -24% แต่ยังคงเกาะกลุ่มอยู่ใน Top 10 ได้ ด้วยรายได้จากการขายรวม 8,840 ล้านบาท อันดับ 9 เป็นของ Quality Houses (QH) ที่ 7,619 ล้านบาท และอันดับ 10 คือ Property Perfect (PF) ที่ 7,171 ล้านบาท

อีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตาและมีผลงานโดดเด่นจนต้องกล่าวถึง คือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลลัพธ์จากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจำนวนมาก ในปี 2566 CPN ทำรายได้จากการขายได้ 5,835 ล้านบาท เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 103% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ 2,870 ล้านบาท

“กำไรสุทธิ”: ปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จที่แท้จริง

แต่ไม่ว่ายอดขายจะดีเพียงใด หากสุดท้ายแล้วมีกำไรสุทธิที่น้อยนิด หรือไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลตอบแทนเข้ากระเป๋าได้อย่างเต็มที่ ก็ย่อมไม่ถือเป็น “ผู้ชนะที่แท้จริง” ในปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง มีกำไรสุทธิรวมกัน 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมประมาณ 49,602 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ และกว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับปี 2565

“แลนด์แอนด์เฮ้าส์” คว้าแชมป์กำไรสูงสุดปี 2566

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถทำกำไรสุทธิได้สูงสุดในปี 2566 Land and Houses (LH) ยังคงครองอันดับ 1 ได้สำเร็จ ด้วยกำไรถึง 7,495 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง แต่กำไรที่สูงนี้ส่วนหนึ่งมาจากกำไรพิเศษกว่า 2,500 ล้านบาท จากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) หากไม่มีรายการพิเศษนี้ อันดับ 2 อย่าง ศุภาลัย (SPALI) ที่ทำกำไร 6,083 ล้านบาท ก็มีโอกาสขึ้นเป็นอันดับ 1 ได้

AP (Thailand) (AP) รั้งอันดับ 3 ด้วยกำไร 6,054 ล้านบาท เฉือนอันดับ 4 อย่าง แสนสิริ (SIRI) ที่มีกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 42% อันดับ 5 คือ Origin Property (ORI) ที่มีกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้กำไรจะลดลงจากปีก่อนถึง -25% ก็ตาม

อันดับ 6 SC Asset (SC) ทำกำไรสุทธิ 2,525 ล้านบาท เฉือนอันดับ 7 Quality Houses (QH) ที่มีกำไรสุทธิ 2,503 ล้านบาท ไปแบบหวุดหวิด อันดับ 8 พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH) ทำกำไร 2,339 ล้านบาท อันดับ 9 คือ Frasers Property (Thailand) (FPT) ที่ 1,865 ล้านบาท และอันดับ 10 คือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่มีกำไรสุทธิ 1,610 ล้านบาท (โดยประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

มองไปข้างหน้า: ความท้าทายและโอกาสในปี 2567-2568

ข้อมูลเหล่านี้คือภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 41 แห่งที่ Property Mentor ได้รวบรวมมา ซึ่งบ่งชี้ว่าปี 2566 เป็นปีที่ยากลำบากอย่างแท้จริง สำหรับปี 2567 คาดการณ์ว่ายังคงเป็นอีกปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ย่อมมีโอกาสสำหรับผู้ที่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป กลยุทธ์ที่เน้นการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างนวัตกรรมในผลิตภัณฑ์และบริการ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบ

ในมุมมองของผมในฐานะผู้มีประสบการณ์ในวงการนี้ ผมเชื่อว่าปี 2567-2568 จะเป็นช่วงเวลาของการ “คัดกรอง” ผู้เล่นที่แข็งแกร่งจริง บริษัทที่มีโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคง มีทีมผู้บริหารที่ชาญฉลาด และมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความผันผวนนี้ไปได้ และอาจจะสามารถคว้าโอกาสในการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

สำหรับนักลงทุน การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินอย่างละเอียด การทำความเข้าใจกลยุทธ์ของแต่ละบริษัท และการมองหา “หุ้นแห่งโอกาส” ที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว คือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

คุณพร้อมที่จะมองหาโอกาสการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้แล้วหรือยัง? ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อค้นหาคำตอบไปด้วยกัน.

Previous Post

N0302127 เปล ยนเม ไม ายนะ part2

Next Post

N0302123 อถ อลวงโลก part2

Next Post
N0302123 อถ อลวงโลก part2

N0302123 อถ อลวงโลก part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2602061 ทธ อะไรมาว าอ วน ไปอ วนในต บข าวแกเหรอ part2 | Viviann Vanzant
  • N2602058 ยอดขายหน เพ ออนาคตครอบคร part2 | Viviann Vanzant
  • N2602062 ชายท เก องม หญ งข างกายท เก งด วย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602059 เห นคนอ อนแอกว าเป นขนม ดท ายขมปากเลย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602060 วางแผนมาอย างด ดท ายทำไม ลง part2 | Viviann Vanzant

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.