เปิดขาย Nissan LEAF 2024 ระยะทางสูงสุด 342 กม. หัวชาร์จ CHAdeMO เริ่มต้น 29,235 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,030,000 บาท)
Nissan LEAF โมเดลปี 2024 รีเฟรชใหม่จากปี 2023 เน้นการปรับเปลี่ยนใหม่เล็กน้อยด้วยกระจังหน้าและคิ้วกันชนหน้าทรงใหม่ ไฟหน้ารถปรับการออกแบบใหม่ ติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง 360 Safety Shield 360 พร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ 6 รูปแบบ มาพร้อม 2 รุ่นด้วยกัน คือ

- 2024 Nissan LEAF S – มอเตอร์ไฟฟ้า 147 แรงม้า แรงบิด 236 ปอนด์-ฟุต / แบตเตอรี่ขนาด 40 kWh ระยะทางสูงสุด 149 ไมล์ / ราคา 29,235 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,030,000 บาท)
- 2024 Nissan LEAF SV PLUS – มอเตอร์ไฟฟ้า 214 แรงม้า แรงบิด 250 ปอนด์-ฟุต / แบตเตอรี่ขนาด 60 kWh ระยะทางสูงสุด 212 ไมล์ / ราคา 37,285 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,310,000 บาท)
แต่สิ่งที่น่าเสียดายของการรีเฟรชใหม่ในรุ่นนี้ คือ Nissan ยังคงใช้หัวชาร์จ CHAdeMO แบบเดิม ที่หาจุดชาร์จได้ค่อนข้างยากกว่าหัวชาร์จพอร์ต CCS ทั่วไป
นอกจากนี้หัวชาร์จ CHAdeMO ยังชาร์จได้ค่อนข้างช้า หากเทียบกับหัวชาร์จแบบ CCS โดย Nissan LEAF S ใช้เวลา 40 นาที สำหรับการชาร์จถึง 80% ส่วนรุ่น LEAF SV PLUS ใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง

รถยนต์ไฟฟ้า Nissan LEAF เคยเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดทั่วโลกในปี 2018 แต่ช่วงหลัง ๆ ตั้งแต่ปี 2020 ก็มี Tesla เข้ามาครองตำแหน่งรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีแทน และมีรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีใหม่มากมายเปิดตัวเข้าสู่ตลาดและแข่งขันกันอย่างดุเดือด และขึ้นแท่นเป็นรถยนต์ขายดีอันดับต้น ๆ แทน Nissan LEAF
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Nissan ได้อัปเกรดรีเฟรชรถยนต์รุ่น LEAF หลายครั้ง แต่ก็มีการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น รวมถึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหัวชาร์จ CHAdeMO อีกด้วย จึงคาดว่าการทำการตลาดในต่างประเทศนอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่นนั้นอาจจะเป็นเรื่องท้าทายที่จะทำให้ Nissan LEAF กลับมาขายดีเหมือนช่วงแรก ๆ ที่เปิดตัว
ตามแผน Ambition 2030 ทาง Nissan ตั้งเป้าว่าจะ 40% ของยอดขายในประเทศสหรัฐอเมริกาจะเป็นยอดขายจากรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2030 ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า Nissan จะสามารถสร้างยอดขายจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Ariya ใหม่เพิ่มเติมได้หรือไม่ และในอนาคต Nissan จะมีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่จะสู้คู่แข่งที่เพิ่มขึ้นได้บ้าง
NETA AYA ดีไซน์
NETA AYA ใช้พื้นฐานจาก NETA V ทุกประการ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากปลาโลมา ช่วยทำให้ตัวรถมีความลู่ลม ได้ประโยชน์ทางด้านอากาศพลศาสตร์ ชุดโคมไฟหน้าแบบรีเฟลกเตอร์ชุดเดียวกับ NETA V รุ่นปัจจุบัน มาพร้อมไฟ DRL และไฟเลี้ยว LED ชุดกันชนหน้า มีการปรับดีไซน์ใหม่ให้ดูสปอร์ตมากขึ้น

ใต้ป้ายทะเบียนรถ จะเป็นช่องดักลมเข้าสู่ระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ โดย NETA AYA มีการปรับดีไซน์ใหม่ โดยด้านในเป็นระบบระบายความร้อนมอเตอร์และแบตเตอรี่ด้วยน้ำ ซึ่งมีการแยกส่วนการระบายความร้อนออกจากกันอย่างอิสระ หมดกังวลเรื่อง Overheat

มาดูที่ด้านข้างของตัวรถ ยังคงเอกลักษณ์เดิม ตัวหลังคาของตัวรถ ถูกออกแบบมาให้เน้นเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารด้วยการดึงแนวหลังคาสูงขึ้นไป ส่วนทางด้านท้ายรถมีการปรับให้ลาดลงมา ทำให้รถดูกระฉับกระเฉงขึ้น ส่วนไฟเลี้ยว ช่องชาร์จ มือจับประตู คงเดิม ส่วนล้อ มีการปรับดีไซน์ใหม่ ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

ด้านท้ายของตัวรถ มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ไฟท้ายและไฟเลี้ยวแบบ LED เต็มระบบ โดยไฟหรี่เป็นแบบลากเส้นยาวตามยุคสมัยนิยม มาพร้อมกับเซ็นเซอร์เตือนการชนด้านหลัง และกล้องมองหลังความคมชัดสูง

พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง มีความจุทั้งหมด 335 ลิตร สามารถพับเบาะนั่งตอนหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ความจุเป็น 552 ลิตร โดยพื้นที่วางสัมภาระอยู่ที่ 715 มม. สูง 710 มม. และกว้างสูงสุดที่ 1,130 มม.
สามารถเพิ่มพื้นที่สัมภาระได้ด้วยการพับเบาะนั่งแถวหลังลง จะสามารถเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้เป็น 1,150 ลิตร ความลึกสูงสุดอยู่ที่ 1700 มม. โดยเบาะนั่งแถว 2 ไม่สามารถแยกพับได้

NETA V ภายใน
ภายในห้องโดยสารของ NETA AYA ส่วนใหญ่ยังคงเดิม ที่แตกต่างกันจะเป็นตัวซอฟแวร์ที่ปรับปรุงใหม่ใกล้เคียงกับที่ใช้งานใน NETA S ส่วนนี้เราคาดการณ์ว่าทางเนต้า น่าจะใช้ซอฟแวร์ชุดเดียวกันกับรถยนต์ทุกรุ่นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น NETA AYA, S, GT, U Pro

พวงมาลัยไฟฟ้ามัลติฟังก์ชั่น ปรับระดับไม่ได้ ส่วนระบบเกียร์อยู่ที่ก้านพวงมาลัยด้านขวา ใช้งานรูปแบบเดียวกับรถยนต์ Tesla, Mercedes-Benz

หน้าจอเรือนไมล์ของตัวรถเป็นแบบดิจิตอล วางเป็นแนวยาวอยู่ด้านบนของคอนโซล บอกข้อมูลการขับขี่ครบครัน โดยวางตำแหน่งเหมือนกับ Head Up Display ทำให้เราไม่ต้องละสายตาจากถนนมาที่เรือนไมล์

ไฟอ่านแผนที่ เป็น LED ทรงกลม เปิด/ปิด ด้วยระบบสัมผัส ใช้งานง่ายมากๆ โดยมีเฉพาะที่นั่งด้านหน้าเท่านั้น ส่วนด้านหลังเป็นที่น่าเสียดายเพราะไม่มีไฟส่องสว่างมาให้ เวลาหาของตอนกลางคืนจำเป็นต้องใช้ไฟฉาย

ที่วางแก้วน้ำ/ขวดน้ำด้านหน้า มีทั้งหมด 5 ตำแหน่ง ได้แก่แผงประตูข้างละ 1 , บริเวณคอนโซลกลางชั้นบน 2 และใต้คอนโซลกลางอีก 1
ส่วนที่วางโทรศัพท์มือถือนั้น มีอยู่ 2 ตำแหน่งหลัก ได้แก่ใต้จอภาพตรงกลาง และบริเวณที่วางแก้วน้ำของคอนโซลกลาง โดยในเวอร์ชั่นจีนมาพร้อมแท่นชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายที่ด้านหน้า

ส่วนระบบอำนวยความสะดวก มีช่องชาร์จ USB-A มาให้ 1 ช่อง และช่องจ่ายไฟ 12V 1 จุด โดยมีการติดตั้งแท่นชาร์จไร้สายมาให้แล้ว
ส่วนด้านหลัง ยังมีเฉพาะช่องเสียบ USB-A 1 ช่อง


NETA AYA ระบบความปลอดภัย
- โครงสร้างตัวถังนิรภัย HSS Body
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- กล้องมองหลัง
- สัญญาณกะระยะถอยหลัง
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า
- Auto Vehicle Hold
- ABS
- ระบบกระจายแรงเบรก
- ระบบควบคุมการทรงตัว
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน
- ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง
- ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อรถออกตัว
- ไฟ Follow Me Home
- จุดยึด ISOFIX
NETA AYA ระบบอำนวยความสะดวก
- ระบบ V2L จ่ายไฟฟ้าออกสู่ภายนอก กำลังสูงสุด 3.3 kW
- Cruise Control ระบบล็อกความเร็ว
- ช่องชาร์จ USB-A 3 จุด รองรับการเชื่อมต่อกล้องหน้ารถ
- ไฟหน้าเปิด/ปิด อัตโนมัติ
- ระบบคันเร่งเดียว One-Pedal ปรับระดับได้
- เบาะนั่งแถวที่ 2 พับได้
- โหมดการขับขี่ Standard / Sport
- ระบบสั่งการด้วยเสียง
- ตัวรถรองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต 4G
- แชร์ Wifi ได้
- ควบคุมรถผ่านแอปฯ
- อัพเดทรถออนไลน์ผ่านระบบ OTA ได้
- ระบบช่วยเหลือการขับขี่ระดับ L2
- Adaptive Cruise Control
- ระบบเตือนรถคันหน้าออกตัว
- ระบบรักษาตัวรถให้อยู่ในช่องทางอัตโนมัติ
- ระบบเบรกฉุกเฉิน
- ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ
- ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ
- ระบบเตือนมุมอับสายตา

สเปค NETA AYA 2023
| มอเตอร์ | 1 มอเตอร์ |
|---|---|
| พละกำลังสูงสุด | 95 แรงม้า |
| แรงบิดสูงสุด | 150 นิวตันเมตร |
| ระยะทางขับขี่สูงสุด / 1 การชาร์จ มาตรฐาน CLTC | 401 กิโลเมตร |
| ระบบขับเคลื่อน | FWD ขับเคลื่อนล้อหน้า |
| อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม | 4.1 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 124 กม./ชม. |
| แบตเตอรี่ | ลิเธียมไอออน LFP |
| พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด (kWh) | 40.7 |
| แรงดันไฟฟ้า (V) | 400 |
| รองรับการชาร์จ AC Type 2 (kW) | 6.6 |
| รองรับการชาร์จ DC CCS 2 (kW) | 45 |
| พวงมาลัย | พวงมาลัยไฟฟ้า |
| ระบบกันสะเทือนหน้า / หลัง | แม็กเพอร์สัน, เทรลลิ่งอาร์ม |
| ระบบเบรคหน้า/หลัง | ดิสก์เบรก |
| ขนาดยางล้อ | 185/55 R16 |
มิติตัวรถ NETA AYA 2023
| ขนาดตัวรถภายนอก ยาว x กว้าง x สูง (มม.) | 4,070 x 1,690 x 1,540 |
|---|---|
| ระยะฐานล้อ (มม.) | 2,420 |
| ระยะห่างจากพื้น (มม.) | 130 |
| น้ำหนักรถเปล่า (กก.) | 1,269 |
พื้นที่เก็บสัมภาระ NETA AYA 2023
| ช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk) | – |
|---|---|
| พื้นที่เก็บสัมภาระ | 335 ลิตร |
| พื้นที่เก็บสัมภาระ เมื่อพับเบาะหลังทั้งหมด | 552 ลิตร |

NETA AYA มีการเปลี่ยนชิพประมวลผลใหม่เป็นของ MediaTek รุ่น MT8675 มีความจุแรมอยู่ที่ 8 Gb. และเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลจาก 32 Gb. เป็น 64 Gb.

