• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0402081 วยเพ อนให อย แต โดนม นย ดบ านแถมไล นออก! part2

admin79 by admin79
February 1, 2026
in Uncategorized
0
N0402081 วยเพ อนให อย แต โดนม นย ดบ านแถมไล นออก! part2

วิเคราะห์ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2567: ความท้าทายที่ต้องก้าวผ่านสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

ปี 2566 ที่ผ่านมา เป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความคาดหวังถึงการฟื้นตัวจากโมเมนตัมที่ดีในปี 2565 แต่ภาพรวมกลับพบว่าตลาดชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และต่อเนื่องมาจนถึงปลายปี แม้กระทั่งช่วงเวลาปกติที่ควรจะคึกคักอย่างไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นยอดขายให้กลับมาได้อย่างที่คาดหวัง สถานการณ์นี้ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2567 ทำให้ภาพรวมของตลาดในปีนี้ยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันและความไม่แน่นอน

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มาเกือบ 10 ปี ผมได้ติดตามพัฒนาการของตลาดอย่างใกล้ชิด และเห็นว่าการวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของอุตสาหกรรมได้อย่างลึกซึ้ง Property Mentor ได้รวบรวมข้อมูลทางการเงินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 41 แห่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อประเมินศักยภาพในการรับมือกับสภาวะตลาดที่ผันผวนในปี 2566 และเพื่อเฟ้นหา “ผู้ชนะที่แท้จริง” ที่สามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

รายได้รวม: ภาพรวมที่ชะลอตัว แต่มีดาวเด่นที่โดดเด่น

จากการรวบรวมข้อมูล พบว่าภาพรวมรายได้รวมของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่งในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 371,560 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท แต่หากเจาะลึกลงไปในรายละเอียด จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง บ่งชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันที่กระจายตัวไปในวงกว้าง

บริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักเห็นได้จากตัวเลขรายได้ที่ติดลบในระดับ 20% ขึ้นไป เช่น L.P.N. Development, Eastern Star Real Estate และ Country Group Development ที่มีรายได้ลดลงถึงราว -28% ตามมาด้วย Raimon Land (-26%), Lalin Property (-23%), Major Development (-22%) และ Siamese Asset (-21%) แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Land and Houses ก็ยังมีรายได้รวมติดลบถึง -18%

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงเมื่อเทียบกับปี 2565 นอกจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) ที่รายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (-10%), Pruksa Holding (-9%) และ Origin Property ที่รายได้รวมลดลงประมาณ -4%

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาพรวมที่ชะลอตัว ก็ยังมีบริษัทที่สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น แสนสิริ (Siri) เป็นหนึ่งในนั้น โดยสามารถสร้างรายได้รวมสูงถึง 39,082 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตถึง 12% ทำให้ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในด้านรายได้รวม

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566:

แสนสิริ (Siri): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท (ลดลงเล็กน้อย <1%)
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท (ลดลง 10%)
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท (ลดลง 18%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PSTC): 26,132 ล้านบาท (ลดลง 9%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท (ลดลง 4%)
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: มาตรวัดที่แท้จริงของศักยภาพการดำเนินงาน

หากมองกันที่ผลการดำเนินงานที่สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างยอดขายที่แท้จริง การพิจารณารายได้จากการขายเป็นเกณฑ์ที่แม่นยำกว่า เนื่องจากรายได้รวมอาจรวมถึงรายได้จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่การดำเนินธุรกิจหลัก ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่งสามารถทำรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวมประมาณ 299,979 ล้านบาท และเป็นที่น่ากังวลว่าถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลง

หลายบริษัทเผชิญกับตัวเลขที่น่าตกใจ เช่น Raimon Land ที่รายได้จากการขายตกลงถึง -78%, L.P.N. Development เกือบ -40% และที่น่าจับตาคือ Land and Houses ที่รายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่บริษัทชั้นนำอย่าง AP (Thailand) ก็ยังคงมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% ความท้าทายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น เพราะในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัท ที่รายได้จากการขายลดลง

เอพี (ไทยแลนด์) โชว์ฟอร์มเด่น ครองอันดับ 1 ด้านรายได้จากการขาย

ถึงแม้ภาพรวมจะดูชะลอตัว แต่ เอพี (ไทยแลนด์) (AP) กลับสามารถพลิกกลับมาครองตำแหน่งผู้นำด้านรายได้จากการขายได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยตัวเลข 36,927 ล้านบาท แซงหน้าแสนสิริ ซึ่งมาเป็นอันดับ 2 ด้วยรายได้จากการขาย 32,829 ล้านบาท โดยแสนสิริเป็นหนึ่งใน 2 บริษัทที่สามารถรักษาการเติบโตของรายได้จากการขายไว้ได้ที่ 7%

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท (อันดับ 1)
แสนสิริ (Siri): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท (รักษาอันดับ 3)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PSTC): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท (ยังคงติด Top 10 แม้รายได้ลดลง)
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง 24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่ผลงานโดดเด่นจนต้องกล่าวถึงอย่าง เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างจริงจัง โดยในปี 2566 สามารถทำรายได้จากการขายได้ 5,835 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 103% จากปีก่อน

กำไรสุทธิ: บทสรุปสุดท้ายของผู้ชนะที่แท้จริง

แม้การสร้างรายได้จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่สุดท้ายแล้ว “กำไรสุทธิ” คือตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่งทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมกว่า 49,602 ล้านบาท สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงคือ มีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปีตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 และกว่า 20 บริษัท มีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

แลนด์แอนด์เฮ้าส์: แชมป์ผู้ทำกำไรสูงสุดท่ามกลางความท้าทาย

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการทำกำไรไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยในปี 2566 กวาดกำไรสุทธิไปถึง 7,495 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ LH คว้าอันดับ 1 มาได้ คือการมีกำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนเป็นจำนวน 2,500 ล้านบาท หากไม่นับส่วนนี้ ศุภาลัยคงจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสุทธิสูงสุดในปี 2566:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (Siri): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง 25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PSTC): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี)

มองไปข้างหน้า: การปรับตัวสู่ปี 2567 และโอกาสในการเติบโต

ผลประกอบการของ 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่รวบรวมมานี้ สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายในปี 2567 คาดการณ์ว่าจะเป็นอีกปีที่ผู้ประกอบการต้องใช้ความสามารถในการบริหารจัดการอย่างเต็มที่เพื่อประคองธุรกิจและแสวงหาโอกาสในการเติบโต

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการ ผมมองว่าหัวใจสำคัญในการเอาชนะความท้าทายในปี 2567 และปีต่อๆ ไป คือการให้ความสำคัญกับการสร้าง “คุณภาพชีวิต” (Quality of Life) ในผลิตภัณฑ์และบริการของตนเอง การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน เช่น พื้นที่สีเขียว, เทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ, สิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการทำงานและพักผ่อน, และการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่ดี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ การบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow Management) อย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมต้นทุน (Cost Control) และการพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด (Targeted Marketing) จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บริษัทสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

สำหรับนักลงทุน การมองหาบริษัทที่มีพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพในการเติบโตที่ชัดเจน และมีวิสัยทัศน์ในการปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ของตลาด จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องการการปรับตัวและการมองไปข้างหน้าอย่างชาญฉลาด หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุน หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 และแนวโน้มในอนาคต อย่าลังเลที่จะติดต่อเราเพื่อปรึกษาและวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณ การเตรียมพร้อมและการตัดสินใจที่ถูกต้องในวันนี้ คือบันไดก้าวสำคัญสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้า.

Previous Post

N0402084 หน าใหญ เก นไป เส ยล กเม ยหย า! part2

Next Post

N0402100 เธอไม ใช กแท คำพ ดของแม ทำห วใจล กสาวแตกสลาย part2

Next Post
N0402100 เธอไม ใช กแท คำพ ดของแม ทำห วใจล กสาวแตกสลาย part2

N0402100 เธอไม ใช กแท คำพ ดของแม ทำห วใจล กสาวแตกสลาย part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2602061 ทธ อะไรมาว าอ วน ไปอ วนในต บข าวแกเหรอ part2 | Viviann Vanzant
  • N2602058 ยอดขายหน เพ ออนาคตครอบคร part2 | Viviann Vanzant
  • N2602062 ชายท เก องม หญ งข างกายท เก งด วย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602059 เห นคนอ อนแอกว าเป นขนม ดท ายขมปากเลย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602060 วางแผนมาอย างด ดท ายทำไม ลง part2 | Viviann Vanzant

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.