โตโยต้า ยาริส (Toyota Yaris) โฉมใหม่: การพลิกโฉมครั้งใหญ่ในตลาด Eco Car ที่สร้างความประหลาดใจ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ผมได้เห็นพัฒนาการของรถยนต์หลากหลายรุ่น หลายค่าย และหลายเทคโนโลยี แต่ก็ยังมีบางครั้งที่รถยนต์บางรุ่นสามารถสร้างความประหลาดใจให้กับผมได้เสมอ และหนึ่งในนั้นก็คือ Toyota Yaris โฉมใหม่ ที่เปิดตัวสู่ตลาดประเทศไทย การมาถึงของรถรุ่นนี้ไม่ได้ราบรื่นนัก แม้แต่จากคำบอกเล่าของคนใกล้ชิดที่เคยคาดการณ์การออกแบบไว้เมื่อ 2 ปีก่อนว่า “Yaris รุ่นใหม่เหรอพี่? หน้าตามันจะเป็นแบบเหลี่ยมๆ ดูสปอร์ตๆ กระจังหน้าเหมือน Mitsubishi RVR / ASX นะพี่” เพียงฟังก็รู้สึกได้ถึงความกังวล หากเป็นเช่นนั้นจริง ยอดขายอาจจะยากลำบาก โดยเฉพาะเมื่อตลาด Eco Car กว่า 30-40% มาจากกลุ่มผู้หญิงที่ชื่นชอบรถยนต์ที่มีเส้นสายโค้งมนน่ารัก
กำเนิด Yaris: สู่บทพิสูจน์ดีไซน์และกลยุทธ์การตลาด
ความคิดที่ว่า Yaris ใหม่ จะมีดีไซน์ที่ดุดันและเหลี่ยมสัน ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึง Mitsubishi Lancer EX ที่เคยประสบปัญหาด้านการขายเนื่องจากดีไซน์ที่ “แมน” เกินไป ในตลาด Eco Car ซึ่งผู้หญิงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก การออกแบบที่ถูกใจกลุ่มลูกค้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง
ความกังวลนี้ยิ่งทวีคูณ เมื่อภาพถ่ายจากงาน Auto Shanghai 2013 เผยให้เห็นดีไซน์ด้านหน้าที่ถูกวิจารณ์ว่าคล้ายคลึงกับ “นายจันหนวดเขี้ยว” หรือ “อาเหล่ากง” และชุดไฟท้ายที่ถูกเปรียบเปรยว่า “เหมือนก้อนน้ำมูกในวันที่คุณเลือดกำเดาออก” ความรู้สึกนั้นชัดเจนว่า “จบกัน…แบบนี้ ขายผู้ชายได้ แต่ขายผู้หญิงยาก” ทางออกเดียวคือการใช้ “Colorful Marketing” หรือการตลาดด้วยสีสัน เพื่อดึงดูดสายตาของผู้หญิง
สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในช่วงเปิดตัว Yaris ใหม่ ก็มีความท้าทายไม่น้อย โครงการคืนภาษีรถคันแรกของรัฐบาลในช่วงปี 2011-2012 ทำให้ตลาดปั่นป่วน ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ แต่ผู้ผลิตกลับต้องเร่งกำลังการผลิต เมื่อโครงการสิ้นสุดลงในปี 2013 กำลังซื้อหดหาย รถค้างสต็อกจำนวนมาก และโปรโมชันพิเศษที่ออกมาอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน กลุ่ม B-Segment และ Eco Car ได้รับผลกระทบหนักที่สุด การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในช่วงนี้ จึงเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมใจกับกระแสที่ไม่เปรี้ยงปร้างและยอดขายที่หดหาย Yaris และ Vios ก็หนีไม่พ้นชะตากรรมนี้
การเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด: Yaris สู่สมรภูมิ Eco Car
เดิมที คนไทยคาดหวังว่า Yaris เวอร์ชั่นญี่ปุ่น/ยุโรป รุ่นที่ 3 จะเข้ามาผลิตในไทย แต่กลับมีการเปลี่ยนแปลงที่เหนือความคาดหมาย อันเป็นผลจากการตัดสินใจของ Toyota ที่จะเข้าร่วมโครงการ Eco Car ของภาครัฐในช่วงสุดท้าย
คำถามที่ตามมาคือ Toyota จะเลือกรถยนต์รุ่นใดมาทำตลาดกลุ่มนี้? ด้วยข้อจำกัดของโครงการ Eco Car ที่กำหนดให้ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยจำหน่ายในประเทศใดมาก่อน การนำ Yaris รุ่นที่ 3 ที่กำลังจะผลิตในญี่ปุ่นและยุโรปมาพัฒนาต่อ จึงเป็นไปไม่ได้ Aygo ก็ดูเล็กเกินไปสำหรับตลาดไทย และมีข้อตกลงการผลิตและจำหน่ายที่จำกัด
ทางเลือกเดียวที่เหลือคือ Toyota ต้องพัฒนา Yaris อีก 1 ตัวถัง เพื่อเอาใจตลาดจีน ที่ต้องการรถ Hatchback ขนาดเล็กแต่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า Yaris เวอร์ชั่นญี่ปุ่น/ยุโรปอย่างชัดเจน โดยใช้ Platform และโครงสร้างวิศวกรรมบางส่วนร่วมกับ Vios และปรับปรุงให้เข้ากับข้อกำหนดของโครงการ Eco Car
TakeShi Matsuda หัวหน้าวิศวกรผู้พัฒนา Yaris และ Vios รุ่นล่าสุด กล่าวว่า “ความตั้งใจของเขาตอนแรกก็คือ ทำ Yaris รุ่นนี้ให้เป็นรุ่นเปลี่ยนโฉม Full Model Change ของ Yaris สำหรับตลาดทั่วโลกที่ไม่ใช่ในยุโรป หรือญี่ปุ่น แต่ในเมื่อตลาดเมืองไทยมีนโยบายมาว่า ให้ทำ Yaris รุ่นนี้เป็น ECO Car เขาจึงต้องหาทางออกให้กับสารพัดคำถามและข้อจำกัด ซึ่งเกิดขึ้นมากมาย และผลลัพธ์ ก็ออกมาเป็น Yaris อย่างที่เห็นกันอยู่นี้”
การเปิดตัวที่สร้างความประหลาดใจ: Yaris L และ Yaris ในไทย
Toyota เริ่มเกริ่นให้โลกรับรู้ถึงการมาถึงของ Hatchback รุ่นใหม่ ด้วยรถยนต์ต้นแบบ Toyota Dear Qin Hatchback และ Sedan ในงาน Beijing Automotive Show 2012 ซึ่งเผยให้เห็นแนวโน้มเส้นสายของ Vios และ Hatchback 5 ประตูรุ่นต่อไป Dear Qin คันสีเขียวที่เป็นตัวแทนของ Yaris ใหม่ ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจลูกค้าชาวจีนเป็นหลัก
การเปิดตัว Yaris รุ่นใหม่ครั้งแรกในโลก เกิดขึ้นที่งาน Auto Shanghai 2013 โดยใช้ชื่อว่า Yaris-L ในประเทศจีน และไทยเป็นประเทศที่ 2 ที่ Toyota เผยโฉม Yaris ใหม่นี้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2013 ที่ Central World
Matsuda-san กล่าวว่า “ในตอนแรก เขาตั้งใจสร้างรถคันนี้ให้เป็น B-Segment Hatchback ในฐานะรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคันของ Yaris เพื่อตลาดเอเชีย โดยไม่ได้ตั้งใจทำรถคันนี้ให้เป็น ECO Car มาตั้งแต่แรก” แต่เมื่อผู้บริหารกำหนดให้เป็น ECO Car สำหรับตลาดไทย ข้อจำกัดต่างๆ ก็เกิดขึ้นมากมาย เขาและทีมงานจึงพยายามเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นอย่างดีที่สุด
ดีไซน์ภายนอก: ความเหลี่ยมสันที่สร้างความแตกต่าง
Yaris ใหม่ มีขนาดตัวถังยาวขึ้น 315 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 5 มิลลิเมตร เตี้ยลง 45 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อยาวขึ้น 90 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ Yaris รุ่นก่อน ทำให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้นอย่างชัดเจน
เส้นสายภายนอกมาในสไตล์เฉียบคม เน้นเหลี่ยมสัน กระจังหน้าถูกออกแบบให้ดูคล้ายกับ Mitsubishi RVR/ASX หรือ Lancer EX แต่มีการเพิ่มแถบสีเงินแบบ “หนวดปลาดุก” ทำให้ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ชุดไฟท้ายมีการออกแบบที่แปลกตา ทำให้บางคนวิจารณ์ว่า “เหมือนมีใครเอาก้อนเลือดกำเดาไหลไปแปะอยู่กับไฟท้ายของ Vios ยังไงยังงั้น!” แม้จะพยายามฉีกแนว แต่ก็ทำลายความลงตัวของงานออกแบบไปเสียดาย
ภายในห้องโดยสาร: กว้างขวาง นั่งสบาย แต่มีข้อสังเกต
การออกแบบภายในห้องโดยสารยกชุดมาจาก Vios ใหม่ ทำให้การเข้า-ออกเบาะนั่งคู่หน้ามีความรู้สึกที่เหมือนกันอย่างชัดเจน การออกแบบด้านหลังเบาะเพิ่มส่วนเว้า 38 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มระยะห่างระหว่างเข่าผู้โดยสารด้านหลังกับเบาะหน้า
เบาะนั่งคู่หน้าใช้เบาะผ้าสีดำจาก Vios ใหม่ เปลี่ยนแค่ลายผ้าเป็นสีส้มเพื่อเพิ่มความสปอร์ต อย่างไรก็ตาม เบาะรองนั่งยังคงสั้นไปหน่อย และเข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด ยังปรับระดับสูง-ต่ำไม่ได้ ซึ่งเป็นจุดที่น่าตำหนิ
จุดเด่นสำคัญของ Yaris ใหม่ คือเบาะหลัง ที่มีพื้นที่กว้างขวาง โอ่โถงที่สุดในบรรดา Eco Car ทุกคันในประเทศไทยจนถึงปี 2016 สามารถนั่งไขว่ห้างได้อย่างสบาย พื้นที่เหนือศีรษะยังโปร่งโล่งสบายกว่า Yaris รุ่นก่อนอย่างชัดเจน
วิศวกรรมและการขับขี่: พลัง 1.2 ลิตรที่เหนือความคาดหมาย
Yaris ใหม่ เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 3NR-FE บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1,197 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 86 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร (11.0 กก.-ม.) ซึ่งถือว่าน้อยกว่าเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเดิม แต่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน Eco Car
สิ่งที่สร้างความประหลาดใจอย่างแท้จริง คือผลการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ทำได้ใกล้เคียงกับ Toyota Vios 1.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และเหนือกว่าคู่แข่งในพิกัด Eco Car อื่นๆ อย่างชัดเจน! ตัวเลขนี้มาจากอัตราทดเกียร์และเฟืองท้ายที่ Toyota เลือกใช้ ซึ่งให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับรถยนต์ 1,500 ซีซี
การขับขี่จริง Yaris ใหม่ ให้ความรู้สึกที่เพียงพอและแรงเกินความคาดหมาย อัตราเร่งต่อเนื่องและว่องไว การตอบสนองของเกียร์ CVT ที่มีโหมด S ช่วยให้การเร่งแซงทำได้อย่างทันใจ
ช่วงล่างและการบังคับควบคุม: สมดุลระหว่างความนุ่มนวลและความคล่องตัว
ช่วงล่างหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชันบีม พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ยกชุดมาจาก Vios แต่มีการปรับปรุงให้เน้นความนุ่มนวลในการดูดซับแรงสั่นสะเทือน และเพิ่มเสถียรภาพ
แม้ในช่วงความเร็วต่ำช่วงล่างจะค่อนข้างแข็งเล็กน้อย แต่ในความเร็วเดินทาง การทรงตัวทำได้ดี การเข้าโค้งทำได้ดีกว่าที่คาดคิด ให้ความมั่นใจในการขับขี่
พวงมาลัย EPS (Electric Power Steering) มีการปรับปรุงระยะรอบมอเตอร์ให้หน่วงมือมากขึ้นกว่าเดิม เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ทางตรง แม้จะยังคงมีบุคลิกของพวงมาลัยไฟฟ้า แต่ก็ถือว่าดีขึ้นกว่า Yaris รุ่นเดิมอย่างชัดเจน
ระบบเบรก: ตอบสนองดี แต่ควรระวัง
ระบบเบรกหน้าดิสก์-หลังดรัม พร้อม ABS, EBD และ Brake Assist ให้การตอบสนองที่จิกและหน่วงความเร็วได้ดี เบรกของ Toyota มีสไตล์ที่เบรกเร็วและตอบสนองไว ซึ่งอาจต้องกะน้ำหนักเท้าให้เหมาะสม
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: ประหยัดคุ้มค่า
ผลการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 16.64 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เมื่อเทียบกับรถยนต์ในกลุ่ม Eco Car และประหยัดกว่า Toyota Vios 1.5 ลิตรอย่างเห็นได้ชัด
สรุป: Yaris โฉมใหม่ พลิกโฉมตลาด Eco Car
Toyota Yaris โฉมใหม่ ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดรถยนต์อย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์ที่แตกต่าง สมรรถนะที่เหนือความคาดหมาย พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าพอใจ
แม้จะมีจุดที่ควรปรับปรุง เช่น การออกแบบภายนอกบางส่วน เข็มขัดนิรภัยที่ปรับระดับไม่ได้ และรายละเอียดการตกแต่งภายใน แต่โดยรวมแล้ว Yaris ใหม่ ถือเป็นรถยนต์ Eco Car ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ประหยัดน้ำมัน คุ้มค่า และมีพื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอ Toyota Yaris โฉมใหม่ คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยสมรรถนะที่น่าประทับใจ ประหยัดน้ำมัน และราคาที่เข้าถึงง่าย ลองเข้ามาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ Toyota Yaris ใหม่ ที่โชว์รูมโตโยต้าใกล้บ้านคุณวันนี้ แล้วคุณจะพบว่า “รถบ้านๆ” คันนี้ มีดีมากกว่าที่คุณคิด!