Rolls-Royce Spectre EV คันแรก ค่าตัว 31.8 ล้าน

Rolls-Royce Spectre รถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันแรก ของค่ายรถลักซ์ชัวรี เก่าแก่ของอังกฤษ โดย โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ผู้แทนจำหน่ายในไทย เปิดตัวให้ลูกค้าจอง ก่อนเริ่มต้นส่งมอบ Q4 ปี 2567
- BMW Group มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เพิ่มขึ้น 19.1% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 โดยมียอดขายรวม 294,054 คัน
- ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของ BMW ในยุโรปเพิ่มขึ้น 35.8% โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร อิตาลี และฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผลมาจากกฎระเบียบด้านการปล่อยมลพิษที่เข้มงวด และความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- BMW Group เผชิญกับความท้าทายจากอุปสงค์ที่อ่อนแอในประเทศจีน และปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ส่งผลกระทบต่อระบบเบรก ทำให้บริษัทต้องปรับลดเป้าหมายยอดขาย อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งช่วยลดผลกระทบทางการเงินเชิงลบได้บ้าง
BMW ยังคงเดินหน้าโกยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 BMW Group ทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้น 19.1% คิดเป็นจำนวน 294,054 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2023
BMW แม้จะเผชิญกับความท้าทายในตลาด แต่ BMW ยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป ขณะที่ยอดขายในจีนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองต่อไป

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ BMW เพิ่มขึ้น +22.6% เป็น 266,151 คัน โดยรุ่นยอดฮิตคือ BMW iX1 และ BMW i4 แบรนด์ MINI มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น +54.3% ในไตรมาสที่ 3 โดยส่งมอบรถยนต์ BEV ให้กับลูกค้า 16,536 คัน
ในตลาดที่มีความท้าทายทั่วโลก BMW Group ซึ่งประกอบไปด้วย BMW, MINI และ Rolls Royce เพิ่มยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ขึ้น +19.1% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 โดยส่งมอบรถยนต์ BEV ให้กับลูกค้ารวม 294,054 คัน
ตลาดยุโรปยังคงเป็นภูมิภาคที่สำคัญของ BMW Group โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหราชอาณาจักร อิตาลี และฝรั่งเศส ซึ่งมียอดส่งมอบรถยนต์รวมเพิ่มขึ้น 7.6% คิดเป็น 577,803 คัน โดยในจำนวนนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 121,844 คัน เติบโต 35.8%
อย่างไรก็ตาม ยอดส่งมอบรวมของ BMW Group ทั่วโลกลดลง 4.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการหยุดส่งมอบรถยนต์บางรุ่นที่ติดตั้งระบบเบรกแบบรวม (IBS) และภาวะตลาดที่ซบเซาในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นตลาดรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ BMW

Rolls Royce มีรถยนต์ที่เปิดประทุนจำหน่ายเพียงไม่กี่รุ่น นับตั้งแต่ Corniche ในปี 1971 จนถึงปี 1995 ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคของ BMW ที่เปิดตัวรุ่นใหม่ Phantom Drophead ในฐานะอัครยานยนต์สุดหรูขนาดตัวถังใหญ่เกินหน้ารถเปิดประทุนด้วยกันเอง ก่อนที่จะส่งต่อมาให้รุ่นน้อง Dawn ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Ghost ร่วมกับเวอร์ชั่นหลังคาแข็งอย่าง Wraith




ล่าสุดทางค่ายได้ออกมาประกาศยุติการผลิตของสองพี่น้องฝาแฝด Dawn และ Wraith ซึ่งทั้งคู่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2015ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน แบบ V12 จาก ขนาด 6.6 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบคู่ ให้กำลังมหาศาลถึง 571 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 820 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 1,500 รอบ/นาที เชื่อมต่อกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะจาก ZF อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที และจำกัดความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม.
ก่อนจะตามมาด้วยรุ่น Black Badge อัพเกรดความแรงเป็น 601 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 841 นิวตัน-เมตร ในปี 2017 และได้ทยอยเปิดตัวรุ่นพิเศษ จนล่าสุดเมื่อปี 2022 เปิดตัวคอลเล็กชั่นสีแสบสันอย่าง Dawn Black Badge สีแดง Eagle Rock Red ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้ Ōhi‘a lehua จากฮาวาย ภายในตกแต่งด้วยหนังสีเทา Scivaro Grey เสริมด้วยการเดินด้ายและวัสดุตกแต่งสีแดง Koi Red


คุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของ Dawn ก็คือความเงียบภายในห้องโดยสารขณะเดินทางจนขึ้นแท่นรถเปิดประทุนที่เงียบที่สุดในโลก ด้วยการบรรจุบรรดาวัสดุซับเสียงที่บริเวณหลังคาและยังใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในส่วนของหลักอากาศพลศาสตร์ยามเปิดหลังคาอีกด้วย เพื่อให้การเดินทางสุนทรีย์เท่าที่จะเป็นไปได้



โดยทาง Rolls Royce ได้ปิดรับจอง Dawn และ Wraith ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 แต่ยังดำเนินสายพานการผลิตเพื่อให้ทยอยส่งมอบได้ครบจำนวนตามยอดจองทั้งหมด ช่างน่าเสียดายที่ทาง Rolls Royce ยังไม่ออกมาประกาศว่าจะมีตัวตายตัวแทนของ Dawn อีกหรือไม่ หลังจากประสบความสำเร็จด้านยอดขายไปอย่างน่าพอใจ
อย่างไรก็ตามทางค่ายได้มีรถ 2 ประตู ขุมพลังไฟฟ้ารุ่นล่าสุดอย่าง Spectre ออกมาทดแทน Wraith และอาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเวอร์ชั่นเปิดหลังคามาในภายหลัง

