• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0302116 สะใภ แม อผ วร งเก ยจ part2

admin79 by admin79
February 1, 2026
in Uncategorized
0
N0302116 สะใภ แม อผ วร งเก ยจ part2

แน่นอนครับ ผมจะเขียนบทความใหม่เกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2567-2568 โดยอิงจากข้อมูลที่คุณให้มา พร้อมทั้งปรับให้เข้ากับบริบทตลาดปัจจุบันและเพิ่ม SEO ที่แข็งแกร่งขึ้น ในภาษาไทยที่ถูกต้องตามหลักการใช้ และสอดคล้องกับความต้องการของคุณ โดยจะเน้นที่เนื้อหาหลัก ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้พร้อมนำไปใช้งานทันที

เจาะลึกตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2567-2568: ฝ่ามรสุม สู่การยืนหยัดของผู้แข็งแกร่ง

ปี 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย หลังจากที่เคยมีความคาดหวังสูงจากการส่งต่อโมเมนตัมเชิงบวกจากปี 2565 ตลาดกลับเผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่องยาวนาน ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปลายปี แม้แต่ฤดูกาลที่เคยคึกคักอย่างไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างที่คาดหวัง สถานการณ์นี้ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี 2567 ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงทิศทางและความท้าทายที่รออยู่

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประเมินผลการดำเนินงานของ 41 บริษัทชั้นนำ เพื่อทำความเข้าใจว่าภายใต้แรงกดดันของสภาวะตลาดที่ผันผวนนี้ ใครคือผู้ที่สามารถตั้งรับและปรับตัวได้อย่างแข็งแกร่งที่สุด และใครคือ “ผู้ชนะตัวจริง” ในสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ไทย

ภาพรวมรายได้รวม: ตัวเลขที่สะท้อนความท้าทาย

เมื่อประมวลผลรายได้รวมของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่งในปี 2566 พบว่ามียอดรวมอยู่ที่ประมาณ 371,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำรายได้ไว้ 376,141 ล้านบาท ตัวเลขนี้แม้จะดูไม่ห่างกันมากนัก แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่เผชิญกับรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

บางบริษัทเผชิญกับตัวเลขติดลบในอัตราที่สูงเกิน 20% เช่น L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ซึ่งมีรายได้ลดลงราว 28% ตามมาด้วย Raimon Land (RML) ที่ติดลบ 26%, Lalin Property (LPH) -23%, Major Development (MJD) -22%, และ Siamese Asset (SA) -21% แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง 18%

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุด ยังมีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่รายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PPH) -9%, และ Origin Property (ORI) ที่รายได้รวมลดลงราว 4% แสดงให้เห็นว่าไม่มีใครรอดพ้นจากแรงกดดันของตลาดได้โดยสิ้นเชิง

แสนสิริ ยังคงนำทัพ: แต่ภาพรวมรายได้รวมอาจไม่ใช่ทั้งหมด

ในแง่ของรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 แสนสิริ (SIRI) ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยรายได้ 39,082 ล้านบาท ด้วยการเติบโต 12% เฉือนเอาชนะ AP (Thailand) (AP) ที่ตามมาติดๆ ที่ 38,399 ล้านบาท อันดับ 3 คือ ศุภาลัย (SPALI) ด้วยรายได้ 31,818 ล้านบาท ตามมาด้วย แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ที่ 30,170 ล้านบาท และ พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH) ที่ 26,132 ล้านบาท

อันดับถัดมาคือ SC Asset Corporation (SC) ที่ 24,487 ล้านบาท, U City Public Company (U) (เดิมคือ U City) ที่ 17,672 ล้านบาท, Frasers Property (Thailand) (FPT) ที่ 16,169 ล้านบาท, Origin Property (ORI) ที่ 15,157 ล้านบาท และ Singha Estate (S) ที่ 15,066 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่าการพิจารณา “รายได้รวม” เพียงอย่างเดียว อาจไม่สะท้อนภาพความแข็งแกร่งที่แท้จริงของธุรกิจเสมอไป เพราะรายได้รวมอาจมาจากหลากหลายแหล่งที่มา รวมถึงการลงทุนหรือรายได้จากส่วนงานอื่นที่ไม่ใช่การขายอสังหาริมทรัพย์โดยตรง การประเมินผลการดำเนินงานที่แม่นยำยิ่งขึ้น ควรให้ความสำคัญกับ “รายได้จากการขาย” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

พลิกโฉม Top 10: เมื่อรายได้จากการขายกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญ

เมื่อเราโฟกัสไปที่ “รายได้จากการขาย” เพียงอย่างเดียว ตัวเลขและลำดับของบริษัทชั้นนำกลับมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ

ตลอดทั้ง 41 บริษัท สามารถทำรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำได้ 299,979 ล้านบาท และในจำนวนนี้มีถึง 30 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

บางบริษัทเผชิญกับผลกระทบหนักหน่วง โดยเฉพาะ ไรมอน แลนด์ (RML) ที่รายได้จากการขายตกลงถึง -78%, L.P.N. Development (LPN) -40%, และที่น่าตกใจคือ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) แม้จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ แต่รายได้จากการขายกลับลดลงถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งเป็นผู้นำในหลายๆ ด้าน ก็ยังพบว่ารายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% สิ่งที่น่าจับตาคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลง สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะตลาดที่ท้าทายอย่างแท้จริง

AP (Thailand) ผงาด! ผู้นำรายได้จากการขาย ปี 2566

ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว AP (Thailand) (AP) สามารถกลับมาผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 ในแง่ของรายได้จากการขาย ด้วยตัวเลข 36,927 ล้านบาท แซงหน้า แสนสิริ (SIRI) ซึ่งคว้าอันดับ 2 ไปด้วยรายได้ 32,829 ล้านบาท แม้ว่าแสนสิริจะเป็นหนึ่งในสองบริษัทที่สามารถรักษาการเติบโตของรายได้จากการขายในแดนบวกได้ที่ 7%

ศุภาลัย (SPALI) ยังคงรักษาตำแหน่งอันแข็งแกร่งไว้ได้ที่อันดับ 3 ด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท ตามมาด้วย SC Asset (SC) ที่สามารถไต่ขึ้นมาติด Top 5 ได้สำเร็จ ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่แสดงผลงานการเติบโตในแดนบวกที่ 13% อันดับ 5 คือ พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH) ด้วยรายได้จากการขาย 22,357 ล้านบาท

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) แม้รายได้จากการขายจะลดลง แต่ก็ยังคงรักษาตำแหน่งใน Top 10 ไว้ได้ที่อันดับ 6 ด้วยรายได้ 18,966 ล้านบาท อันดับ 7 เป็นของ Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยรายได้ 10,019 ล้านบาท, Origin Property (ORI) แม้รายได้จากการขายลดลง -24% ก็ยังคงเกาะกลุ่มอยู่ใน Top 10 ด้วยรายได้ 8,840 ล้านบาท อันดับ 9 คือ Quality Houses (QH) ที่ 7,619 ล้านบาท และอันดับ 10 คือ Property Perfect (PF) ด้วยรายได้ 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่กำลังเร่งเครื่องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ก็มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างยิ่ง โดยในปี 2566 ทำรายได้จากการขายได้ 5,835 ล้านบาท เติบโตถึง 103% จากปีก่อนหน้า นับเป็นสัญญาณที่ดีของการเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงการต่างๆ

กำไรสุทธิ: บทสรุปของความสำเร็จที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม การวัดผลความสำเร็จที่แท้จริงในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คงหนีไม่พ้น “กำไรสุทธิ” เพราะต่อให้มียอดขายสูง แต่หากต้นทุนสูงและกำไรขั้นต้นต่ำ สุดท้ายก็ไม่อาจถือเป็นผู้ชนะได้อย่างแท้จริง

ในปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ซึ่งลดลง 11% จากปี 2565 ที่ทำได้ 49,602 ล้านบาท ที่น่ากังวลคือ มีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปีตั้งแต่ช่วงโควิด และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ ขณะเดียวกัน กว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนหน้า

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ยังคงแชมป์กำไร แม้มีปัจจัยพิเศษ

ปีนี้ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในแง่ของกำไรสุทธิสูงสุดที่ 7,495 ล้านบาท แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง แต่กำไรที่โดดเด่นนี้ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนเป็นมูลค่าถึง 2,500 ล้านบาท หากไม่นับปัจจัยพิเศษนี้ อันดับ 2 อย่าง ศุภาลัย (SPALI) ด้วยกำไร 6,083 ล้านบาท ก็น่าจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้

AP (Thailand) (AP) ตามมาติดๆ ที่อันดับ 3 ด้วยกำไร 6,054 ล้านบาท ขณะที่ แสนสิริ (SIRI) แสดงการเติบโตก้าวกระโดดถึง 42% คว้าอันดับ 4 ไปด้วยกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท อันดับ 5 คือ Origin Property (ORI) ที่ 3,160 ล้านบาท แม้กำไรจะลดลง 25% จากปีก่อนหน้า

อันดับ 6 คือ SC Asset (SC) ด้วยกำไร 2,525 ล้านบาท เฉือนเอาชนะ Quality Houses (QH) ที่ 2,503 ล้านบาท ไปอย่างฉิวเฉียว อันดับ 8 คือ พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH) ที่ 2,339 ล้านบาท อันดับ 9 เป็นของ Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยกำไร 1,865 ล้านบาท และอันดับ 10 คือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ด้วยกำไรสุทธิประมาณ 1,610 ล้านบาท (คำนวณจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

แนวโน้มปี 2567-2568: ความท้าทายที่ไม่สิ้นสุด แต่โอกาสยังมีเสมอ

จากข้อมูลทั้งหมดที่ Property Mentor รวบรวมมา สะท้อนให้เห็นว่าปี 2566 เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย และแนวโน้มในปี 2567-2568 คาดว่าจะยังคงเผชิญกับปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง ภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังมีความไม่แน่นอน และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ บริษัทที่สามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว มีการบริหารต้นทุนที่ดี มีนวัตกรรมในการพัฒนาโครงการ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และที่สำคัญคือ มีความแข็งแกร่งทางการเงิน จะเป็นผู้ที่สามารถยืนหยัดและเติบโตต่อไปได้

สำหรับนักลงทุนหรือผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย การศึกษาข้อมูลเชิงลึกเช่นนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวนนี้ หากคุณต้องการคำปรึกษาเชิงลึก หรือต้องการสำรวจโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน อย่ารอช้าที่จะติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อก้าวเดินอย่างมั่นคงบนเส้นทางแห่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไทยยุคใหม่

Previous Post

N0302115 รวยหร อจน คนเหม อนก part2

Next Post

N0302110 ผลกรรมล กทรพ part2

Next Post
N0302110 ผลกรรมล กทรพ part2

N0302110 ผลกรรมล กทรพ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2602061 ทธ อะไรมาว าอ วน ไปอ วนในต บข าวแกเหรอ part2 | Viviann Vanzant
  • N2602058 ยอดขายหน เพ ออนาคตครอบคร part2 | Viviann Vanzant
  • N2602062 ชายท เก องม หญ งข างกายท เก งด วย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602059 เห นคนอ อนแอกว าเป นขนม ดท ายขมปากเลย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602060 วางแผนมาอย างด ดท ายทำไม ลง part2 | Viviann Vanzant

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.