งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025: ส่องทิศทางตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมาอย่างใกล้ชิด และเมื่อมหกรรมยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีอย่าง “งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025” ใกล้เข้ามา (25 มีนาคม – 6 เมษายน ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี) ความน่าตื่นเต้นก็ยิ่งทวีคูณ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ คือหัวใจหลักของงานนี้ และในปี 2025 นี้เองที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) กำลังสุกงอม พร้อมดึงดูดผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แม้ภาพรวมตลาดรถยนต์ในปี 2025 จะถูกคาดการณ์ว่าอาจเผชิญกับความท้าทาย ผู้ผลิตหลายรายยังคงทุ่มเททรัพยากรเพื่อพัฒนายานยนต์พลังงานทางเลือก นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025” ซึ่งเต็มไปด้วยนวัตกรรมที่น่าจับตา
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV): ความเคลื่อนไหวจากแดนมังกรและผู้เล่นหน้าใหม่
ปี 2025 นี้ ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ผลิตสัญชาติจีนที่นำทัพด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
Deepal S05: ทางเลือก SUV ที่หลากหลาย
Deepal S05 คือหนึ่งในไฮไลท์สำคัญ ที่นำเสนอทางเลือกระบบขับเคลื่อนที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด ด้วยตัวเลือกทั้งแบบไฟฟ้าล้วน 100% (BEV) และแบบไฮบริดแบบ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผสานข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับความสะดวกสบายของการเติมน้ำมัน โดยคาดการณ์ว่ารุ่น REEV จะสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการจัดการระยะทางการขับขี่ (Driving Range) ให้กับผู้ใช้งาน การมาถึงของ Deepal S05 พร้อมราคาที่น่าสนใจ (รุ่น EV อยู่ระหว่าง 799,000 – 899,000 บาท และรุ่น REEV อยู่ระหว่าง 949,000 – 999,000 บาท) ถือเป็นการเขย่าตลาด รถยนต์ไฟฟ้า SUV ในกลุ่มนี้อย่างมีนัยสำคัญ
MG IM6: นิยามใหม่ของ e-SUV อัจฉริยะ
MG IM6 ฉายา “The First Ever Intelligent e-SUV” ได้รับการเปิดตัวก่อนงานเพียงหนึ่งสัปดาห์ และสร้างความฮือฮาด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ดีไซน์ที่เฉียบคม และสถาปัตยกรรมยานยนต์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพ รุ่น Premium RWD ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 295 แรงม้า ให้ระยะทางวิ่ง 550 กิโลเมตร (NEDC) ส่วนรุ่น Performance AWD ขุมพลังมอเตอร์คู่ 787 แรงม้า ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 634 กิโลเมตร (NEDC) การมาของ MG IM6 เป็นการตอกย้ำบทบาทของ MG ในการนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้า MG ที่ครบเครื่องทั้งสมรรถนะและเทคโนโลยี
Xpeng X9 และ Zeekr 7X: พรีเมียม MPV และ SUV ไฟฟ้า
Xpeng และ Zeekr สองแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ยังคงเดินหน้าสร้างความน่าสนใจด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ Xpeng X9 รถตู้พลังงานไฟฟ้าพรีเมียม ราคา 2.749 ล้านบาท โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม 800 โวลต์ SiC Architecture รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 330 กิโลวัตต์ โครงสร้างตัวถัง SEPA 2.0 ได้รับแรงบันดาลใจจากยานอวกาศ พร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางถึง 7.7 ตารางเมตร และเบาะนั่ง Zero-gravity สร้างนิยามใหม่ของการเดินทางที่สะดวกสบาย
ขณะที่ Zeekr 7X คือ SUV ไฟฟ้า 5 ที่นั่งสุดพรีเมียม ออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบครอบครัวโดยเฉพาะ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Silicon Carbide E-Motor คู่ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 780 กม./ชาร์จ (CLTC) การมาของ X9 และ 7X สะท้อนถึงการขยายตัวของ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ในไทย
MINI Electric JCW: ขุมพลังไฟฟ้าสไตล์ Go-Kart
MINI ยังคงไม่หยุดนิ่งที่จะนำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยครั้งนี้มาพร้อมเวอร์ชัน JCW (John Cooper Works) Electric ที่เสริมสมรรถนะด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร พร้อมคงเอกลักษณ์ “Go-Kart Feeling” อันเป็นที่ชื่นชอบของแฟน MINI ไว้ได้อย่างครบถ้วน
ตลาดไฮบริด (Hybrid): การกลับมาอย่างแข็งแกร่งของทางเลือกหลากหลาย
หากคุณคิดว่าตลาดรถยนต์ไฮบริดจะเงียบเหงาหลังจากการมาของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน คุณคิดผิด! ปี 2025 นี้ ตลาดรถยนต์ไฮบริดกลับมาคึกคักอย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมทางเลือกใหม่ๆ ที่หลากหลาย ทั้งแบบ Full Hybrid (HEV), Plug-in Hybrid (PHEV) และ Range-Extended Electric Vehicle (REEV)
BYD SHARK 6 DM-i: กระบะไฮบริดพันธุ์แกร่ง
BYD SHARK 6 DM-i คือรถกระบะปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูง ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กับระบบ EHS และมอเตอร์ไฟฟ้า 3 in 1 ให้กำลังรวมสูงสุด 430 แรงม้า แรงบิด 650 นิวตัน-เมตร สามารถขับโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 100 กม. (NEDC) การมาของ BYD SHARK 6 DM-i เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า รถกระบะไฮบริด กำลังจะกลายเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในตลาด
GWM Haval H6: อัปเกรดความสมบูรณ์แบบ
Great Wall Motors (GWM) นำเสนอ Haval H6 เวอร์ชันปรับโฉม (Minor Change) ที่มาพร้อมการปรับปรุงทั้งดีไซน์และสมรรถนะ โดยยังคงมีทางเลือกทั้งขุมกำลังไฮบริด HEV และปลั๊ก-อินไฮบริด PHEV ที่ได้รับการยกระดับให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหา SUV ไฮบริด ที่คุ้มค่า
Audi A5 Plug-in Hybrid: ความสปอร์ตสไตล์ยุโรป
Audi ไม่พลาดที่จะนำเสนอทางเลือกในกลุ่ม Plug-in Hybrid กับรุ่น A5 Plug-in Hybrid ที่มาพร้อมตัวถัง Avant และ Sportback ขับเคลื่อนด้วยขุมกำลัง Plug-in Hybrid รุ่นล่าสุด ให้ระยะทางการวิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ไกลถึง 114 กิโลเมตร (NEDC) ผสานระบบขับเคลื่อน quattro และกำลังรวม 367 แรงม้า ถือเป็นอีกหนึ่ง รถยนต์ไฮบริดหรู ที่น่าจับตา
Volvo XC90 PHEV: ความสะดวกสบาย สไตล์สแกนดิเนเวีย
หลังจากเน้นรถยนต์ไฟฟ้า Volvo ได้หันกลับมาเสริมทัพรถยนต์ Plug-in Hybrid ด้วยรุ่น XC90 PHEV ที่สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ไกลถึง 70 กิโลเมตร (WLTP) เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่
แบรนด์ญี่ปุ่น: การปรับตัวเพื่อตอบรับกระแสยานยนต์พลังงานทางเลือก
แม้จะถูกมองว่ามาช้ากว่า แต่แบรนด์ญี่ปุ่นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจในงานนี้เช่นกัน
Mitsubishi XForce: ครอสโอเวอร์ดีไซน์เด่น
Mitsubishi XForce ซับคอมแพกต์ครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุดที่พัฒนามาจากรถต้นแบบ XFC เน้นการออกแบบที่ทันสมัยและสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม มาพร้อมขุมกำลังเบนซิน MIVEC 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ CVT และระบบ Active Yaw Control มอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจได้ในทุกสภาพถนน
Nissan Serena e-Power: MPV ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
Nissan Serena e-Power ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานนี้ เป็น MPV 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมเทคโนโลยี e-Power ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 163 แรงม้า และเครื่องยนต์ 1.4 ลิตร ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้า เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการรถอเนกประสงค์ที่ประหยัดน้ำมันและขับขี่นุ่มนวล
Honda e-N1: รถยนต์ไฟฟ้า Honda สู่ตลาด
สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วน Honda ได้นำเสนอเวอร์ชันขายจริงของ e-N1 ที่ผลิตจากประเทศจีน ในราคา 1,199,000 บาท ถือเป็นการขยายไลน์อัพ รถยนต์ไฟฟ้า Honda ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้งานได้หลากหลาย
รถยนต์หรู: การยกระดับสมรรถนะและความหรูหรา
ตลาดรถยนต์หรูในปี 2025 ก็ยังคงมีการแข่งขันที่ดุเดือด โดยผู้ผลิตแต่ละรายต่างนำเสนอเทคโนโลยีและสมรรถนะที่เหนือชั้น
Aston Martin Vantage: สมรรถนะสูงสุด
New Vantage มาพร้อมการปรับปรุงโครงสร้างตัวถังและเทคโนโลยีล่าสุด ขุมกำลัง V8 Twin-Turbo 4.0 ลิตร อัปเกรดให้มีกำลังสูงสุด 665 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กม./ชม. สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง รถสปอร์ตหรู ที่แรงที่สุด
BMW M2: ตำนานแห่งสมรรถนะ
New BMW M2 มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร M TwinPower Turbo ที่เพิ่มกำลังเป็น 480 แรงม้า และแรงบิด 600 นิวตัน-เมตร พร้อมแพ็คเกจ M Racetrack ที่เพิ่มความเร็วสูงสุดไปอีกขั้น การมาของ M2 เป็นการตอกย้ำความเป็นเจ้าแห่ง รถสปอร์ตสมรรถนะสูง ของ BMW
Maserati Gran Cabrio: สุนทรีย์แห่งการขับขี่
Maserati นำเสนอ New GranCabrio ที่มาพร้อมทางเลือกทั้งเครื่องยนต์สันดาป Nettuno 550 แรงม้า และขุมกำลังไฟฟ้า 100% Folgore ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก Formula E ให้ประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจ แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันยาวนานของแบรนด์
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: สุดยอดแห่ง GT
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ รหัส C192 คือการกลับมาของ GT เจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร Bi-Turbo ให้พละกำลัง 585 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 315 กม./ชม. ตอกย้ำความเป็นสุดยอด Supercar แห่งยุค
สรุป: โอกาสของผู้บริโภคที่หลากหลาย
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 นี้ ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้บริโภคทุกคน ไม่ว่าคุณจะมองหารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว, รถยนต์ไฮบริดที่ให้ความยืดหยุ่นในการใช้งาน, หรือรถยนต์หรูที่มอบประสบการณ์การขับขี่ขั้นสุด ในปี 2025 ตลาดรถยนต์มีทางเลือกที่หลากหลายและน่าตื่นเต้นกว่าที่เคย
หากคุณสนใจที่จะสัมผัสรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดเหล่านี้ด้วยตนเอง อย่าพลาดโอกาสเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายนนี้ เป็นโอกาสที่ดีในการเปรียบเทียบข้อมูล ดูรถจริง และรับข้อเสนอสุดพิเศษจากผู้จำหน่าย.

