สุดยอดขุมพลัง: เครื่องยนต์ทรงพลังที่สุดที่เคยติดตั้งในรถยนต์โปรดักชั่น
ในโลกแห่งยานยนต์ที่พัฒนาไปไม่หยุดยั้ง เทคโนโลยีเครื่องยนต์ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปอย่างต่อเนื่อง จากยุคที่การเพิ่มขนาดเครื่องยนต์คือหนทางสู่ความเร็วที่มากขึ้น สู่ปัจจุบันที่วิศวกรรมยานยนต์สามารถรีดสมรรถนะอันน่าทึ่งจากเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลง แต่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังมหาศาล นี่คือการเดินทางสำรวจขุมพลังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์รถยนต์โปรดักชั่น ที่ซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของเครื่องยนต์มาอย่างใกล้ชิด จากเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ในรถสปอร์ตยุคก่อน สู่เทคโนโลยี Forced Induction อย่าง Turbocharging และ Supercharging ที่เข้ามาพลิกโฉมวงการ หัวใจหลักของเทคโนโลยีเหล่านี้คือการอัดอากาศและส่วนผสมเชื้อเพลิงเข้าสู่กระบอกสูบให้ได้มากที่สุด เพื่อจุดระเบิดที่ทรงพลังกว่า นำไปสู่พละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตราบใดที่โครงสร้างเครื่องยนต์มีความแข็งแกร่งพอ เพียงแค่การเพิ่มแรงดันบูสต์ (Boost Pressure) ก็สามารถปลดปล่อยพลังที่มากกว่าเดิมได้อีกมหาศาล
ผมยังคงจดจำช่วงเวลาที่รถซูเปอร์คาร์ที่สามารถทำความเร็วเกิน 200 ไมล์ต่อชั่วโมง (mph) ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกในยุค 80 การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้มาจากการขยายขนาดเครื่องยนต์เท่านั้น แต่เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและการออกแบบที่ชาญฉลาด ซึ่งนำไปสู่ยุคใหม่ของ เครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ ที่มีประสิทธิภาพสูง
ด้วยการอัปเดตข้อมูลล่าสุดถึงปี 2025 เราจะพาคุณไปสำรวจสุดยอดเครื่องยนต์ที่เคยถูกติดตั้งในรถยนต์โปรดักชั่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบขนาดเล็กที่เปี่ยมพลัง หรือเครื่องยนต์ W16 อันซับซ้อนที่ให้กำลังมหาศาล เราจะเจาะลึกถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง และความสำเร็จที่ทำให้รถเหล่านี้กลายเป็นตำนาน
การค้นหา “เครื่องยนต์รถยนต์แรงที่สุด” และ “รถยนต์ไฮเปอร์คาร์” คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้
Koenigsegg Gemera: 1,700 แรงม้า เครื่องยนต์ 3 สูบ“Tiny Friendly Giant”
หากจะกล่าวถึงสุดยอดแห่งนวัตกรรมเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์โปรดักชั่น การเอ่ยชื่อ Koenigsegg Gemera ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รถแกรนด์ทัวเรอร์ 4 ที่นั่งสุดหรูคันนี้ ไม่ได้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 ดุจเช่นรุ่นพี่ แต่กลับเลือกใช้เครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบคู่ ที่ Koenigsegg ตั้งชื่อเล่นให้ว่า “Tiny Friendly Giant” เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว
นี่คือคำนิยามใหม่ของ รถยนต์สมรรถนะสูง เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) นี้ให้กำลังถึง 600 แรงม้า และขับเคลื่อนล้อหน้า โดยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่ล้อหลัง ให้กำลัง 500 แรงม้า และแรงบิด 1,000 นิวตัน-เมตร (Nm) ต่อตัว ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าอีกตัวที่เพลาข้อเหวี่ยง ให้กำลัง 400 แรงม้า ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ ICE ขับเคลื่อนล้อหน้า
ผลลัพธ์ที่ได้คือพละกำลังรวมสูงถึง 1,700 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 2,581 ปอนด์-ฟุต (lb-ft) เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85 สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือเทคโนโลยีวาล์วไร้เพลาลูกเบี้ยว (Camless Engine) ที่ใช้ระบบโซลินอยด์ควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วไอดีและไอเสีย ทำให้เครื่องยนต์นี้มีน้ำหนักเพียง 150 ปอนด์เท่านั้น (ประมาณ 68 กิโลกรัม) Gemera สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 31 ไมล์ และในโหมดไฮบริดมีระยะทางรวมถึง 621 ไมล์ เครื่องยนต์ ICE สามารถรองรับน้ำมัน E85 และน้ำมันเบนซินทั่วไป ไอเสียถูกระบายออกผ่านระบบไอเสียไทเทเนียม Akrapovič อันเป็นเอกลักษณ์
Mercedes-AMG A45 S: 416 แรงม้า เครื่องยนต์ 4 สูบ
ในวงการ รถยนต์สมรรถนะสูง ชื่อ AMG ย่อมเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ที่สามารถยกระดับรถยนต์ Mercedes-Benz ให้เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป การปรับปรุงระบบช่วงล่าง เบรก และเครื่องยนต์ คือหัวใจสำคัญที่ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถสปอร์ตตัวจริง AMG A45 S คือตัวอย่างอันยอดเยี่ยมที่ต่อยอดจาก A35 ด้วยการเพิ่มพละกำลังที่น่าทึ่ง
เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จของ AMG A45 S ซึ่งถูกติดตั้งแบบหมุน 180 องศาในตัวถังรถ ทำให้ระบบไอดีมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้เกิดกำลัง 416 แรงม้า ถือเป็นขุมพลังที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับเครื่องยนต์ 4 สูบขนาดนี้ การค้นหา เครื่องยนต์ 4 สูบที่ทรงพลังที่สุด มักจะนำไปสู่ชื่อของ A45 S
Audi RS3: 400 แรงม้า เครื่องยนต์ 5 สูบ
สำหรับผู้ที่หลงใหลในรายละเอียดของยนตรกรรม การแยกแยะ Audi RS3 ออกจากรุ่นอื่นๆ ในตระกูล อาจเป็นเรื่องท้าทาย สิ่งที่พอจะสังเกตได้คือตราสัญลักษณ์เล็กๆ บนกระจังหน้า แต่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเรียบง่ายนี้ คือสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ที่สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (km/h) ได้ในเวลาเพียง 3.5 วินาที
สิ่งที่ทำให้ RS3 น่าประหลาดใจยิ่งกว่าสมรรถนะคือเครื่องยนต์ Audi เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไม่กี่รายที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 5 สูบ และ RS3 คือตัวอย่างอันโดดเด่นของเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลัง 400 แรงม้า นี่คือ เครื่องยนต์ 5 สูบ เทอร์โบ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านเสียงอันเป็นเอกลักษณ์และพละกำลังที่คาดไม่ถึง
Nissan GT-R Nismo: 600 แรงม้า เครื่องยนต์ V6
Nissan GT-R เป็นที่รู้จักในฐานะ “สัตว์ประหลาด” แห่งวงการรถยนต์ญี่ปุ่น ด้วยการผสมผสานระหว่างพละกำลังและการควบคุมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ชาญฉลาด แม้จะอยู่ในสายการผลิตมาตั้งแต่ปี 2007 แต่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ GT-R ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ได้เสมอ
รุ่น Nismo ที่ได้รับการปรับแต่งโดย Nismo คือสุดยอดของ GT-R ไม่เพียงแต่ราคาที่สูง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ ขนาด 3.8 ลิตร ที่ประกอบด้วยมือ ให้กำลัง 600 แรงม้า และสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 km/h ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที นี่คือหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งในรถยนต์ที่วิ่งได้บนถนนทั่วไป
Koenigsegg Agera RS: 1,341 แรงม้า เครื่องยนต์ V8
Koenigsegg ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติสวีเดน ได้สร้างชื่อเสียงจากรถยนต์ที่เร็วและทรงพลังมาโดยตลอด Agera รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 2011 ก็ได้สร้างความฮือฮาด้วยความเร็วสูงสุดที่เคลมไว้ 249 mph แต่การพัฒนายังคงดำเนินต่อไป และ Agera RS คือผลลัพธ์ของการพัฒนาที่ก้าวล้ำ
Agera RS ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสุดยอดเครื่องมือสำหรับสนามแข่ง โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบชาร์จ ขนาด 5.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 1,160 แรงม้า เมื่อใช้เชื้อเพลิงปั๊มแก๊สโซลีนทั่วไป แต่หากอัปเกรดเป็นแพ็กเกจ “1-Megawatt” พละกำลังจะพุ่งสูงถึง 1,341 แรงม้า ทำให้ Agera RS เป็นหนึ่งใน รถยนต์ Koenigsegg ที่แรงที่สุด และครองสถิติความเร็วเฉลี่ย 276 mph บนถนนสาธารณะ
Zenvo TSR-S: 1,176 แรงม้า เครื่องยนต์ V8
Zenvo ผู้ผลิตซูเปอร์คาร์จากเดนมาร์ก แม้จะอยู่ในวงการมาไม่นาน แต่ก็ได้สร้างชื่อเสียงจากรถยนต์ที่โดดเด่นและมีสมรรถนะสูง TSR-S คือตัวอย่างของความสุดขั้วที่เงินซื้อได้ ภายนอกอาจดูคล้ายซูเปอร์คาร์ทั่วไป แต่ปีกหลังอันน่าทึ่งจะถูกเปิดใช้งานเมื่อรถเคลื่อนที่บนถนน
Zenvo พัฒนาเครื่องยนต์ของตนเอง TSR-S ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.8 ลิตร พร้อมซูเปอร์ชาร์จคู่ (Twin-Supercharged) ที่ได้แรงบันดาลใจจากการแข่งขัน ให้กำลัง 1,176 แรงม้า และยังคงถูกกฎหมายสำหรับการใช้งานบนถนนทั่วไป นี่คือ ซูเปอร์คาร์เดนมาร์ก ที่ไม่ธรรมดา
SSC Tuatara: 1,750 แรงม้า เครื่องยนต์ V8
SSC (Shelby SuperCars) Tuatara เป็นอีกหนึ่งผู้ท้าชิงบัลลังก์รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก แม้จะมีความคลุมเครือเกี่ยวกับอุปกรณ์จับเวลา แต่ความสามารถในการทำความเร็วที่ 331 mph ก็เป็นข้อพิสูจน์ถึงความยอดเยี่ยมทางวิศวกรรม
เบื้องหลังความเร็วอันน่าทึ่งนี้คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.9 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลัง 1,750 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อหลังผ่านชุดเกียร์ที่ปกติใช้ในเฮลิคอปเตอร์ การค้นหา รถยนต์โปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลก มักจะมีชื่อของ Tuatara ปรากฏขึ้นมาเสมอ
Dodge Viper ACR: 645 แรงม้า เครื่องยนต์ V10
ในปี 1992 Dodge ได้เปิดตัว Viper ซึ่งถือเป็นการกลับมาของรถยนต์สปอร์ตขุมพลังขนาดใหญ่ การพัฒนาเครื่องยนต์ LA V8 ของ Chrysler ให้มีกระบอกสูบเพิ่มขึ้น 2 สูบ กลายเป็นที่มาของเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ Viper นั่นคือเครื่องยนต์ V10 ขนาด 8.0 ลิตร
Viper ACR คือรุ่น Ultimate ที่เปิดตัวในปี 2017 มาพร้อมเครื่องยนต์ V10 ขนาด 8.4 ลิตร ให้กำลัง 645 แรงม้า และยังคงเป็น เครื่องยนต์ V10 โปรดักชั่น ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา
Lamborghini Essenza SCV12: 818 แรงม้า เครื่องยนต์ V12
Lamborghini มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ V12 และ Essenza SCV12 คือที่สุดของตระกูลรุ่นพิเศษนี้ ที่ยกระดับสมรรถนะไปอีกขั้น โดยคาดว่าจะเป็น Lamborghini V12 รุ่นสุดท้ายที่ผลิตออกมา Essenza SCV12 ถูกผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 40 คัน ทำให้เป็นรถที่หาได้ยากยิ่ง
Essenza SCV12 คือ Lamborghini ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยผลิตบนท้องถนน ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร เช่นเดียวกับ SVJ แต่ได้รับการปรับแต่งเพื่อใช้งานในสนามแข่ง โดยวิศวกรได้หมุนเครื่องยนต์เพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดีขึ้น และเพิ่มระบบ Ram-air intake เพื่อเพิ่มพละกำลังให้สูงถึง 818 แรงม้า การค้นหา รถสปอร์ต V12 ที่ทรงพลังที่สุด จะพาคุณมาถึงรุ่นนี้
Bugatti Chiron Super Sport: 1,578 แรงม้า เครื่องยนต์ W16
Bugatti Chiron สืบทอดตำนานความแรงมาจาก Veyron ด้วยขุมพลังอันเป็นเอกลักษณ์ เครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ให้กำลังสูงถึง 1,578 แรงม้า ถือเป็นหนึ่งใน เครื่องยนต์ W16 ที่ทรงพลังที่สุดในรถยนต์โปรดักชั่น
Chiron Super Sport 300 ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นรถยนต์โปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยการทำสถิติความเร็วสูงสุด 304.77 mph ในเดือนสิงหาคม 2019 ซึ่งเป็นรถยนต์โปรดักชั่นคันแรกที่สามารถทะลุขีดจำกัด 300 mph ได้
อนาคตของเครื่องยนต์แรงและพลังงานทางเลือก
จากรายชื่อข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าการพัฒนาเครื่องยนต์ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ เทคโนโลยี Forced Induction ยังคงมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มพละกำลัง ในขณะเดียวกัน พลังงานทางเลือกอย่างระบบไฮบริดและมอเตอร์ไฟฟ้าก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เห็นได้ชัดจาก Koenigsegg Gemera ที่ผสมผสานทั้งสองอย่างได้อย่างลงตัว
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ รถยนต์ไฮเปอร์คาร์ หรือกำลังมองหา รถสปอร์ตที่เร็วที่สุด ในประเทศไทย หรือกำลังสนใจ เทคโนโลยีเครื่องยนต์ ที่ล้ำสมัย การทำความเข้าใจถึงขุมพลังเหล่านี้ คือกุญแจสำคัญในการเข้าใจถึงวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ความแรง และนวัตกรรมยานยนต์ที่ไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าคุณจะสนใจ ซูเปอร์คาร์ในกรุงเทพฯ หรือกำลังศึกษาเกี่ยวกับ เครื่องยนต์รถยนต์สมรรถนะสูง เราขอเชิญชวนให้คุณติดตามข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะโลกของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังอันน่าทึ่ง ยังคงมีเรื่องราวให้ค้นหาอีกมากมาย!

