Nissan เผยว่าบริษัทเตรียมผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น LEAF เจเนอเรชันใหม่ มีความเป็นไปได้ว่าจะเริ่มผลิตจริงในเดือนมีนาคม 2025 ที่โรงงานในประเทศอังกฤษ โดยเริ่มมีการอัปเกรดโรงงานสำหรับเตรียมผลิตแล้ว
Nissan เตรียมผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น LEAF EV เจเนอเรชันใหม่ อาจเปิดตัวปีนี้และเริ่มต้นเดือนมีนาคมปี 2025
ในเดือนพฤศจิกายน 2023 ที่ผ่านมา Nissan ทุ่มเงินลงทุนกว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการอัปเกรดโรงงาน Sunderland ประเทศอังกฤษ สำหรับการสร้างรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ขายดีที่สุด 3 รุ่น ได้แก่ LEAF, Qashqai และ Juke

รถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ที่วางแผนจะผลิตรุ่นแรกก็คือ Nissan LEAF ที่เตรียมเข้าสู่การทดสอบการผลิตในเดือนสิงหาคมนี้ และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการเริ่มผลิตจริง ซึ่งเร็วที่สุดคือเดือนมีนาคม 2025 หมายความว่า เราอาจจะได้เห็นการเปิดตัว LEAF รุ่นใหม่ภายในสิ้นปีนี้
Nissan ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนประมาณ 20% ของการใช้พลังงานในโรงงานผลิต (ประมาณ 250 เมกะวัตต์ต่อสัปดาห์) โดยพลังงานมากจากฟาร์มลมและโซลาร์ฟาร์ม ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้มากขึ้น

บริษัทยังวางแผนที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% แต่ยังไม่มีกรอบเวลากำหนดไว้ ซึ่งการอัปเกรดโรงงานนั้นยังรวมไปถึง โรงงานแบตเตอรี่แห่งใหม่ สำหรับนำมาใช้ในรถยนต์รุ่น LEAF เจเนอเรชันถัดไป และโรงงานอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ กัน

Nissan เผยว่า บริษัทจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากผลิตรถยนต์ ICE มานานกว่า 30 ปี ซึ่งในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้านั้นจะต้องมีเทคโนโลยีและเครื่องจักรใหม่ ๆ เพื่อขนย้ายแบตเตอรี่รถยนต์ EV อย่างมีประสิทธิภาพ และบริษัทยังยกระดับทักษะให้กับพนักงานในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงวางแผนขยายพนักงานเพิ่มในโรงงานแห่งนี้ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับ Nissan

Nissan ได้พูดถึงรถยนต์เจเนอเรชันใหม่ว่า LEAF รุ่นใหม่จะแสดงตัวอย่างภายใต้แนวคิด Chill-Out โดยมีรูปทรงใกล้เคียงกับรถครอสโอเวอร์ทรงคูเป้มากขึ้น มาพร้อมการออกแบบใหม่ทั้งหมด เน้นความสวยสปอร์ต แต่ยังคงวางตำแหน่งให้เล็กกว่า Qashqai และ Juke
รอติดตามกันต่อไปว่า ภายในปีนี้เราจะได้เห็นการเปิดตัวของรถยนต์ไฟฟ้า Nissan LEAF เจเนอเรชันใหม่หรือไม่ รถรุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นบุกเบิกและสร้างยอดขายได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงเริ่มต้นของยุคเริ่มต้นตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
รายงานยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของ BYD ในเดือนแรกของปี 2025 พบว่า มียอดขายในประเทศเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า แต่ลดลงจากช่วงปลายปี 2024 เนื่องจากเดือนมกราคมเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ยอดขายในต่างประเทศโตขึ้นถึง 83%
BYD ทำสถิติยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 83% ในเดือนแรกของปี 2025 แต่ยอดขายในจีนลดลงจากเดือนก่อน เนื่องจากตรุษจีน
ยอดขายรถยนต์ของ BYD ในจีน เดือนมกราคม 2025
BYD ทำยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV)* ได้ 300,538 คัน ในเดือนมกราคม 2025 เพิ่มขึ้น 49.16% จากยอดขาย 201,493 คัน เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2024 แต่ลดลง 41.62% จากเดือนธันวาคม 2024 ที่ทำยอดขายไว้ 514,809 คัน เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยตามฤดูกาล

*รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) คือ รถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
ตลาดรถยนต์จีนมีฤดูกาลเฉพาะ ช่วงต้นปีมักจะเป็นช่วงที่ยอดขายต่ำ โดยเฉพาะเดือนที่ตรงกับวันหยุดตรุษจีน และช่วงปลายปีมักจะเป็นช่วงที่มียอดขายสูงสุด ในปีนี้วันตรุษจีนเริ่มตั้งแต่ 28 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ ในช่วงเดียวกันนี้พบว่ายอดส่งมอบของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอื่น ๆ ก็ลดลงด้วยเช่นกัน

รถยนต์พลังงานใหม่ของ BYD มีทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ โดยรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทำยอดขายได้ 296,446 คัน เพิ่มขึ้น 47.47% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2024 แต่ลดลง 41.81% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2024 ก่อนหน้านี้
แบ่งเป็นยอดขายรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่ทำยอดขายได้ 125,377 คัน เพิ่มขึ้น 19.06% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และลดลง 39.65% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

ส่วนยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ทำขายได้ 171,069 คัน เพิ่มขึ้น 78.73% เมื่อเทียบเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว แต่ลดลง 43.40% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2024 ที่ผ่านมา ถือเป็นเดือนที่ 3 ที่ยอดขายลดลงติดต่อกัน


ด้านยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ ทำยอดขายได้ 4,092 คัน เพิ่มขึ้น 763.29% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2024 และลดลง 23.78% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2024

ยอดขายในตลาดต่างประเทศทำสถิติใหม่ เติบโตขึ้น 83%
ในเดือนมกราคม 2025 BYD ทำสถิติยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ในต่างประเทศ ด้วยยอดขาย 66,336 คัน เพิ่มขึ้นถึง 83% เมื่อเทียบเดือนมกราคม 2024 และเพิ่มขึ้น 16.07% จากเดือนก่อนหน้า

BYD กำลังเปิดโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในหลายประเทศ เนื่องจากบริษัทต้องการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในตลาดที่สำคัญ หลังจากที่เปิดโรงงานแห่งแรกในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว บริษัทก็เริ่มขยายการตั้งโรงงานไปยังประเทศอื่น ๆ ได้แก่ อินโดนีเซีย เม็กซิโก บราซิล ฮังการี ตุรกี และปากีสถาน

ผลประกอบการด้านแบตเตอรี่ของ BYD
นอกจาก BYD จะเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่รายใหญ่ที่สุดในจีนแล้ว บริษัทยังเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศด้วย
โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา BYD ติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานได้ 15.511 GWh เพิ่มขึ้น 37.16% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่ลดลง 33.98% จากเดือนธันวาคมก่อนหน้านี้

