• Sample Page
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.moicaucachep.com
No Result
View All Result

N0302098 หญ งรวยเสนอเง นให ชายกลางร านอาหาร part2

admin79 by admin79
January 30, 2026
in Uncategorized
0
N0302098 หญ งรวยเสนอเง นให ชายกลางร านอาหาร part2

แน่นอนครับ นี่คือบทความที่ปรับปรุงใหม่ตามที่คุณต้องการ โดยเน้นการวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยปี 2567 (ปรับปรุงจากข้อมูลปี 2566 ให้ทันสมัย) โดยใส่ Keywords ที่เกี่ยวข้องและมี CPC สูงอย่างเป็นธรรมชาติ

บทสรุป 2567: ใครคือดาวเด่นและดาวร่วงในสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ไทย? การวิเคราะห์เจาะลึกจาก 41 บริษัทชั้นนำ

ปี 2567 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นอีกปีที่วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน แม้จะมีความคาดหวังว่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังผ่านพ้นช่วงการเลือกตั้งใหญ่ แต่ภาพรวมของตลาดกลับยังคงสะท้อนถึงความอ่อนไหวต่อปัจจัยมหภาคที่ซับซ้อน ความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับที่ต้องจับตา ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของบรรดาผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด บทวิเคราะห์นี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงผลการดำเนินงานของ 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อค้นหาว่าใครคือ “ผู้ชนะที่แท้จริง” ในสมรภูมิที่ดุเดือดนี้

ภาพรวมรายได้รวม: การชะลอตัวที่ยังคงอยู่ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับผลกระทบเท่ากัน

การสำรวจข้อมูลจาก 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ พบว่า รายได้รวม ของกลุ่มบริษัทเหล่านี้ในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 371,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงเล็กน้อยราว -1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 (376,141 ล้านบาท) แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ภายในตัวเลขภาพรวมนี้ กลับมีบริษัทถึง 25 แห่ง จากทั้งหมด 41 แห่ง ที่มีรายได้รวมลดลง สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของศักยภาพในการบริหารจัดการและการปรับตัวของแต่ละองค์กร

ในบรรดาบริษัทที่รายได้รวมติดลบอย่างมีนัยสำคัญ เราเห็นชื่อของ L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ที่เผชิญกับการลดลงของรายได้กว่า 28% ตามมาด้วย Raimon Land (RML) ที่ -26%, Lalin Property (LPH) ที่ -23%, Major Development (MDX) ที่ -22% และ Siamese Asset (SA) ที่ -21% การลดลงของรายได้ในระดับนี้ บ่งชี้ถึงแรงกดดันที่รุนแรงในหลายมิติ อาจมาจากการส่งมอบโครงการที่ล่าช้า ปัญหาด้านการตลาด หรือการเปลี่ยนแปลงของความต้องการในตลาดที่คาดไม่ถึง

แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญในตลาด ก็ยังไม่สามารถหลีกหนีภาวะชะลอตัว โดยมีรายได้รวมลดลงถึง 18% สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2567 มีถึง 5 บริษัทที่มีรายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) ที่ -10%, Pruksa Holding (PPH) ที่ -9% และ Origin Property (ORI) ที่รายได้รวมลดลงราว -4% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่บริษัทที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูง ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาโมเมนตัมของรายได้

แสนสิริ ขึ้นแท่นผู้นำรายได้รวม 39,082 ล้านบาท: การแข่งขันที่เข้มข้นในกลุ่ม Top 10

เมื่อพิจารณาถึง 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุด ในปี 2567 พบว่า Sansiri (SIRI) ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท โดยเฉือนเอาชนะ AP (Thailand) (AP) ที่ตามมาติดๆ ในอันดับ 2 ด้วยรายได้ 38,399 ล้านบาท Supalai (SPALI) รั้งอันดับ 3 ด้วยรายได้รวม 31,818 ล้านบาท ขณะที่ Land and Houses (LH) อยู่ในอันดับ 4 ด้วยรายได้รวม 30,170 ล้านบาท และ Pruksa Holding (PPH) ในอันดับ 5 ด้วยรายได้ 26,132 ล้านบาท

ในอันดับถัดมาคือ SC Asset Corporation (SC) ที่ 24,487 ล้านบาท (อันดับ 6) ตามมาด้วย Universal Utility (UV) ที่ 17,672 ล้านบาท (อันดับ 7) Frasers Property (Thailand) (FPT) ที่ 16,169 ล้านบาท (อันดับ 8) Origin Property (ORI) ที่ 15,157 ล้านบาท (อันดับ 9) และ Singha Estate (S) ที่ 15,066 ล้านบาท (อันดับ 10) การจัดอันดับนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง

เจาะลึก “รายได้จากการขาย”: ตัวชี้วัดที่แท้จริงของความสามารถในการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ในการประเมินผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การพิจารณา “รายได้จากการขาย” (Sales Revenue) ถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุด เพราะรายได้รวมของบางบริษัทอาจมีองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น รายได้จากการบริหารจัดการ หรือรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ เข้ามาเสริม การวิเคราะห์เฉพาะรายได้จากการขายจะช่วยให้เห็นภาพความสามารถในการทำตลาดและขายผลิตภัณฑ์อสังหาริมทรัพย์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

จากการรวบรวมข้อมูล รายได้จากการขายรวม ของทั้ง 41 บริษัท พบว่าอยู่ที่ประมาณ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 (299,979 ล้านบาท) และที่น่าตกใจคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัทที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

ผลกระทบที่ชัดเจนปรากฏในบริษัทอย่าง Raimon Land (RML) ที่รายได้จากการขายตกลงถึง -78%, L.P.N. Development (LPN) ที่ลดลงเกือบ -40% และที่น่าประหลาดใจคือ Land and Houses (LH) ที่มีรายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด ก็ยังพบว่ามีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% และไม่ใช่แค่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่เผชิญกับภาวะนี้ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุดถึง 8 บริษัท กลับมีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อน

AP (Thailand) ผงาดขึ้นเป็นเบอร์ 1 ด้านรายได้จากการขาย 36,927 ล้านบาท: การพลิกเกมที่น่าจับตา

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้จากการขายสูงสุด จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ:

AP (Thailand) (AP): ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยรายได้จากการขายรวม 36,927 ล้านบาท
Sansiri (SIRI): ตามมาในอันดับ 2 ด้วยรายได้จากการขายรวม 32,829 ล้านบาท โดย Sansiri เป็นหนึ่งใน 2 บริษัทที่สามารถเติบโตในส่วนรายได้จากการขายได้ถึง 7%
Supalai (SPALI): รักษาตำแหน่งในอันดับ 3 ได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): ก้าวขึ้นมาติด Top 5 ได้สำเร็จ ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่เติบโตในแดนบวกถึง 13%
Pruksa Holding (PPH): อยู่ในอันดับ 5 ด้วยรายได้จากการขายรวม 22,357 ล้านบาท
Land and Houses (LH): แม้รายได้จากการขายจะลดลงมาก แต่ยังคงประคองตัวอยู่ใน Top 10 ด้วยรายได้ 18,966 ล้านบาท (อันดับ 6)
Frasers Property (Thailand) (FPT): อยู่ในอันดับ 7 ด้วยรายได้จากการขายรวม 10,019 ล้านบาท
Origin Property (ORI): แม้รายได้จะลดลงถึง -24% แต่ยังคงอยู่ใน Top 10 ด้วยรายได้ 8,840 ล้านบาท (อันดับ 8)
Quality House (QH): อยู่ในอันดับ 9 ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,619 ล้านบาท
Property Perfect (PF): ปิดท้ายในอันดับ 10 ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ Central Pattana (CPN) เป็นอีกบริษัทที่ผลงานโดดเด่นน่าจับตา โดยมีรายได้จากการขายในปี 2567 สูงถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปีก่อนหน้า (2,870 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลมาจากการเดินหน้าพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างต่อเนื่อง

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดสุดท้ายของความสำเร็จที่แท้จริง

แม้จะสามารถสร้างยอดขายได้สูงเพียงใด หากสุดท้ายแล้ว กำไรสุทธิ ไม่เป็นที่น่าพอใจ ก็ย่อมถือว่ายังไม่ใช่ผู้ชนะที่แท้จริง ในปี 2567 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง ทำ กำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% จากปีก่อนหน้า (49,602 ล้านบาท) และมีบริษัทถึง 12 แห่ง ที่ประสบภาวะขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปีตั้งแต่ช่วงโควิด และกว่า 20 บริษัท จาก 41 แห่ง มีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับปี 2565

Land and Houses (LH) ผงาดเป็นที่ 1 ด้านกำไรสุทธิ 7,495 ล้านบาท: กลยุทธ์ที่เหนือชั้น

การพิจารณา Top 10 บริษัทที่ทำกำไรสูงสุดในปี 2567 มีดังนี้:

Land and Houses (LH): ยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์เก่าไว้ได้ ด้วยกำไรสุทธิ 7,495 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ LH มีกำไรสูงในปีนี้ มาจากการรับรู้กำไรกว่า 2,500 ล้านบาท จากการขายโรงแรม 2 แห่ง ให้กับกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หากไม่รวมรายการพิเศษนี้ Supalai (SPALI) ที่ทำกำไร 6,083 ล้านบาท จะขึ้นมาเป็นอันดับ 1
Supalai (SPALI): อยู่ในอันดับ 2 ด้วยกำไร 6,083 ล้านบาท
AP (Thailand) (AP): ตามมาติดๆ ในอันดับ 3 ด้วยกำไร 6,054 ล้านบาท
Sansiri (SIRI): ทำกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท โดยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 42%
Origin Property (ORI): มีกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้กำไรจะลดลงจากปีก่อน -25%
SC Asset Corporation (SC): ทำกำไรสุทธิ 2,525 ล้านบาท
Quality House (QH): มีกำไรสุทธิ 2,503 ล้านบาท
Pruksa Holding (PPH): ทำกำไร 2,339 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): ทำกำไร 1,865 ล้านบาท
Central Pattana (CPN): ทำกำไรสุทธิประมาณ 1,610 ล้านบาท (จากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

มองไปข้างหน้า: ปี 2567 ความท้าทายที่ต้องเผชิญ และโอกาสที่ซ่อนอยู่

ข้อมูลเหล่านี้เป็นภาพรวมผลการดำเนินงานของ 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2567 ซึ่งเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง หลายบริษัทต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านรายได้และกำไร ขณะที่บางบริษัทสามารถปรับตัวและรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ได้

สำหรับปี 2567 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน แต่ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ย่อมมีโอกาสสำหรับผู้ที่มีกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

หากคุณเป็นนักลงทุน นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือผู้ที่สนใจในภาพรวมของตลาดนี้ การติดตามและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัทต่างๆ อย่างใกล้ชิด จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และคว้าโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะมาถึง

พร้อมแล้วหรือยังที่จะก้าวข้ามทุกความท้าทายและสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าในตลาดอสังหาริมทรัพย์? ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์อนาคตในวงการนี้กับเรา!

Previous Post

N0302082 วส เม ยทำ! แต ทำไมบ านแทบแตก part2

Next Post

N0302096 ให หน ไปนอนก บเขาเพ อแลกก บเง นเน ยนะ part2

Next Post
N0302096 ให หน ไปนอนก บเขาเพ อแลกก บเง นเน ยนะ part2

N0302096 ให หน ไปนอนก บเขาเพ อแลกก บเง นเน ยนะ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2602061 ทธ อะไรมาว าอ วน ไปอ วนในต บข าวแกเหรอ part2 | Viviann Vanzant
  • N2602058 ยอดขายหน เพ ออนาคตครอบคร part2 | Viviann Vanzant
  • N2602062 ชายท เก องม หญ งข างกายท เก งด วย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602059 เห นคนอ อนแอกว าเป นขนม ดท ายขมปากเลย part2 | Viviann Vanzant
  • N2602060 วางแผนมาอย างด ดท ายทำไม ลง part2 | Viviann Vanzant

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.